วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรัฐปิดช่องโหว่ภาษีอีคอมเมิร์ซ

รัฐปิดช่องโหว่ภาษีอีคอมเมิร์ซ

เผยแพร่

spot_img

Temu,Shopee,Lazada ภาษีเพิ่ม ใครจ่ายจริง

                                รัฐบาลเตรียมบังคับใช้มาตรการจัดเก็บอากรนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับสินค้าที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศ ตั้งแต่ มูลค่า 1 บาทขึ้นไป ครอบคลุมแพลตฟอร์มหลักอย่าง Temu, Shopee, Lazada, TikTok Shop, AliExpress, Alibaba, Amazon และ eBay หลังยกเลิกการยกเว้นภาษีเดิมที่ใช้กับสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท โดยให้เหตุผลว่าเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า และลดความได้เปรียบของสินค้านำเข้าราคาถูกที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดไทยมานานหลายป้

                              มีหลักฐานหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประเมินว่า การจัดเก็บทั้ง อากรนำเข้าและ VAT 7% จากสินค้าที่เคยได้รับการยกเว้น จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐในระดับ หลายพันล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะ VAT ซึ่งเป็นรายได้ตรงของรัฐ ขณะที่อากรนำเข้าจะขึ้นกับประเภทสินค้าและพิกัดภาษี (ตั้งแต่ 0–20% หรือมากกว่านั้นในบางรายการ) 

                            อย่างไรก็ดี รายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ได้มาจากแพลตฟอร์มโดยตรง หากแต่เกิดจากการขยายฐานภาษีไปยังสินค้ารายย่อยจำนวนมหาศาลที่เคยอยู่นอกระบบ

                               ผลกระทบที่ผู้บรืโภคจะรับรู้ชัดเจนที่สุด คือ ราคาสินค้าออนไลน์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทันทีราว 7-15% สำหรับสินค้าทั่วไป และอาจสูงกว่านั้นในสินค้าที่มีอากรนำเข้าเฉพาะ ทั้งนี้เพราะแพลตฟอร์มอย่าง Temu, AliExpress และ TikTok Shop ใช้โมเดลราคาต่ำเป็นหลัก มีพื้นที่จำกัดในกาารดูดซับภาระภาษี จึงมีแนวโน้ม ผลักภาษีไปยังผู้บริโภคเต็มจำนวน ผ่านราคาสินค้า ค่าจัดส่ง หรือค่าธรรมเนียมแฝง ขณะที่ Shopee และ Lazada ซึ่งมีทั้งผู้ขายไทยและต่างชาติ อาจเกิดการปรับราคาเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ผู้ซื้อจ่ายแพงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเห็นคำว่า “ภาษี” แสดงแยกชัดเจน

                             มาตรการนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการ “ดึงสนามแข่งขันให้เท่ากัน” ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ  แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่ การออกแบบนโยบายรองรับผลกระทบปลายทาง เพราะในโครงสร้างอีคอมเมิร์ซที่แพลตฟอร์มยังมีอำนาจต่อรองสูง การเก็บภาษีเพิ่มอาจไม่กระทบผู้เล่นรายใหญ่เท่ากับผู้บริโภคทั่วไป 

                            คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า รัฐเก็บภาษีได้“มากขึ้น”หรือไม่ หากแต่คือ รัฐจะยอมให้การสร้างความเป็นธรรมทางการค้า จบลงด้วยประชาชนที่ต้องจ่ายแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือไม่     

                          และนี่คือเส้นบาง ๆ ที่นโยบายภาษีต้องเดินอย่างระมัดระวัง

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”