หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวาระตกต่ำของ "ค่ายสีแดง" สะท้อนเกมอำนาจใหม่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญ "เพื่อไทย" ถูกโหวตคว่ำในสภา

วาระตกต่ำของ “ค่ายสีแดง” สะท้อนเกมอำนาจใหม่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญ “เพื่อไทย” ถูกโหวตคว่ำในสภา

เผยแพร่

spot_img

                       มติที่ร่างฯ ถูกตีตกเพราะขาดเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิก  เพียงหยิบมือ คือสัญญาณอันชัดเจนว่า กลไกอำนาจรัฐได้เปลี่ยนมือไปแล้วอย่างสมบูรณ์ และพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นผู้กุมเกมได้กลายสภาพเป็นเพียง “คู่แข่งรายใหญ่” ที่ถูกล็อกและบีบด้วยกลไกทางกฎหมายและการเมืองอย่างมีเป้าหมาย การที่ร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และพรรคประชาชน (People’s Party) ได้รับการโหวตผ่าน จึงสะท้อนสมการอำนาจใหม่ที่พรรคภูมิใจไทยได้กุมอำนาจบริหารและสามารถประสานงานกับกลุ่มอำนาจเดิมได้เหนือกว่าพรรคเพื่อไทยอย่างเด็ดขาด

                         ความเพลี่ยงพล้ำครั้งนี้ไม่อาจแยกออกจาก “มรสุมตระกูลชินวัตร” ที่กำลังโหมกระหน่ำพรรคอย่างต่อเนื่อง การที่ผู้นำทางจิตวิญญาณอย่าง อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ต้องกลับเข้าสู่กระบวนการรับโทษจำคุกอย่างแท้จริง แม้จะลดโทษแล้ว แต่ก็สร้างบาดแผลลึกให้กับ “แบรนด์เพื่อไทย” ที่เคยขายความสามารถในการนำพรรคกลับสู่อำนาจอย่างเด็ดขาด ภาพลักษณ์ของ ‘ผู้นำที่อยู่เหนืออำนาจ’ ได้ถูกแทนที่ด้วยภาพ “ผู้ต้องขังที่ได้รับสิทธิพิเศษ” ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือทั้งในสายตาประชาชนและกลุ่มอำนาจเดิมที่เคยถูกท้าทาย การกลับเข้าเรือนจำของนายทักษิณ ไม่ได้เป็นเพียง “ปุ๋ยการเมือง” ตามที่บางฝ่ายคาดหวัง แต่มันคือ “ยาพิษทางการเมือง” ที่ทำให้ ส.ส. และสมาชิกพรรคที่เคยยึดโยงกับอำนาจบารมีส่วนตัวเริ่มมองหา “เรือลำใหม่” ที่มั่นคงกว่า

                      ความอ่อนแอภายในพรรคได้เปิดทางให้เกิดปรากฏการณ์ “งูเห่าเลื้อยออกจากถ้ำ” ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มการเมืองที่ต้องการความมั่นคง ขณะที่พรรคเพื่อไทยถูกกดดันให้ต้องไปเป็นฝ่ายค้านอย่างไม่เต็มใจ

                      การไหลออกของ ส.ส. ที่ต้องการความแน่นอนในการทำงานและงบประมาณ จึงเป็นไปตามหลัก “คณิตศาสตร์การเมือง” อย่างแท้จริง 

                     การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้สำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนอย่างมีเงื่อนไขจากพรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า พวกเขามีความสามารถในการบริหารจัดการอำนาจและผลประโยชน์ได้ดีกว่าพรรคเพื่อไทยในภาวะที่ไร้ผู้นำที่ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง การที่ร่างของเพื่อไทยตกไปนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยัง ส.ส. ทั่วประเทศว่า “ที่นี่ไม่มีอนาคต” สำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

                     ดังนั้น ความพ่ายแพ้ในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการ “ผ่าตัดใหญ่” ทางการเมืองที่จะตามมา พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับภาวะ “วิกฤตอัตลักษณ์” ที่ต้องเลือกระหว่างการรักษาความเป็นพรรคที่ยึดโยงกับจิตวิญญาณเดิม หรือการปรับตัวให้เป็นพรรคการเมืองยุคใหม่ที่พึ่งพากลไกประชาธิปไตยในสภาอย่างแท้จริง ซึ่งดูเหมือนว่าการไปหนุน ร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างหลักคือการพยายามรักษาฐานเสียงประชาธิปไตยไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย แต่แรงบีบจากรัฐบาลภูมิใจไทยที่กำลังเผชิญกระแสกดดันให้ยุบสภา จากฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ต้องจัดการปัญหาภายในประเทศ ก็อาจทำให้เกมอำนาจนี้จบลงด้วยการ “ยุบสภา” เพื่อรีเซ็ตกระดานใหม่ 

                         อาจเป็นทางรอดเดียวที่พรรคเพื่อไทยหวังจะใช้ “ปุ๋ยแห่งความเห็นใจ” จากผู้นำที่ถูกจองจำ มาพลิกเกมการเลือกตั้งครั้งหน้า ก่อนที่พรรคจะถูกกลืนกินโดยอำนาจใหม่จนหมดสิ้นอย่างถาวรเป็นแน่แท้

ข่าวล่าสุด

เมื่อไทยจับมือเวียดนาม… ยุทธศาสตร์ล้อมกรอบอินโดจีน ?

การเดินทางไปเยือนกรุงฮานอยอย่างเป็นทางการของคณะผู้แทนระดับสูงจากประเทศไทย พร้อมด้วยขบวนข้าราชการและภาคธุรกิจจำนวนมหาศาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกฉายภาพต่อสาธารณะในฐานะความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคีทั่วไป

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม

ทำไมเข้าฤดูฝนแล้วยังร้อนอบอ้าว

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อุณหภูมิจะยังคงสูงกว่าปกติ แต่จะไม่สูงเท่าเดือนเมษายนปี 2569 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะร้อนสุดๆเดือนเมษายน 2570 ที่จะมาถึง

สร้างแลนด์มาร์คใหม่กลางยอดเขา ทำแบบนี้ได้เหรอ? 

ป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดยักษ์คำว่า “@NONGBUALAMPHU” ตรงแหล่งท่องเที่ยวภูพานน้อย ระยะที่ 2 บริเวณวัดดอยเทพสมบูรณ์ อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมีการติดตั้งอักษรตัว “L” เป็นปฐมฤกษ์

ข่าวอื่นๆ

เมื่อไทยจับมือเวียดนาม… ยุทธศาสตร์ล้อมกรอบอินโดจีน ?

การเดินทางไปเยือนกรุงฮานอยอย่างเป็นทางการของคณะผู้แทนระดับสูงจากประเทศไทย พร้อมด้วยขบวนข้าราชการและภาคธุรกิจจำนวนมหาศาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกฉายภาพต่อสาธารณะในฐานะความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคีทั่วไป

“คนพิการไทย”….กำลังถูกปล่อยให้อยู่ข้างหลัง ?

รัฐให้เงินสงเคราะห์   เหมือนบล็อกเส้นทางพึ่งพาตนเอง ส่องกฎหมายจ้างงาน-ทางลาดสายพันธุ์ไทย เมื่อเทียบชั้นเพื่อนบ้านและสากล ยังเป็นได้แค่เสือกระดาษ                               มติล่าสุดของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้ปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน พร้อมอุดหนุนเงินผู้ช่วยดูแลสูงสุด 10,800...

เลิก MOU 44 กัมพูชาหนาว..วิ่งหา UN  เปลี่ยนสนามขอใช้ “กระบวนการประนอม“

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทยมีมติ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ประกาศยกเลิกและถอนตัวฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจฉบับปี 2544 หรือ MOU 2544