วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTแย่งกันตั้งนายกฯ การเมืองไทยเข้าสู่ศึกชี้ชะตาใหม่ 

แย่งกันตั้งนายกฯ การเมืองไทยเข้าสู่ศึกชี้ชะตาใหม่ 

เผยแพร่

spot_img

ขณะเศรษฐกิจทรุดเรื่อย ๆ และปัญหาชายแดน  ไทย-กัมพูชา ยังคุกรุ่นตลอดเวลา

  หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สองพรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย ต่างเร่งวิ่งเต้นช่วงชิงเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยศูนย์กลางความสนใจอยู่ที่พรรคประชาชน ซึ่งครองเกือบหนึ่งในสามของสภา ล่าสุดพรรคประชาชนประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เปิดทางให้ภูมิใจไทยมีโอกาสรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยเดินเกมสวน ยื่นขอพระราชกฤษฎีกายุบสภาเพื่อรีเซ็ตสนามเลือกตั้งใหม่ภายใน 45–60 วัน

                       การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความเข้มข้นของสมรภูมิการเมืองในสภา พรรคเพื่อไทยพยายามรักษาฐานอำนาจผ่านกลยุทธ์ยุบสภาและเสนอชื่อบุคคลกลาง ขณะที่ภูมิใจไทยใช้แรงหนุนจากพรรคประชาชนเป็นแต้มต่อสำคัญในการเร่งปิดดีลกับพรรคขนาดกลางและเล็กเพื่อให้ครบเกณฑ์เสียง 247 เสียง 

                       ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า “รัฐบาลรักษาการมีอำนาจยุบสภาหรือไม่” ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นร้อนในสัปดาห์หน้า

                      สถานการณ์นี้ หากไม่มีพระราชกฤษกีกายุบสภาออกมาเร็ว โอกาสเห็นสภาโหวตนายกฯ และผลักดันอนุทินขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูง แต่หากเกิดการยุบสภาจริงตามกระแสข่าว เกมการเมืองจะปรับสู่การเลือกตั้งภายในเวลาอันสั้น และทุกพรรคต้องกลับไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่ ความชัดเจนทางการเมืองจึงขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก การตัดสินใจของสถาบันการเมือง และวินัยโหวตของ ส.ส.พรรคประชาชน

                      การเมืองไทยกำลังยืนอยู่บนทางสามแพร่ง

                      หากโหวตผ่าน ประเทศจะได้รัฐบาลใหม่ในเวลาอันใกล้ หากยุบสภา คนไทยต้องกลับไปเลือกตั้งในอีกไม่เกินสองเดือน แต่หากเกิดการชะงักงัน ประเทศอาจเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองยืดเยื้อ สิ่งที่ทุกฝ่ายจับตาคือ “ความชัด” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพของประเทศในระยะต่อไป

                        ความสำคัญที่รออยู่ตลอดเวลา  คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังทรุดต่อเนื่อง และปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชาที่ยัวคุกรุ่นตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล