หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเกมชิงอำนาจอาจพบทางตัน เมื่อเพื่อไทย-ภูมิใจไทย-ประชาชน แย่งชิงพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน

เกมชิงอำนาจอาจพบทางตัน เมื่อเพื่อไทย-ภูมิใจไทย-ประชาชน แย่งชิงพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน

เผยแพร่

spot_img

   สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เมื่อพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคคือพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยต่างไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ได้เกินกึ่งหนึ่ง ทำให้ทั้งสองพรรคต้องหันไปขอความสนับสนุนจาก “พรรคประชาชน” ซึ่งมีจำนวน ส.ส. 140 เสียง ถือเป็นเสียงชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นตัวแปรสำคัญ 

                              การที่ทั้งสองพรรคยอมรับเงื่อนไข 3 ข้อที่พรรคประชาชนยื่นมา สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอำนาจที่สูงมาก และยอมที่จะประนีประนอมในหลักการบางอย่างเพื่อแลกกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่การที่พรรคประชาชนยังคงยืนยันว่าจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่แข็งแกร่งและต้องการแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เพื่อการต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งทำให้การตัดสินใจของพรรคประชาชนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

                       จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ 3 ประการคือ

                     หากพรรคประชาชนตัดสินใจสนับสนุนพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้  แต่ความเสี่ยงที่ตามมาคือพรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และอาจมีการต่อต้านทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ หรือนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงขึ้น และนำไปสู่การยุบสภาจนได้

                    หากพรรคประชาชนเลือกที่จะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย สถานการณ์จะพลิกผันทันที พรรคภูมิใจไทยจะขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยจะตกเป็นฝ่ายค้าน และเป็นไปได้สูงที่พรรคเพื่อไทยจะตอบโต้ด้วยการประกาศยุบสภาตามคำขู่เดิมในทันทีที่รู้  ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ และอาจทำให้สถานการณ์ทางการเมืองกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

                 และสุดท้าย หากพรรคประชาชนตัดสินใจไม่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย  โดยรอให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาเสนอข้อเสนอที่ดีกว่าเดิม หรืออาจมีการรวมตัวกับพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเอง ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น และอาจทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองในที่สุด  หรือประวิงเวลาทิ้งไว้ไม่สนับสนุนฝ่ายใดเลย  จะเกิดกรณีการเมืองติดหล่มได้หรือไม่

                  การขับเคี่ยวของทั้งสามฝ่ายเพื่อแย่งชิงอำนาจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่สำคัญของประเทศ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ยังคงไม่ฟื้นตัวเต็มที่และปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงคุกรุ่น 

                 การมุ่งแต่จะแย่งชิงอำนาจโดยละเลยปัญหาของบ้านเมือง   ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนในวงกว้าง และอาจนำมาซึ่งความไม่มั่นคงทางการเมืองในอนาคต 

                 การตัดสินใจของพรรคประชาชนในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของประเทศ เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการตัดสินว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังเป็นการตัดสินอนาคตของรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศในช่วงเวลาที่สำคัญและเปราะบางเช่นนี้ด้วย 

                ที่สำคัญ หากการต่อสู้เพื่ออำนาจยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะเกินกว่าจะเยียวยาได้

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

ข่าวอื่นๆ

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

พรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

มติคณะรัฐมนตรีให้ตราพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก