วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเปิดโปง "เสือนอนกิน" ใต้ร่มเงาสลากฯ

เปิดโปง “เสือนอนกิน” ใต้ร่มเงาสลากฯ

เผยแพร่

spot_img

เมื่อโควต้าราชการกลายเป็นบ่อเงินให้เครือข่ายอำนาจ

                                 ข่าวการเปิดทางให้มีการตรวจสอบโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสำนักงานสลากฯ เป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่งในบริบทที่การจัดสรรสลากฯ ถูกตั้งคำถามมาอย่างยาวนานว่าได้กลายเป็นกลไกในการจัดสรรผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง ซึ่งนำไปสู่ความร่ำรวยของกลุ่มบุคคลที่อาศัยบารมีและอิทธิพลในการเข้าถึง “ส่วนแบ่ง” มหาศาลในแต่ละงวด

                                ข้อเท็จจริงที่ตอกย้ำความไม่เป็นธรรม คือ สำนักงานสลากฯ ได้จัดสรรโควต้ากว่า 145,095 เล่ม (คิดเป็น 13.82%) ให้แก่องค์กร สมาคม และมูลนิธิต่างๆ แต่หลังจากนั้นกลับ “ปัดความรับผิดชอบ” โดยระบุว่า การบริหารจัดการและจัดสรรโควต้าต่อให้กับสมาชิก เป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กรเอง และสำนักงานสลากฯ จะไม่ก้าวก่ายตราบใดที่ไม่มีการร้องเรียนจากสมาชิกโดยตรง

                               คำกล่าวนี้ไม่ต่างอะไรกับการ “ยกกุญแจคลังสมบัติ” ให้แก่องค์กรที่ได้รับการจัดสรร และปล่อยให้การบริหารจัดการผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลอยู่ภายใต้ความมืดมนและอิทธิพลที่ยากจะตรวจสอบจากภายนอก ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาการนำโควต้าไป “ขายต่อ” หรือ “แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว” โดยผู้บริหารองค์กรที่อยู่ในเครือข่ายของนักการเมืองและผู้มีอำนาจ

                              ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและจัดสรรผลประโยชน์ทางธุรกิจแจงช่องทางให้เห็นว่า ระบบการจัดสรรโควต้าปัจจุบันเป็น “ช่องโหว่เชิงโครงสร้าง” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ “เสือนอนกิน” อย่างชัดเจน การที่สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่าจะไม่ตรวจสอบการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ได้รับโควต้า ตราบใดที่ยังไม่มีเสียงร้องเรียนจาก “สมาชิก” นั้น เป็นตรรกะที่บิดเบือนและไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลสากล (Global Governance) เพราะเป็นการโยนภาระการตรวจสอบไปให้ “ผู้ถูกกดขี่” ที่อ่อนแอและเกรงกลัวอิทธิพลของผู้บริหารองค์กร ซึ่งมักมีความเชื่อมโยงกับ “อำนาจ” ที่แท้จริงอยู่เบื้องหลัง 

                                 เป็นที่รู้กันอยู่ว่า “เสือที่นอนกินโควต้า” เหล่านี้ สามารถใช้ “สมาคมบังหน้า” เป็นฉากกำบังความร่ำรวยส่วนตนได้อย่างแนบเนียน โดยอาศัยความอ่อนแอและความเกรงกลัวของสมาชิกเป็น “เกราะป้องกัน” การตรวจสอบจากรัฐ และที่น่ากังวลที่สุดคือการที่โควต้านี้ถูกใช้เป็น “บ่อเงินทุน” สำหรับการสร้างอิทธิพลและสายสัมพันธ์ในแวดวงการเมือง จนอาจถึงขั้นมี “นักการเมืองที่ร่ำรวยจากโควต้าสลากฯ” อยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันตามที่สื่อและสาธารณชนตั้งข้อสังเกตมาอย่างยาวนาน

                              คำพูดของปลัดกระทรวงการคลังที่ว่า “ยินดีให้คุ้ย ให้รื้อ ให้ตรวจสอบ” จึงต้องถูกรับฟังด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็น “ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความล่าช้า” (Courage with Delay) หากการตรวจสอบนี้เกิดขึ้นจริงและสามารถนำไปสู่การ “สังคายนา” รื้อระบบการจัดสรรโควต้าอย่างถอนรากถอนโคนตามความตั้งใจที่ระบุไว้ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการนำความโปร่งใสกลับคืนมา

                             รัฐบาลต้องตระหนักไว้ว่า การปล่อยให้ระบบการจัดสรรผลประโยชน์นี้ดำเนินต่อไปโดยไร้การตรวจสอบที่แท้จริง เป็นการทำลายความชอบธรรมทางการเมือง และเป็นการตอกย้ำข้อกล่าวหาว่า “รัฐบาลนี้มีมลทิน” เพราะปล่อยปละละเลยให้มีเหลือบยุงริ้นไรในคณะรัฐมนตรี หรือคนใกล้ชิดมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมายที่ควรจะถูกกำจัดไปนานแล้ว

                            การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงจะต้องมิใช่เพียงการ “ย้ายโควต้า” ไปให้หน่วยงานรัฐอื่นดูแล แต่ต้องเป็นการ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” ของเครือข่ายอำนาจที่แอบอ้างความชอบธรรมของสมาคมและองค์กรพิการเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว 

                           รัฐบาลไม่ควรให้มีเวลา “เล่นเกมผลักภาระ” อีกต่อไป เพราะความไม่เชื่อมั่นในระบบสลากฯ คือความไม่เชื่อมั่นในความยุติธรรมของรัฐบาลโดยตรง

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”