วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลภูมิใจไทยส่งโครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้ง

 รัฐบาลภูมิใจไทยส่งโครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้ง

เผยแพร่

spot_img

หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีด้วยเงิน 66,400 ล้านบาท แม้แบงก์ชาติเตือนว่า ผลลัพธ์ต่อจีดีพีไม่ถึง 0.4% แต่ก็เป็นโอกาสให้ประชาชนและร้านค้าขนาดเล็กได้ “เฮียใจดี แจกเงิน” กันอีกครั้ง

 โครงการ คนละครึ่ง เคยเริ่มในสมัย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อตอบโต้ผลกระทบจากโควิด-19 และกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยแบ่งเงินให้ประชาชนครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งประชาชนจ่ายเอง ผลปรากฏว่าร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการขนาดเล็กมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อจีดีพีโดยรวมถือว่าเล็ก โดยรัฐบาลภูมิใจไทยนำกลับมาในชื่อ คนละครึ่งพลัส ปี 2568 ด้วยกลุ่มผู้มีรายได้ในระบบภาษี 9 ล้านคน, กลุ่มทั่วไป 11 ล้านคน และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน

                             ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าในโครงการเดิม การใช้จ่ายภายในประเทศกระตุ้นจีดีพีได้เล็กน้อย เพราะเงินส่วนใหญ่เป็นการโอนให้ประชาชนใช้จ่ายรายวันและไม่ได้สร้างงานถาวร รวมถึงมีส่วนรั่วไหลออกนอกประเทศผ่านสินค้านำเข้า ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่า แม้คนละครึ่งจะช่วยร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นการจับจ่ายชั่วคราว แต่ผลต่อเศรษฐกิจรวมไม่เด่น

                               โครงการนี้มีทั้ง ผู้สนับสนุนและผู้วิจารณ์ ฝ่ายสนับสนุนมองว่าช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นรายได้ร้านค้ารายย่อย ฝ่ายวิจารณ์เตือนว่าเป็น เครื่องมือสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้ง และการใช้เงินเต็มวงเงินอาจส่งผลต่อฐานะการคลังในระยะยาว หากนำมาใช้โดยไม่วางมาตรการรองรับ

                                แม้ผลต่อจีดีพีจะน้อย แต่โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเหมือน ยาแรงชั่วคราว ให้ประชาชนและร้านค้าได้ยิ้มระหว่างปลายปี ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้ภาพลักษณ์ว่าใส่ใจประชาชน เหมือนแจกของขวัญช่วงเทศกาล แต่เศรษฐกิจจริงๆ ต้องการมาตรการสร้างงานและความยั่งยืนมากกว่าการแจกเงินชั่วคราว

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม