หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเกมภาพถ่ายสงคราม IO ก่อนเลือกตั้ง

เกมภาพถ่ายสงคราม IO ก่อนเลือกตั้ง

เผยแพร่

spot_img

ภาพเดียว เขย่านิยามความน่าเชื่อถือการเมืองไทย

  “ภาพเก่า ปล่อยใหม่” คือสัญญาณว่าเกมการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ระดับปฏิบัติการข่าวสาร IO ชั้นสูง

                              หลัง ปปง. อายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่าง “เบน สมิธ,ยิน เลียก” เพียงไม่กี่ชั่วโมง โลกออนไลน์ก็เต็มไปด้วยภาพนักการเมืองระดับสูงร่วมเฟรมกับเบน สมิธ ตามมาด้วยการร้อง ปปช. สอบว่านายอนุทิน นายเอกนิติ ผิดจริยธรรมหรือไม่ จังหวะแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “การจัดจังหวะ” ที่ต้องการเปลี่ยนความสงสัยของประชาชนให้กลายเป็นความไม่ไว้วางใจในทันที

                             การอายัดทรัพย์ของ ปปง. เป็นจุดเริ่มต้นของควันไฟเป็นกลุ่มก้อนโตที่ลามไว เมื่อภาพถ่ายร่วมโต๊ะอาหารในอดีตถูกปล่อยออกมาพร้อมกันอย่างประจวบเหมาะ ผู้มีอำนาจจึงถูกเชื่อมโยงแบบอัตโนมัติว่าน่าจะ “เกี่ยวข้อง” กับเครือข่ายสแกมเมอร์ แม้คำชี้แจงจะระบุว่าภาพถ่ายเหล่านั้นเกิดขึ้นหลังรัฐประหาร 2557 และมาจากงานที่มีผู้คนมากมาย แต่ในสงครามข้อมูล สิ่งที่ประชาชน“เห็น” สำคัญกว่าสิ่งที่“เป็นจริง”เสมอ

                             ปรากฏการณ์นี้มีคุณสมบัติครบถ้วนของปฏิบัติการ IO ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ใช้ภาพจริง เล่นกับอารมณ์ และจุดกระแสสังคมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายการเมืองตรงข่ามที่เป็นเป้าหมาย ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างเร็ว ผลลัพธ์คือ“เรื่องราว” ที่ถูกสร้างขึ้นทันทีว่า “ผู้มีอำนาจอาจเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ข้ามชาติ” ทั้งที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดชี้ชัด ความเสียหายทางภาพลักษณ์จึงเกิดขึ้นเร็วกว่าข้อเท็จจริงจะเดินทางไปถึงสาธารณะ

                              คำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา ต่อ ปปช. ยิ่งเติมเชื้อไฟให้ประเด็นนี้พุ่งต่อในสื่อ เพราะมาตรฐานจริยธรรมสูงสุดของนักการเมืองนั้นตีความได้กว้างมาก แม้เพียงการร่วมเฟรมกับบุคคลที่ภายหลังถูกกล่าวหา ก็เพียงพอให้เกิดข้อสงสัย และข้อสงสัยนี่เองคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในยุทธศาสตร์ IO เพราะไม่ต้องมีมูลครบถ้วน แค่สร้างบรรยากาศของความคลุมเครือก็เพียงพอที่จะสั่นคลอนฐานคะแนนได้แล้ว

                          ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การพิสูจน์ถูกผิดในพริบตา แต่เป็นการต่อสู้ทางภาพลักษณ์ให้ประชาชนเห็น  การปล่อยภาพเก่าในวันที่อายัดทรัพย์จึงไม่ต่างจากการ “จุดระเบิดข่าวสาร” ให้สังคมตั้งข้อสงสัยอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าผู้นำจะเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ก็ตาม เกมนี้คือเกมทำลายความเชื่อมั่นทางการเมืองโดยตรง และผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องปฏิบัติการข่าวสารย่อมรู้ดีว่าความเสียหายทางการรับรู้บางครั้งรุนแรงยิ่งกว่าเอกสารคดีเสียอีก

                 “ในยุคนี้ คนในรูปไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน แต่คนปล่อยรูป รู้ดีว่าจะให้ใครเสียหายที่สุด”

                  ลองดูกันก็ได้  ว่านายอนุทิน เจ้าของวลี “คุณรู้จักผมน้อยไป”  “You know me little go”  จะแก้เกมอย่างไร !

ผู้เขียน  “ชัยทัศน์“ 

6/12/2568

ข่าวล่าสุด

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก

ทำอย่างไร ?  การรักษาให้เลิกบุหรี่จะได้ผลดีกว่านี้

“ดูตัวเลขการรักษาเลิกบุหรี่ พบว่าคนที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราเพิ่มการคัดกรอง ให้บริการผ่านร้านยา และยาฟรี มีคลินิกฟ้าใส รวมถึง application แจ้งเตือนแล้ว

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ข่าวอื่นๆ

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย