วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสันติภาพชาติหน้า!

สันติภาพชาติหน้า!

เผยแพร่

spot_img

รมว.วัฒนธรรมกัมพูชาฟ้อง UNESCO อ้างไทยยิง “ปราสาทพระวิหาร” พังเสียหาย  ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏแม้แต่นิดเดียว

                            ทุกครั้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดความตึงเครียด พนมเปญจะหยิบเรื่องมากล่าวร้ายไทยก็มักไม่พ้นประเด็นปราสาทพระวิหาร เรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จที่คิดค้นกันไว้นานแล้ว

                           ครั้งนี้ก็เช่นกัน – เฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกัมพูชา กล่าวบนเวทีประชุมยูเนสโก ครั้งที่ 43 ที่เมืองซามาร์คันด์ อุซเบกิสถาน โดยอ้างว่าเหตุปะทะชายแดนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ “ปราสาทพระวิหารได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง” แต่รายงานจากทุกสำนักข่าวสากลกลับยืนยันตรงกันว่า เหตุปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากพื้นที่มรดกโลกหลายกิโลเมตร และไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าไทยเป็นฝ่ายโจมตีโบราณสถานดังกล่าวเลย

                              เหตุปะทะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนัก รวมถึงรถยิงจรวดหลายลำกล้อง ยิงล้ำเข้ามาในเขตไทย จนชุมชนและร้านค้าชายแดนได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกว่า 10 คน โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงผ่านช่องทางทูตและรายงานต่อ RBC (คณะกรรมการชายแดนภูมิภาค) ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ลึกเข้ามาในฝั่งไทยหลายกิโลเมตร 

                                อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชากลับตอบโต้ด้วยการกล่าวหาไทยอย่างไม่มีมูล เช่นเดียวกับหลายครั้งในอดีต ทั้งกรณีอ้างว่าไทยบุกรุกแนวเขตแดน ใช้สงครามจิตวิทยา หรือทำลายโบราณสถาน ซึ่งภายหลังต่างถูกพิสูจน์ว่าเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองเพื่อเรียกคะแนนนิยมภายในประเทศ

                               พฤติการณ์ซ้ำซากดังกล่าวทำให้นานาชาติเริ่ม “เอือมระอา” ต่อการโจมตีเชิงโฆษณาชวนเชื่อของกัมพูชา ซึ่งขัดกับแนวทางสันติภาพที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามไว้ที่มาเลเซีย 

                              หากกัมพูชายังใช้เวทีระหว่างประเทศสร้างวาทกรรมใส่ร้ายเพื่อนบ้าน แทนที่จะหันมาเสริมสร้างความไว้วางใจอย่างจริงใจ ข้อตกลงสันติภาพอาจกลายเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งในแฟ้มการทูต และ “สันติภาพ” ที่พนมเปญพร่ำพูดบนเวทีโลก ก็อาจคงอยู่ได้เพียงการโป้ปดในสุนทรพจน์ มากกว่าบนผืนดินชายแดนจริง

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”