หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เผยแพร่

spot_img

น้ำท่วมครั้งใหญ่ในนครหาดใหญ่คร่าชีวิตประชาชนและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของนายกเทศมนตรีที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของ สทนช. และ ปภ. แม้จะได้รับข้อมูลล่วงหน้าว่าน้ำอาจท่วมสูง แต่กลับประเมินด้วยคำว่า “เอาอยู่”

เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเทศบาลนครหาดใหญ่ สร้างความเสียหายวงกว้างทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของเมือง ขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายหลังมีข้อมูลชัดว่า หน่วยงานส่วนกลางอย่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าให้พื้นที่เตรียมการอพยพประชาชน แต่ฝ่ายเทศบาลกลับยืนยันว่า “เอาอยู่” จนเกิดความสูญเสียที่อาจหลีกเลี่ยงได้หากมีการดำเนินการตามขั้นตอนป้องกันภัยตามกฎหมาย

นักกฎหมายชี้ว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นให้แจ้งเตือนประชาชน สั่งอพยพ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าภัยพิบัติอาจเกิดขึ้น มาตรา 31 และ 33 ระบุชัดเจนว่าการละเลยคำเตือนที่ได้รับจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นการละเว้นหน้าที่โดยตรง และหากผลของการละเลยนั้นนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน ผู้บริหารท้องถิ่นอาจต้องรับผิดชอบทั้งทางปกครองและทางอาญา

ในด้านตำแหน่งทางการเมือง นักกฎหมายย้ำว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายตาม มาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งเปิดทางให้ประชาชนยื่นถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นที่ “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้โดยตรง โดยขณะนี้มีรายงานว่าชาวบ้านบางส่วนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่มีคำเตือนชัดเจนจากหน่วยงานด้านน้ำและภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีคำสั่งอพยพหรือการแจ้งเตือนประชาชน ทำให้โอกาสในการยื่นถอดถอนมีน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความรับผิดทางปกครองแล้ว นักกฎหมายบางส่วนยังเห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าการเพิกเฉยมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตของประชาชน อาจต้องพิจารณาความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 

กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียง “ความผิดพลาดทางการบริหาร” แต่เป็นประเด็นทดสอบความรับผิดชอบของผู้บริหารท้องถิ่นต่อหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นตัวอย่างสำคัญของการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยภาคประชาชนในภาวะภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คำว่า “เอาอยู่” กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและชีวิตประชาชนอันเป็นภัยพิบัติ หลายคนคงต้องถามตัวเองว่า การเชื่อมั่นเกินไปนี่จะเรียกว่า “เอาไม่อยู่” ได้หรือไม่    ความมั่นใจในมือผู้บริหารบางครั้งอาจจมลงพร้อมกับน้ำ

2/12/2568    “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

ข่าวอื่นๆ

คนไทย “คลั่งกาแฟ” ล้นเมือง  แต่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟไม่พอ  ช่องว่าง 8 หมื่นตันกำลังบอกอะไร?

คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และมูลค่าตลาดกาแฟไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากปีก่อน

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...