หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสันติภาพชาติหน้า!

สันติภาพชาติหน้า!

เผยแพร่

spot_img

รมว.วัฒนธรรมกัมพูชาฟ้อง UNESCO อ้างไทยยิง “ปราสาทพระวิหาร” พังเสียหาย  ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏแม้แต่นิดเดียว

                            ทุกครั้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดความตึงเครียด พนมเปญจะหยิบเรื่องมากล่าวร้ายไทยก็มักไม่พ้นประเด็นปราสาทพระวิหาร เรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จที่คิดค้นกันไว้นานแล้ว

                           ครั้งนี้ก็เช่นกัน – เฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกัมพูชา กล่าวบนเวทีประชุมยูเนสโก ครั้งที่ 43 ที่เมืองซามาร์คันด์ อุซเบกิสถาน โดยอ้างว่าเหตุปะทะชายแดนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ “ปราสาทพระวิหารได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง” แต่รายงานจากทุกสำนักข่าวสากลกลับยืนยันตรงกันว่า เหตุปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากพื้นที่มรดกโลกหลายกิโลเมตร และไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าไทยเป็นฝ่ายโจมตีโบราณสถานดังกล่าวเลย

                              เหตุปะทะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนัก รวมถึงรถยิงจรวดหลายลำกล้อง ยิงล้ำเข้ามาในเขตไทย จนชุมชนและร้านค้าชายแดนได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกว่า 10 คน โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงผ่านช่องทางทูตและรายงานต่อ RBC (คณะกรรมการชายแดนภูมิภาค) ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ลึกเข้ามาในฝั่งไทยหลายกิโลเมตร 

                                อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชากลับตอบโต้ด้วยการกล่าวหาไทยอย่างไม่มีมูล เช่นเดียวกับหลายครั้งในอดีต ทั้งกรณีอ้างว่าไทยบุกรุกแนวเขตแดน ใช้สงครามจิตวิทยา หรือทำลายโบราณสถาน ซึ่งภายหลังต่างถูกพิสูจน์ว่าเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองเพื่อเรียกคะแนนนิยมภายในประเทศ

                               พฤติการณ์ซ้ำซากดังกล่าวทำให้นานาชาติเริ่ม “เอือมระอา” ต่อการโจมตีเชิงโฆษณาชวนเชื่อของกัมพูชา ซึ่งขัดกับแนวทางสันติภาพที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามไว้ที่มาเลเซีย 

                              หากกัมพูชายังใช้เวทีระหว่างประเทศสร้างวาทกรรมใส่ร้ายเพื่อนบ้าน แทนที่จะหันมาเสริมสร้างความไว้วางใจอย่างจริงใจ ข้อตกลงสันติภาพอาจกลายเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งในแฟ้มการทูต และ “สันติภาพ” ที่พนมเปญพร่ำพูดบนเวทีโลก ก็อาจคงอยู่ได้เพียงการโป้ปดในสุนทรพจน์ มากกว่าบนผืนดินชายแดนจริง

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย