วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ศึกสันติภาพอาเซียน ใครได้ไครเสีย”

“ศึกสันติภาพอาเซียน ใครได้ไครเสีย”

เผยแพร่

spot_img

 เมื่อ”ทรัมป์” บีบ “ไทย-กัมพูชา” ลงนาม 

ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง?

  การประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียปลายเดือนนี้ กำลังกลายเป็นเวทีประลองอำนาจทางการทูต เมื่อมีรายงานยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางไปเป็นสักขีพยานในการลงนาม “ประกาศความสัมพันธ์” หรือ “กรอบสันติภาพ” ระหว่างไทยกับกัมพูชา 

                           ข่าวดังกล่าวสร้างความสั่นสะเทือนทางการเมืองและตอกย้ำถึงบทบาทของทรัมป์ในฐานะ “กรรมการใหญ่” ที่ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน (เงื่อนไขทางการค้า) บังคับให้สองประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่งปะทะกันอย่างรุนแรงต้องมานั่งโต๊ะเจรจา 

                           การแทรกตัวเข้ามาของผู้เล่นนอกภูมิภาคอย่างสหรัฐฯ ในปัญหาที่ยาวนานนี้ ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์มุ่งใช้เวทีเอเชียเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ “ผู้สร้างสันติภาพระดับโลก” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณอันทรงพลังต่อมหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีนว่าสหรัฐฯ ยังคงมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                           การลงนามที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นผลจากความคืบหน้าสำคัญในการประชุมระดับคณะกรรมาธิการร่วม (JBC/GBC) ที่สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในหลายประเด็นเร่งด่วน เช่น การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของทั้งสองฝ่าย

                            ท่าทีของกัมพูชาก่อนหน้านี้ที่เคยประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมเจรจาหรือตกลงใดๆ กับไทย เนื่องจากมองว่าถูกรุกราน ได้ถูกผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ การตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการลงนามโดยมีทรัมป์เป็นพยาน จึงเป็นที่วิเคราะห์กันว่า เป็นไปได้ที่กัมพูชาได้แอบติดต่อขอความช่วยเหลือจากทรัมป์ เพื่อให้ผู้นำสหรัฐฯ เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ทรงอำนาจและช่วยหา “ทางลงที่ไม่เสียหน้า” (Face-saving exit) จากสถานการณ์ที่ไม่มีหนทางเอาชนะในด้านใด ๆ ได้อีกแล้ว

                              ขณะที่ไทยเองก็ได้รับประโยชน์จากการลดความตึงเครียดด้านความมั่นคงในระยะยาวและรักษาความได้เปรียบในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ

                             ขณะที่ทั้งไทยและกัมพูชาเข้าสู่พิธีลงนามด้วยเหตุผลและแรงจูงใจที่ซ่อนเร้น มาเลเซียในฐานะเจ้าภาพและประธานอาเซียนก็ได้รับบทบาทโดดเด่นในการฟื้นฟูแนวคิด “ความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง      

                            การที่มาเลเซียสามารถนำพาความขัดแย้งที่ใกล้จะบานปลายเป็นสงครามมาสู่โต๊ะเจรจาได้สำเร็จ ถือเป็นการเสริมสร้างความชอบธรรมให้กับกลไกการแก้ไขปัญหาภายในภูมิภาค 

                          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงจะอยู่หลังจากพิธีการเสร็จสิ้นลง เนื่องจากประเด็นเขตแดนที่อ่อนไหวที่สุดยังคงต้องใช้เวลาในการเจรจาอย่างละเอียด และประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์บ่งชี้ว่า “ความไว้วางใจ” คืออุปสรรคสำคัญที่พร้อมจะบ่อนทำลายข้อตกลงนี้ได้ทุกเมื่อ

                        งานนี้เรียกได้ว่า “ไม่มีใครแพ้” บนเวทีพิธีลงนาม เพราะทุกคนได้สิ่งที่ต้องการ 

                        ทรัมป์ ได้ภาพผู้สร้างสันติภาพปูทางสู่โนเบล (ถ้าไม่พลาดท่าเสียก่อน), กัมพูชา ได้ทางลงจากความขัดแย้งโดยมีมหาอำนาจมาช่วยหนุนหลัง (แถมไม่ต้องเสียหน้าหลังเคยปฏิเสธเจรจาอย่างแข็งกร้าว), ไทย ได้ความสงบชายแดนชั่วคราวและอาจได้ต่อรองภาษีขาเข้าอเมริกา (อย่างน้อยก็ลดแรงกดดันจากวอชิงตัน) ส่วน มาเลเซีย ได้อานิสงส์ความโดดเด่นในฐานะเจ้าภาพที่ทำงานได้สำเร็จ … 

                         แต่คนที่อาจจะ “เสีย” จริงๆ คือ “สันติภาพที่แท้จริง” หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถสร้างความไว้วางใจและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเขตแดนที่ซ่อนอยู่ภายใต้พรมแห่งความตกลงนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้ในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด

‘ไอซ์ ชลธาร’ สส. พรรคประชาชน ได้รับเลือกจากรัฐสภา 82 แห่งทั่วโลก ด้วยคะแนนเสียงสูงสุด 

ชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ สส. กรุงเทพฯ เขตพระโขนง-บางนา พรรคประชาชน ได้รับเลือกตั้งจากรัฐสภา 82 แห่งทั่วโลกให้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา แห่งสหภาพรัฐสภา (IPU)

สี จิ้นผิง พลิกวิกฤต ‘สงครามอิหร่าน’ เป็นโอกาส  สร้างระเบียบโลกใหม่ชูจีนเป็นทางเลือกแทนขั้วอำนาจสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ใช้โอกาสจากความวุ่นวายนี้ในการปรับโฉมอำนาจระดับโลกของตน ศึกษายุทธวิธีของสหรัฐฯ และวางตำแหน่งประเทศจีน ให้เป็นทางเลือกใหม่ที่มั่นคงเหนืออำนาจของอเมริกา

สงครามอิหร่าน ‘บีบทรัมป์’ กลับมาเจรจานิวเคลียร์อีกครั้ง ในเงื่อนไขที่สหรัฐฯเสียเปรียบและทรัมป์โง่เขลามาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยวิจารณ์ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ นายบารัค โอบามา ลงนามกับประเทศอิหร่าน เมื่อปี 2015 ว่าเป็นข้อตกลงที่ "แย่มาก", "เอียงข้างฝ่ายเดียว" และ "เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์"

นักฟิสิกส์ทำสำเร็จ! ทลายกฎเหล็ก 165 ปี ปลดล็อกขีดจำกัดโซลาร์เซลล์  ที่เคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้!…

ปัญหาคลาสสิกของแผงโซลาร์เซลล์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ คือมันมักจะสูญเสียพลังงานจำนวนมากไปกับการแผ่ความร้อนทิ้งสู่อากาศ สาเหตุหลักมาจาก "กฎการแผ่รังสีความร้อนของเคอร์ชอฟฟ์" (Kirchhoff's law of thermal radiation)

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก