วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTผลของอุทกภัยที่บอกว่า “เอาอยู่”

ผลของอุทกภัยที่บอกว่า “เอาอยู่”

เผยแพร่

spot_img

หายนะอุทกภัยภาคใต้ครั้งนี้  มิได้เกิดขึ้นเพราะฝนหนักเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลพวงของ “ความล้มเหลวด้านการประสานงาน” ตั้งแต่ระดับแจ้งเตือนภัยไปจนถึงการสั่งการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

                           เมื่อหน่วยงานส่วนกลางอย่าง สทนช. และ ปภ. ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายระลอก แต่ระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ กลับประเมินว่า “เอาอยู่” จนน้ำหลากเข้าท่วมเมืองอย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น

                           จากการประเมินเบื้องต้น เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตประชาชนหลายร้อยราย มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ครัวเรือนหลายหมื่นหลังคาเรือนต้องอพยพ โรงเรียน โรงพยาบาล ถนน และสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสื่อสารหลายพื้นที่ถูกตัดขาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ความเสียหายทางทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานมีมูลค่าหลายพันล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนต้องอาศัยในศูนย์พักพิงเป็นเวลานาน และสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล

                            ยิ่งไปกว่านั้น การจัดโครงสร้างบัญชาการหลังน้ำท่วมก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาความ“ไม่เป็นเอกภาพ” เมื่อมีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหลายชุด ทั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มาจากรองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารทหารสูงสุด  รวมถึงผู้แทนฝ่ายการเมืองที่ต่างถูกมองว่ามีบทบาท “ควบคุมสถานการณ์” ตามดุลยพินิจของตนเอง 

                          ผลลัพธ์คือเกิดการสั่งการซ้ำซ้อน การประสานงานขัดแย้ง และการใช้ทรัพยากรไม่ตรงจุด ทำให้การช่วยเหลือประชาชนล่าช้า และขยายวงความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                         บทเรียนสำคัญที่ปรากฏอย่างชัดเจนคือ ประเทศยังขาดโครงสร้างผู้บัญชาการเหตุการณ์แบบ “เอกภาพคำสั่ง” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการรับมือภัยพิบัติใหญ่ การเตือนภัยต้องไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูลจากส่วนกลางไปพื้นที่เท่านั้น แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ข้อมูลถูกตีความอย่างถูกต้อง และนำไปสู่คำสั่งปฏิบัติจริง เช่น การอพยพ การปิดเส้นทาง การระดมทรัพยากร และการแจ้งเตือนประชาชนผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน ขณะที่การแก้ไขหลังเหตุการณ์ต้องมุ่งไปที่การรวมศูนย์สื่อสารและบัญชาการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันความสูญเสียในอนาคต

                        ในท้ายที่สุด ประชาชนย่อมตั้งคำถามว่า เมื่อความสูญเสียเกิดขึ้นเพราะความไม่เป็นเอกภาพของกลไกรัฐ นายกรัฐมนตรี  จะอดทนหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อย่างไร 

                        หากยังคงยืนมองสถานการณ์จากระยะไกล โดยหวังว่าสาธารณชนจะยังจดจำผลงานมากกว่าความล้มเหลวครั้งนี้  ก็คงต้องบอกว่า ความหวังในการรักษาที่นั่งทางการเมืองในอนาคต อาจ “เอาไม่อยู่” ไม่ต่างจากน้ำที่ไหลบ่าท่วมเมืองในครั้งนี้

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”