วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

เผยแพร่

spot_img

กองทัพอาจต้องรับบทนำ หากสถานการณ์ลุกลาม

 การขอพระราชทานยุบสภาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ในช่วงที่รัฐบาลยังมีเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจค้างคา ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อความพร้อมของรัฐไทยในการรับมือสถานการณ์ชายแดนที่ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง และอาจต้องอาศัยอำนาจตัดสินใจระดับสูงแบบเร่งด่วนในเวลาอันใกล้

                      การยุบสภาในเวลาที่รัฐบาลยังเหลือภารกิจต้องปิดบัญชีอีกจำนวนมาก รวมถึง MOA เรื่องรัฐธรรมนูญที่ต้องเร่งสรุปภายในหนึ่งเดือนเศษ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของการเร่งเดินหมากทางการเมืองครั้งนี้ นายอนุทินถูกมองว่ากังวลความเสี่ยงที่จะถูกยื่นอภิปรายในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนเลือกยุบสภาก่อน แม้ต้องแลกกับการลดทอนอำนาจในการบริหารประเทศลงทันที

                       สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ยังไม่มีสัญญาณยุติโดยสมบูรณ์ ขณะที่รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ อำนาจเชิงนโยบายและงบประมาณหลายด้านถูกจำกัดลง ความเร่งด่วนในการตัดสินใจด้านความมั่นคง การเคลื่อนกำลัง การเสริมยุทโธปกรณ์ หรือการตอบโต้ตามหลักสัดส่วน ล้วนต้องการ “รัฐบาลเต็มเข็ม” ซึ่งไทยไม่มีแล้วหลังการยุบสภาเมื่อคืนที่ผ่านมา

                       หากไฟชายแดนลุกลามไปอีกระดับ การตัดสินใจที่รวดเร็วทั้งด้านกฎหมายการใช้กำลังและงบประมาณฉุกเฉินต้องย้ายไปอยู่ที่กองทัพ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกในบางพื้นที่หรือทั่วประเทศ การตัดสินใจเช่นนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ในเวทีอาเซียนและนานาชาติอย่างมาก เพราะในห้วงรัฐบาลรักษาการ ทุกการเคลื่อนไหวของกองทัพจะถูกตีความว่าเป็นการใช้อำนาจทหารเกินควร แม้จะเป็นการปฏิบัติจำเป็นตามสถานการณ์ก็ตาม

                         นอกจากความมั่นคง รัฐบาลยังปล่อยภาระคั่งค้างจำนวนมากไว้กับระบบราชการในสถานะจำกัด ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัสที่ยังไม่สรุปเฟสใหม่ งบเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ยังไม่เสร็จ รวมถึงมาตรการรองรับเศรษฐกิจปลายปีที่ต้องการการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร การยุบสภาจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนสนามการเมือง แต่ยังผลักภาระหนักให้ระบบรัฐที่มีอำนาจไม่เต็มมือในห้วงเวลาอ่อนไหวอย่างยิ่ง

                          ไทยกำลังมีไฟชายแดนลุกอยู่ต่อหน้า มีเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจรัฐธรรมนูญ มีโครงการเศรษฐกิจและงบฟื้นฟูที่ยังรอการอนุมัติ แต่รัฐบาลกลับเลือกลดสถานะลงเหลือเพียง “รักษาการ” โดยสมัครใจ ทั้งที่รู้ว่าหากสถานการณ์ชายแดนขยายวง อำนาจตัดสินใจจะย้ายไปอยู่กับกองทัพทั้งหมด ตั้งแต่การเคลื่อนกำลังไปจนถึงการประกาศกฎอัยการศึก  

                         ในวันที่โลกกำลังจับตานี้  ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นราคาที่ประเทศต้องจ่ายมากจากการเมืองที่ตัดสินใจเร็วเกินไป

12/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”