หน้าแรกINSIDE - INSIGHTภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

เผยแพร่

spot_img

สูตร “เพื่อไทย-กล้าธรรม” กับโจทย์ภาพลักษณ์ที่สังคมจับตา

 การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีความเป็นไปได้ที่ภูมิใจไทยจะดึงทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม ซึ่งทำให้ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร และ ธรรมนัส พรหมเผ่า กลายเป็นศูนย์กลางของการจับตามองทันที

                          การดึงเพื่อไทยเข้ามา หมายถึงการยอมรับพลังของพรรคใหญ่ที่มีฐานเสียงแข็งแรงทั่วประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาพจำเรื่องอิทธิพลทางการเมืองของทักษิณยังคงฝังอยู่ในความรับรู้ของสาธารณะ แม้เจ้าตัวจะไม่มีตำแหน่งทางการบริหารโดยตรงก็ตาม คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่บทบาทตามกฎหมาย แต่อยู่ที่ “บทบาทในความเชื่อของสังคม” ว่าจะส่งผลต่อทิศทางรัฐบาลเพียงใด

                        ขณะเดียวกัน การดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามา เสริมความแข็งแรงเชิงตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมี สส.ในมือจำนวนมากและขึ้นชื่อเรื่องการบริหารเสียง แต่ภาพลักษณ์ทางการเมืองของแกนนำพรรคย่อมทำให้รัฐบาลถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษในทุกก้าวเดิน การรวมสองพรรคนี้เข้าด้วยกันจึงเท่ากับรวม “พลังเสียง” และ “พลังการจับตา” ไว้ในสมการเดียวกัน

                        ทางเลือกอีกด้านคือการลดแรงกระเพื่อมทางภาพลักษณ์ ด้วยการดึงพรรคที่มีภาพจำแบบสถาบันการเมืองดั้งเดิม เช่น พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคขนาดเล็กอื่น ๆ เข้ามาแทน สูตรนี้อาจทำให้ภาพรัฐบาลดูนุ่มนวลขึ้น และลดความเข้มข้นของตัวบุคคลที่ถูกจับตา แต่โจทย์สำคัญคือจำนวนเสียงจะเพียงพอหรือไม่ และเสถียรภาพจะมั่นคงแค่ไหนเมื่อพึ่งพาหลายพรรคขนาดเล็ก

                      อีกทั้งต้องยอมรับว่า ในรอบนี้ภูมิใจไทยมีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย สามารถออกแบบสูตรจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่าหนึ่งแนวทาง จึงมีแนวโน้มว่าจะไม่ดำเนินยุทธศาสตร์อย่างชะล่าใจหรือบุ่มบ่าม เพราะพรรคการเมืองที่อาจเข้ามาเคียงข้าง ล้วนเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์และมีศักยภาพต่อรองสูงทั้งสิ้น การประคองดุลอำนาจจึงต้องอาศัยความรอบคอบอย่างยิ่ง มิฉะนั้นอาจเสียเปรียบกลางสนามการเมืองได้โดยไม่ตั้งใจ

                    ดังนั้น สมการของภูมิใจไทยจึงเป็นการเลือกระหว่าง “เสียงที่แน่น” กับ “ภาพที่เนียน” หากเลือกสูตรแรก รัฐบาลอาจมั่นคงในสภาแต่ต้องรับมือกับแรงเพ่งเล็งตลอดเวลา หากเลือกสูตรหลัง ภาพอาจดูสะอาดตาแต่ต้องบริหารเสียงอย่างประณีตทุกครั้งที่มีการโหวตสำคัญ

                    และในท้ายที่สุด การเมืองไทยอาจพิสูจน์อีกครั้งว่า ไม่ว่าจะจัดสูตรไหน ประชาชนก็มักได้ยินคำอธิบายสวยหรูเสมอว่า “ทั้งหมดทำเพื่อความมั่นคงของประเทศ”  เพียงแต่คำว่า “ประเทศ” ในแต่ละยุค อาจมีความหมายไม่เท่ากันในห้องประชุมกับหน้าบ้านของประชาชน

2569-02-17  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก

ทำอย่างไร ?  การรักษาให้เลิกบุหรี่จะได้ผลดีกว่านี้

“ดูตัวเลขการรักษาเลิกบุหรี่ พบว่าคนที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราเพิ่มการคัดกรอง ให้บริการผ่านร้านยา และยาฟรี มีคลินิกฟ้าใส รวมถึง application แจ้งเตือนแล้ว

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ข่าวอื่นๆ

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย