หน้าแรกINSIDE - INSIGHTผลของอุทกภัยที่บอกว่า “เอาอยู่”

ผลของอุทกภัยที่บอกว่า “เอาอยู่”

เผยแพร่

spot_img

หายนะอุทกภัยภาคใต้ครั้งนี้  มิได้เกิดขึ้นเพราะฝนหนักเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลพวงของ “ความล้มเหลวด้านการประสานงาน” ตั้งแต่ระดับแจ้งเตือนภัยไปจนถึงการสั่งการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

                           เมื่อหน่วยงานส่วนกลางอย่าง สทนช. และ ปภ. ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายระลอก แต่ระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ กลับประเมินว่า “เอาอยู่” จนน้ำหลากเข้าท่วมเมืองอย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น

                           จากการประเมินเบื้องต้น เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตประชาชนหลายร้อยราย มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ครัวเรือนหลายหมื่นหลังคาเรือนต้องอพยพ โรงเรียน โรงพยาบาล ถนน และสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสื่อสารหลายพื้นที่ถูกตัดขาด กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ความเสียหายทางทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานมีมูลค่าหลายพันล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนต้องอาศัยในศูนย์พักพิงเป็นเวลานาน และสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล

                            ยิ่งไปกว่านั้น การจัดโครงสร้างบัญชาการหลังน้ำท่วมก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาความ“ไม่เป็นเอกภาพ” เมื่อมีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหลายชุด ทั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มาจากรองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารทหารสูงสุด  รวมถึงผู้แทนฝ่ายการเมืองที่ต่างถูกมองว่ามีบทบาท “ควบคุมสถานการณ์” ตามดุลยพินิจของตนเอง 

                          ผลลัพธ์คือเกิดการสั่งการซ้ำซ้อน การประสานงานขัดแย้ง และการใช้ทรัพยากรไม่ตรงจุด ทำให้การช่วยเหลือประชาชนล่าช้า และขยายวงความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                         บทเรียนสำคัญที่ปรากฏอย่างชัดเจนคือ ประเทศยังขาดโครงสร้างผู้บัญชาการเหตุการณ์แบบ “เอกภาพคำสั่ง” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการรับมือภัยพิบัติใหญ่ การเตือนภัยต้องไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูลจากส่วนกลางไปพื้นที่เท่านั้น แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ข้อมูลถูกตีความอย่างถูกต้อง และนำไปสู่คำสั่งปฏิบัติจริง เช่น การอพยพ การปิดเส้นทาง การระดมทรัพยากร และการแจ้งเตือนประชาชนผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน ขณะที่การแก้ไขหลังเหตุการณ์ต้องมุ่งไปที่การรวมศูนย์สื่อสารและบัญชาการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันความสูญเสียในอนาคต

                        ในท้ายที่สุด ประชาชนย่อมตั้งคำถามว่า เมื่อความสูญเสียเกิดขึ้นเพราะความไม่เป็นเอกภาพของกลไกรัฐ นายกรัฐมนตรี  จะอดทนหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อย่างไร 

                        หากยังคงยืนมองสถานการณ์จากระยะไกล โดยหวังว่าสาธารณชนจะยังจดจำผลงานมากกว่าความล้มเหลวครั้งนี้  ก็คงต้องบอกว่า ความหวังในการรักษาที่นั่งทางการเมืองในอนาคต อาจ “เอาไม่อยู่” ไม่ต่างจากน้ำที่ไหลบ่าท่วมเมืองในครั้งนี้

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

ข่าวอื่นๆ

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...