วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT “พรมแดนไทย” บน…คมดาบ ! และบทพิสูจน์อธิปไตยเหนือรัฐใหม่ “กอทูเล”

 “พรมแดนไทย” บน…คมดาบ ! และบทพิสูจน์อธิปไตยเหนือรัฐใหม่ “กอทูเล”

เผยแพร่

spot_img

 สภาวะความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยในช่วงต้นปี 2569 กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งภายในเมียนมาขยายตัวสู่ความเปราะบางระดับโครงสร้างพรมแดน ตั้งแต่พื้นที่รัฐคะยาเรื่อยมาจนถึงภาคตะวันตก การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งผลให้มีวิถีกระสุนล้ำแดนเข้ามายังเขตไทยในพื้นที่ อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จ.ตาก อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าไทยจำเป็นต้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังให้เข้มข้นขึ้นในทุกมิติเพื่อปกป้องอธิปไตยและชีวิตของประชาชน

                       จุดที่ทั่วโลกกำลังจับตามองคือ การประกาศสถาปนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ในนาม “สาธารณรัฐกอทูเล” (Republic of Kawthoolei) โดย พล.อ. เนอดา เมียะ ทายาททางการเมืองของนายพลโบเมียะ ซึ่งตั้งอยู่ประชิดชายแดนไทยเพียงชั่วลำน้ำ การถือกำเนิดของกลุ่มอำนาจใหม่นี้ไม่เพียงแต่ท้าทายรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ยังสร้างโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนให้กับการต่างประเทศของไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ต้องบริหารจัดการกลุ่มอิทธิพลที่เกิดขึ้นชิดรั้วบ้าน ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อความมั่นคงและการค้าชายแดนในอนาคต

                              อย่างไรก็ตาม ความพยายามสถาปนาเอกราชครั้งนี้กลับเผชิญแรงเสียดทานอย่างหนักจากภายในกลุ่มชาติพันธุ์เอง โดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) องค์กรนำหลักได้ออกแถลงการณ์ยืนยัน “ไม่ยอมรับ” สถานะของรัฐใหม่นี้ พร้อมระบุว่าเป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่ขาดฉันทามติจากสภาปฏิวัติกะเหรี่ยง รอยร้าวระหว่างอุดมการณ์เดิมของ KNU กับแนวทางของทายาทโบเมียะ คือตัวแปรสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงไทยต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด เพราะความขัดแย้งภายในนี้อาจนำไปสู่การแย่งชิงพื้นที่อิทธิพลชิดชายแดนไทย ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์ให้ทวีความรุนแรงขึ้น

                          ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดบริเวณชายแดนตะวันออกไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ความเปราะบางในเขตพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนและความเคลื่อนไหวตามแนวพรมแดน จ.ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เป็นสัญญาณเตือนว่าไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนรอบทิศทาง การบริหารจัดการความมั่นคงในลักษณะ “สองแนวรบ” เช่นนี้ บีบให้รัฐบาลไทยต้องดำเนินนโยบายด้วยความขรึมชัด เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวกลายเป็นวิกฤตภูมิภาค

                               ในเชิงยุทธศาสตร์ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งชี้ว่าไทยต้องปรับเปลี่ยนจากการทูตเชิงรับสู่การใช้ Smart Power ที่บูรณาการทั้งความมั่นคงและการบริหารจัดการมนุษยธรรม การกำหนด “เส้นแบ่งอธิปไตยที่แตะต้องไม่ได้” ต้องทำอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการเร่งใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เพื่อขีดเส้นแบ่งปัญหาให้ขาดจากกัน ลดการใช้กำลังทหาร และใช้มาตรการทางเศรษฐกิจชายแดนเป็นตัวกลางในการสร้างเสถียรภาพระยะยาว

                              ประเทศไทยในนาทีนี้ ต้องยืนหยัดในฐานะ “ผู้นำที่สุขุมแต่มีอำนาจต่อรอง” การเกิดขึ้นของความไม่แน่นอนข้างพรมแดนคือสัญญาณว่าเราต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติให้เท่าทันต่อภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป อธิปไตยของไทยไม่ได้อยู่แค่การรักษาเส้นเขตแดนบนแผนที่ แต่คือการบริหารจัดการความขัดแย้งรอบข้างให้จบลงโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ และการตัดสินใจในวันพรุ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดบทบาทของไทยในเวทีโลกอย่างมีนัยสำคัญ

2569-01-24  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”