วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เผยแพร่

spot_img

น้ำท่วมครั้งใหญ่ในนครหาดใหญ่คร่าชีวิตประชาชนและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของนายกเทศมนตรีที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของ สทนช. และ ปภ. แม้จะได้รับข้อมูลล่วงหน้าว่าน้ำอาจท่วมสูง แต่กลับประเมินด้วยคำว่า “เอาอยู่”

เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเทศบาลนครหาดใหญ่ สร้างความเสียหายวงกว้างทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของเมือง ขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายหลังมีข้อมูลชัดว่า หน่วยงานส่วนกลางอย่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าให้พื้นที่เตรียมการอพยพประชาชน แต่ฝ่ายเทศบาลกลับยืนยันว่า “เอาอยู่” จนเกิดความสูญเสียที่อาจหลีกเลี่ยงได้หากมีการดำเนินการตามขั้นตอนป้องกันภัยตามกฎหมาย

นักกฎหมายชี้ว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นให้แจ้งเตือนประชาชน สั่งอพยพ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าภัยพิบัติอาจเกิดขึ้น มาตรา 31 และ 33 ระบุชัดเจนว่าการละเลยคำเตือนที่ได้รับจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นการละเว้นหน้าที่โดยตรง และหากผลของการละเลยนั้นนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน ผู้บริหารท้องถิ่นอาจต้องรับผิดชอบทั้งทางปกครองและทางอาญา

ในด้านตำแหน่งทางการเมือง นักกฎหมายย้ำว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายตาม มาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งเปิดทางให้ประชาชนยื่นถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นที่ “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้โดยตรง โดยขณะนี้มีรายงานว่าชาวบ้านบางส่วนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่มีคำเตือนชัดเจนจากหน่วยงานด้านน้ำและภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีคำสั่งอพยพหรือการแจ้งเตือนประชาชน ทำให้โอกาสในการยื่นถอดถอนมีน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความรับผิดทางปกครองแล้ว นักกฎหมายบางส่วนยังเห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าการเพิกเฉยมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตของประชาชน อาจต้องพิจารณาความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 

กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียง “ความผิดพลาดทางการบริหาร” แต่เป็นประเด็นทดสอบความรับผิดชอบของผู้บริหารท้องถิ่นต่อหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นตัวอย่างสำคัญของการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยภาคประชาชนในภาวะภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คำว่า “เอาอยู่” กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและชีวิตประชาชนอันเป็นภัยพิบัติ หลายคนคงต้องถามตัวเองว่า การเชื่อมั่นเกินไปนี่จะเรียกว่า “เอาไม่อยู่” ได้หรือไม่    ความมั่นใจในมือผู้บริหารบางครั้งอาจจมลงพร้อมกับน้ำ

2/12/2568    “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”