หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสด ๆ ร้อน ๆ กับวิกฤตศรัทธารัฐบาลใหม่  ที่มีข้อเสนอ 40 ล้าน แลกไม่จับคอลเซ็นเตอร์

สด ๆ ร้อน ๆ กับวิกฤตศรัทธารัฐบาลใหม่  ที่มีข้อเสนอ 40 ล้าน แลกไม่จับคอลเซ็นเตอร์

เผยแพร่

spot_img

 สะท้อนธรรมาภิบาลที่ต้องพิสูจน์ทันที

                          การแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่เมื่อวันที่ 29–30 กันยายน 2568 ถูกบดบังด้วยประเด็นร้อน เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลุกขึ้นเปิดเผยในที่ประชุมรัฐสภาว่า มีการเสนอเงินสินบนมูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ 

                         เรื่องนี้ไม่เพียงกระทบความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ยังเข้าข่ายความผิดอาญาที่ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

                         การเปิดเผยของรัฐมนตรีดีอี สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเมืองและระบบยุติธรรม เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่สะท้อนการดำรงอยู่ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีอิทธิพลเพียงพอที่จะพยายามซื้อความเงียบจากรัฐผ่านการจ่ายสินบนมหาศาล ความผิดลักษณะนี้เข้าข่าย “ติดสินบนเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา และตามหลักกฎหมาย รัฐมนตรีผู้ได้รับข้อมูลย่อมมีหน้าที่ต้องส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

                          กรณีดังกล่าวยังนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐมีมติเรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ฯ  สะท้อนแรงกดดันจากสังคมที่ตั้งคำถามถึงท่าทีของฝ่ายบริหาร ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังถูกมองว่ามีความล่าช้าและขัดแย้งกับนโยบาย “ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์” ที่เพิ่งประกาศชั่วข้ามคืน

                           นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งรัดปฏิบัติการในเชิงบูรณาการ ทั้งการติดตามเส้นทางการเงินโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การตรวจสอบธุรกรรมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  รวมถึงการใช้ศักยภาพของหน่วยข่าวกรองและตำรวจไซเบอร์ เพื่อสืบสวนตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติไปจนถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง 

                           การดำเนินการที่ชัดเจนและโปร่งใสจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารัฐบาลใหม่มีเจตจำนงทางการเมืองจริงจังเพียงใดในการแก้ไขปัญหาที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

                           ในมุมเชิงสัญลักษณ์ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบแรกสุดของธรรมาภิบาลรัฐบาลชุดใหม่ หากมีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลอาจฟื้นศรัทธาและสร้างความเชื่อมั่นได้ แต่หากปล่อยให้เรื่องเงียบหาย จะไม่เพียงแต่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังอาจสะท้อนว่าคำแถลงนโยบายในสภาเป็นเพียง “คำพูดที่ไม่มีการปฏิบัติ” ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

                         ในบรรดานโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่เอี่ยมถอดด้าม บางทีอาจต้องเพิ่มอีกหนึ่งข้อพิเศษ  “นโยบายตามล่าผู้เสนอ 40 ล้าน” เพราะจำนวนเงินมหาศาลนี้ไม่ใช่เพียงสินบน หากแต่กลายเป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสของผู้มีอำนาจที่ประชาชนกำลังจับตาอยู่ทุกฝีก้าว และคงไม่มีใครอยากเห็น “เบนจามิน” กลายเป็นคาถาที่ทำให้รัฐมนตรีหายไปจากบัลลังก์ในเวลาสำคัญอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก

ทำอย่างไร ?  การรักษาให้เลิกบุหรี่จะได้ผลดีกว่านี้

“ดูตัวเลขการรักษาเลิกบุหรี่ พบว่าคนที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราเพิ่มการคัดกรอง ให้บริการผ่านร้านยา และยาฟรี มีคลินิกฟ้าใส รวมถึง application แจ้งเตือนแล้ว

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ข่าวอื่นๆ

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย