หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“รถพุ่มพวง“ …ไทยช่วยไทย !   กลยุทธ์ต่อลมหายใจ หรือกลไกพยุงเศรษฐกิจฐานราก?

“รถพุ่มพวง“ …ไทยช่วยไทย !   กลยุทธ์ต่อลมหายใจ หรือกลไกพยุงเศรษฐกิจฐานราก?

เผยแพร่

spot_img

มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ ท่ามกลางโจทย์ท้าทาย

 “รวยกระจุก  จนกระจาย” ที่ยังรอการแก้ไข

                              ปิดรับสมัครไปอย่างคึกคักสำหรับโครงการ “รถพุ่มพวงไทยช่วยไทย” ที่มียอดผู้เข้าร่วมทะลุหมื่นราย สะท้อนภาพจำลองของเศรษฐกิจไทยในปี 2569   ที่กำลังเผชิญวิกฤตกำลังซื้ออย่างหนัก   จนรัฐบาลต้องตัดสินใจใช้ “รถเร่” เป็นตัวกลางส่งต่อสินค้าราคาถูกถึงประตูบ้าน 

                             ทว่าเบื้องหลังตัวเลขหมื่นกว่ารายที่พร้อมใจกันตบเท้าเข้าร่วมโครงการนี้ กลับซ่อนนัยสำคัญของปัญหาความเหลื่อมล้ำและประสิทธิภาพของกลไกตลาดปกติที่กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง

                             ความพยายามครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   ผู้ผลักดันแนวคิดการดึง “เครือข่ายรถเร่” เข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าชั่วคราว โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและไปรษณีย์ไทย เพื่อแก้โจทย์ใหญ่เรื่องต้นทุนลอจิสติกส์และการเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดของคนตัวเล็กในชุมชนที่ห่างไกล   โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้

                            ในเชิงยุทธศาสตร์ โครงการนี้สอดคล้องกับแผนแม่บทการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ   รัฐไม่ได้เลือกสร้างห้างสรรพสินค้าใหม่ แต่เลือกที่จะ “ติดอาวุธ” ให้กับผู้ค้าที่มีตัวตนอยู่แล้วผ่านเงินอุดหนุนค่าน้ำมันและสินค้าธงฟ้า ซึ่งเป็นการช่วยลดต้นทุนหลักให้กับผู้ประกอบการรายย่อยไปพร้อมกับการกระจายสินค้าเกษตรล้นตลาด เป็นการแก้ปัญหาแบบยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวในเชิงการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่เดิม

                          โครงการนี้คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าระบบค้าปลีกปกติของไทยกำลังอยู่ในภาวะ “ไม่สมดุล” เมื่อประชาชนไม่สามารถซื้อสินค้าราคาเป็นธรรมได้จากร้านค้าทั่วไปในชีวิตประจำวัน  จนรัฐต้องหันมาสวมบทบาทเป็น “ผู้จัดจำหน่ายเคลื่อนที่” เสียเอง   

                          การที่คนนับหมื่นแห่สมัครเพื่อรับเงินอุดหนุนค่าน้ำมันเพียงหลักพันบาทต่อเดือน สะท้อนว่าเส้นเลือดฝอยของเศรษฐกิจไทยกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และต้องการมาตรการประคับประคองเพื่อให้การหมุนเวียนของสินค้าจำเป็นยังคงดำเนินต่อไปได้

                          ปัญหาสภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย”  ถูกตอกย้ำด้วยความจริงที่ว่า ขณะที่กลุ่มทุนค้าปลีกขนาดใหญ่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง   แต่ประชาชนกลับต้องเฝ้ารอ “รถพุ่มพวงสวัสดิการ” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่สิบบาทต่อวัน 

                          การเข้าช่วยเหลือของรัฐในลักษณะนี้ แม้จะดูงดงามในรายงานสรุปการดำเนินงาน แต่มันคือภาพสะท้อนว่ารัฐบาลยังไม่สามารถกำกับดูแลกลไกราคาในตลาดเสรีให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายได้อย่างทั่วถึง จึงต้องสร้าง “ทางขนาน” ออกมาพยุงสถานการณ์ไว้

                           ผลลัพธ์ของโครงการนี้อาจสร้างความพึงพอใจในระยะสั้น  และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันท่วงที แต่ในแง่การพาณิชย์ที่ยั่งยืน รถพุ่มพวงหมื่นกว่าคันนี้ยังต้องเผชิญกับคำถามเรื่อง “ความต่อเนื่อง” หากสิ้นสุดระยะเวลาอุดหนุนค่าน้ำมัน หรือสินค้าสวัสดิการขาดช่วง เครือข่ายเหล่านี้จะสามารถยืนระยะแข่งขันในตลาดที่ถูกครอบงำด้วยกลไกเดิมได้หรือไม่? นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องมองให้ไกลกว่าเพียงตัวเลขยอดผู้เข้าร่วมโครงการ

                         ท้ายที่สุด “รถพุ่มพวงไทยช่วยไทย” อาจเป็นได้เพียงการซื้อเวลาเพื่อรอคอยการผ่าตัดใหญ่ในเชิงโครงสร้าง หากหัวใจหลักอย่างการสร้างอำนาจซื้อที่แท้จริงและการทลายข้อจำกัดของทุนผูกขาดไม่ถูกแก้ไข มาตรการนี้ก็จะเป็นเพียงภาพความสำเร็จชั่วคราว ในขณะที่รากเหง้าของปัญหาเศรษฐกิจฐานรากยังคงต้องการคำตอบที่ชัดเจนและยั่งยืนมากกว่านี้

2569-05-11  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย