หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรัฐปิดช่องโหว่ภาษีอีคอมเมิร์ซ

รัฐปิดช่องโหว่ภาษีอีคอมเมิร์ซ

เผยแพร่

spot_img

Temu,Shopee,Lazada ภาษีเพิ่ม ใครจ่ายจริง

                                รัฐบาลเตรียมบังคับใช้มาตรการจัดเก็บอากรนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับสินค้าที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศ ตั้งแต่ มูลค่า 1 บาทขึ้นไป ครอบคลุมแพลตฟอร์มหลักอย่าง Temu, Shopee, Lazada, TikTok Shop, AliExpress, Alibaba, Amazon และ eBay หลังยกเลิกการยกเว้นภาษีเดิมที่ใช้กับสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท โดยให้เหตุผลว่าเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า และลดความได้เปรียบของสินค้านำเข้าราคาถูกที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดไทยมานานหลายป้

                              มีหลักฐานหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประเมินว่า การจัดเก็บทั้ง อากรนำเข้าและ VAT 7% จากสินค้าที่เคยได้รับการยกเว้น จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐในระดับ หลายพันล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะ VAT ซึ่งเป็นรายได้ตรงของรัฐ ขณะที่อากรนำเข้าจะขึ้นกับประเภทสินค้าและพิกัดภาษี (ตั้งแต่ 0–20% หรือมากกว่านั้นในบางรายการ) 

                            อย่างไรก็ดี รายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ได้มาจากแพลตฟอร์มโดยตรง หากแต่เกิดจากการขยายฐานภาษีไปยังสินค้ารายย่อยจำนวนมหาศาลที่เคยอยู่นอกระบบ

                               ผลกระทบที่ผู้บรืโภคจะรับรู้ชัดเจนที่สุด คือ ราคาสินค้าออนไลน์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทันทีราว 7-15% สำหรับสินค้าทั่วไป และอาจสูงกว่านั้นในสินค้าที่มีอากรนำเข้าเฉพาะ ทั้งนี้เพราะแพลตฟอร์มอย่าง Temu, AliExpress และ TikTok Shop ใช้โมเดลราคาต่ำเป็นหลัก มีพื้นที่จำกัดในกาารดูดซับภาระภาษี จึงมีแนวโน้ม ผลักภาษีไปยังผู้บริโภคเต็มจำนวน ผ่านราคาสินค้า ค่าจัดส่ง หรือค่าธรรมเนียมแฝง ขณะที่ Shopee และ Lazada ซึ่งมีทั้งผู้ขายไทยและต่างชาติ อาจเกิดการปรับราคาเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ผู้ซื้อจ่ายแพงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเห็นคำว่า “ภาษี” แสดงแยกชัดเจน

                             มาตรการนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการ “ดึงสนามแข่งขันให้เท่ากัน” ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ  แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่ การออกแบบนโยบายรองรับผลกระทบปลายทาง เพราะในโครงสร้างอีคอมเมิร์ซที่แพลตฟอร์มยังมีอำนาจต่อรองสูง การเก็บภาษีเพิ่มอาจไม่กระทบผู้เล่นรายใหญ่เท่ากับผู้บริโภคทั่วไป 

                            คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า รัฐเก็บภาษีได้“มากขึ้น”หรือไม่ หากแต่คือ รัฐจะยอมให้การสร้างความเป็นธรรมทางการค้า จบลงด้วยประชาชนที่ต้องจ่ายแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือไม่     

                          และนี่คือเส้นบาง ๆ ที่นโยบายภาษีต้องเดินอย่างระมัดระวัง

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย