หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเหตุใดอุทกภัย “ยืดเยื้อ !“ หรือการบัญชาการที่ไม่เป็นเอกภาพ

เหตุใดอุทกภัย “ยืดเยื้อ !“ หรือการบัญชาการที่ไม่เป็นเอกภาพ

เผยแพร่

spot_img

5 วัน หลังมหาอุทกภัยถล่มหาดใหญ่และหลายพื้นที่ภาคใต้ ความช่วยเหลือยังเดินหน้าอย่างกระท่อน กระแท่น ท่ามกลางคำถามสำคัญ เพราะเหตุใด “รัฐไทยยุคใหม่” ยังจัดการน้ำท่วมแบบหลายศูนย์สั่งการ หลายผู้นำ และหลายเสียงที่ดังไม่เท่ากัน? 

หรือเรากำลังเห็นปัญหาเดิม ๆ ที่วนกลับมาอีกครั้ง แม้รัฐบาลจะอ้างว่าลงพื้นที่ตรวจงานแล้ว “นับครั้ง    ไม่หวาดไม่ไหว”

อุทกภัยครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่ มีผู้ประสบภัยกว่า 240,000 คน และยังติดค้างรอความช่วยเหลือกว่า 77,000 คน  ดำเนินมาถึงวันที่ห้าโดยยังไม่คลี่คลายลง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่แล้วถึง สามครั้ง แต่ความเสียหายยังเพิ่มขึ้นจากฝนต่อเนื่องและมวลน้ำจาก อ.สะเดา ไหลสมทบเป็นระลอกใหม่ จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่ารัฐ “เคลื่อนตัวช้า ไม่ทันเหตุการณ์” มากกว่าจะเป็นการบูรณาการ      แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักการจัดการน้ำยุคใหม่

ความพยายามของรัฐบาลในการตั้งกลไกช่วยเหลือต่าง ๆ ทั้งศูนย์ฉุกเฉิน ศป.กฉ. ส่วนหน้า ที่นำโดย     ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมถึงบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะผู้อำนวยการจัดการน้ำ และการกำหนดให้ปลัด มท. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามระดับภัยพิบัติ “ระดับ 4” ล้วนสะท้อนภาพการบัญชาการที่ซ้อนทับกันหลายชั้นเหมือนระบบ “หลายหัวเรือ” ที่ไม่มีเข็มทิศกลาง 

นักวิชาการด้านภัยพิบัติชี้ว่า โครงสร้างกฎหมายที่ควรใช้กลับไม่ถูกนำมาใช้เต็มที่ กลไกที่ตั้งขึ้นก็ทำงานทับกันเอง จนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถจัดลำดับทรัพยากรหรือใช้กลไก 18 สายปฏิบัติการของระดับ 4 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเท็จจริงในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่า “ไม่มีศูนย์กลาง” ที่สั่งการและประสานงานอย่างเป็นทางการในช่วง 2–3 วันแรก ส่งผลให้การกู้ภัยต้องอาศัยเสียงร้องจากโซเชียลเป็นหลัก  ใครตะโกนดัง ก็ได้ช่วยก่อน ขณะที่กลุ่มเปราะบางซึ่งไร้กำลัง ไม่ได้ส่งเสียงผ่านออนไลน์กลับเสี่ยงถูกหลงลืม นักกู้ภัยอิสระระบุชัดว่า หากไม่มีระบบ mapping แบบตารางโซนบ้านต่อบ้าน หน่วยกู้ภัยจะลงพื้นที่แบบซ้ำซ้อน หรือเลยจุดที่ควรช่วย ทำให้โรงพยาบาล ไฟฟ้า และอาหาร สามเสาหลักของการจัดการภัยพิบัติ ไม่สามารถกระจายถึงจุดวิกฤตได้รวดเร็วอย่างที่ควร

แม้หลายหน่วยงานเอกชนและอาสาสมัครลงพื้นที่อย่างเข้มแข็ง แต่การขนส่งอุปกรณ์ อาหาร และงบประมาณจำนวนมากเพื่อบรรเทาทุกข์ ย่อมเสี่ยงปัญหาการใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงการ “แฝงหาเสียง” ของนักการเมืองบางส่วนในช่วงวิกฤต ยิ่งทำให้ภาพรวมของรัฐดูสับสนและไม่เป็นเอกภาพ ประชาชนจึงตั้งคำถามว่า ท่ามกลางหลายศูนย์ หลายผู้นำ และหลายคำสั่งที่ขัดกันเอง …นั้น

ใครกันแน่คือผู้นำรับผิดชอบสูงสุดที่ควรยืนกลางวิกฤต ไม่ใช่เพียง “นับจำนวนครั้ง” ของการลงพื้นที่ แล้วหวังว่าน้ำจะลดลงเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว…การแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ไม่ได้วัดกันที่ใครลงพื้นที่บ่อยที่สุด แต่ที่ “ใครสั่งการเป็น” ต่างหาก  และถึงวันนี้ คนหาดใหญ่ยังรอคำตอบอยู่เหมือนเดิม

“ชัยทัศน์“ ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก

ทำอย่างไร ?  การรักษาให้เลิกบุหรี่จะได้ผลดีกว่านี้

“ดูตัวเลขการรักษาเลิกบุหรี่ พบว่าคนที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราเพิ่มการคัดกรอง ให้บริการผ่านร้านยา และยาฟรี มีคลินิกฟ้าใส รวมถึง application แจ้งเตือนแล้ว

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ข่าวอื่นๆ

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย