หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเงินสด”450 ล้าน“ สะพัดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง สัญญาณเตือนระบบเลือกตั้งไทย 

เงินสด”450 ล้าน“ สะพัดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง สัญญาณเตือนระบบเลือกตั้งไทย 

เผยแพร่

spot_img

หรือเพียงธุรกรรมที่ “บังเอิญถูกเวลา”

                       ธปท.ส่งสัญญาณ กกต.รับลูก ตรวจเส้นทางเงินสดผิดปกติ ท่ามกลางข้อสงสัยซื้อเสียงใน 42 จังหวัด

                        การถอนเงินสดจำนวนมหาศาลในช่วงหาเสียง ไม่ได้ผิดกฎหมายในตัวมันเอง  แต่เมื่อ “จำนวนเงิน,ช่วงเวลา,ชนิดธนบัตร” สอดคล้องกับคำร้องเรียนซื้อเสียง คำถามจึงไม่ใช่แค่ เงินมาจากไหน  แต่คือ ระบบรัฐจะตามเงินทันหรือไม่

                        ปลายเดือนมกราคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าพบการถอนเงินสดผิดปกติจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง รวมมูลค่ากว่า 450 ล้านบาท ในช่วงเวลาใกล้กับการหาเสียงเลือกตั้ง โดยธุรกรรมจำนวนมากเป็นการแลกหรือถอนเป็นธนบัตรใบละ 100 และ 500 บาท ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมทางการเงินตามปกติในระบบธนาคาร และจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ธุรกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง”

                        ภายหลังการเปิดเผยข้อมูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ได้เข้าพบ ธปท. เพื่อขอรายละเอียดเส้นทางการเงินอย่างเป็นทางการ ขณะที่ ธปท. ยืนยันว่าได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อส่งต่อให้ทั้ง กกต. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง.ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยย้ำว่า ธปท. ทำหน้าที่ในเชิงข้อมูล มิได้ชี้ชัดว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

                          กกต. แถลงความคืบหน้าว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบการถอนเงินก้อนแรกประมาณ 250 ล้านบาท มาจากบัญชีของลูกค้าประมาณ 6 ราย ทั้งในนามบุคคลและนิติบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง หรือเครือข่ายหัวคะแนนหรือไม่ โดย กกต. ยอมรับว่าบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย

                           แม้การถอนเงินสดจะไม่ใช่ความผิดโดยอัตโนมัติ แต่ กกต. ระบุว่า “ช่วงเวลา” ของการถอน และ “ชนิดธนบัตร” ที่สอดคล้องกับคำร้องเรียนซื้อเสียงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตแข่งขันสูงในกรุงเทพฯ และกว่า 42 จังหวัด ทำให้หน่วยงานจำเป็นต้องขยายผลตรวจสอบอย่างเข้มข้น พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

                           ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้งชี้ว่า ความยากของคดีลักษณะนี้ ไม่ได้อยู่ที่ “ตัวเงิน” แต่อยู่ที่ “การเชื่อมโยง” ว่าเงินสดถูกนำไปใช้ซื้อเสียงจริงหรือไม่ การจะนำไปสู่บทลงโทษรุนแรง เช่น ใบแดง หรือการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งเส้นทางเงิน บุคคลที่เกี่ยวข้อง และการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายโดยตรง

                            ภาพที่ปรากฏในครั้งนี้ คือความตื่นตัวของ กกต. ที่ “รับลูก” จากสัญญาณเตือนของธนาคารชาติอย่างรวดเร็ว ซึ่งในเชิงกระบวนการถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก

                            อย่างไรก็ตาม หากสุดท้ายการตรวจสอบไม่อาจชี้ชัดได้ว่า ใครทำผิดอะไรหรือไม่   สังคมก็คงไม่แปลกใจนักเพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทยสอนเรามาแล้วว่า

เงินมักเดินเร็วกว่าเอกสาร และความจริงมักมาถึงหลังวันเลือกตั้งเสมอ

2569-02-01  “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก

ทำอย่างไร ?  การรักษาให้เลิกบุหรี่จะได้ผลดีกว่านี้

“ดูตัวเลขการรักษาเลิกบุหรี่ พบว่าคนที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราเพิ่มการคัดกรอง ให้บริการผ่านร้านยา และยาฟรี มีคลินิกฟ้าใส รวมถึง application แจ้งเตือนแล้ว

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ข่าวอื่นๆ

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย