วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“โสภณ“ กับบททดสอบเก้าอี้ประธานสภา

“โสภณ“ กับบททดสอบเก้าอี้ประธานสภา

เผยแพร่

spot_img

ระหว่าง “คุมเกมให้เดิน” กับ “คุมความเชื่อมั่นให้ได้” ในสภาที่เปราะบาง

ภาพลักษณ์สองด้าน,ลูกเล่นทางการเมือง vs ความเป็นกลาง อาจเป็นตัวชี้ชะตาเสถียรภาพสภาไทย

                              การขึ้นดำรงตำแหน่งของ โสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ กำลังเผชิญแรงประเมินสองด้านพร้อมกัน ทั้งคำชมเรื่องความสามารถในการควบคุมเกมในสภา และคำวิจารณ์เรื่องท่าทีที่อาจถูกมองว่าไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะในจังหวะสำคัญอย่างการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนโจทย์ใหญ่ของตำแหน่งนี้ การรักษาความเรียบร้อยภายใต้ข้อบังคับ ควบคู่กับการสร้าง “ความยุติธรรมที่ทุกฝ่ายยอมรับ”

                             ในเชิงโครงสร้าง ประธานสภามีอำนาจสำคัญในการกำหนดวาระ ควบคุมการอภิปราย และตีความข้อบังคับ ซึ่งในทางรัฐศาสตร์เรียกว่า “อำนาจเชิงกระบวนการ” (procedural power) จุดแข็งของโสภณที่ถูกมองว่า “ลูกเล่นแพรวพราว” จึงอาจแปลได้ว่าเป็นทักษะในการบริหารเกมที่จำเป็นต่อสภาที่มีความขัดแย้งสูง อย่างไรก็ตาม เส้นแบ่งระหว่าง “การบริหาร” กับ “การเอียง” นั้นบางมาก หากการใช้ดุลพินิจไม่สมดุล ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของสถาบัน

                             ข้อกังวลที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพ “ท่าทีไม่เป็นมิตร” ต่อสมาชิกบางฝ่าย สะท้อนปัญหาคลาสสิกของผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติที่เรียกว่า “ความเป็นกลางเชิงการรับรู้” (perceived neutrality) กล่าวคือ แม้จะปฏิบัติตามกติกา แต่หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด “รู้สึก” ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ความชอบธรรมของการดำเนินการในสภาจะลดลงทันที และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวนอกห้องประชุม

                            เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ โมเดลของ สหราชอาณาจักร ถือเป็นมาตรฐานสูง โดยประธานสภาจะ “ตัดขาดจากพรรค” อย่างชัดเจนเพื่อรักษาความเป็นกลาง ขณะที่ ญี่ปุ่น ใช้แนวทางประนีประนอม เปิดพื้นที่ให้ฝ่ายค้านมีส่วนร่วมในกระบวนการ ส่วนในภูมิภาคอย่าง มาเลเซีย หรือ อินโดนีเซีย แม้ยังมีความเชื่อมโยงทางการเมือง แต่พยายามใช้กลไกคณะกรรมการและกติกาที่โปร่งใสเพื่อลดแรงปะทะ สิ่งเหล่านี้ชี้ว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ “ตัดขาดการเมือง” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ทุกฝ่าย “เชื่อในกระบวนการ”

                        สำหรับประเทศไทย ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่าง 3 ปัจจัย ได้แก่ (1) ความเด็ดขาดในการควบคุมระเบียบ (2) ความยืดหยุ่นในการเปิดพื้นที่อภิปราย และ (3) ความโปร่งใสในการใช้ข้อบังคับ หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง สภาอาจเผชิญภาวะ “ทำงานได้แต่ไม่ถูกยอมรับ” หรือในทางกลับกัน “ถูกยอมรับแต่ไร้ประสิทธิภาพ” ซึ่งทั้งสองแบบล้วนกระทบเสถียรภาพทางการเมือง

                        ในเชิงสถานการณ์ปัจจุบัน จุดแข็งของโสภณคือความสามารถในการทำให้กระบวนการเดินหน้าในสภาที่มีแรงกดดันสูง แต่จุดอ่อนคือความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ หากไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นข้ามฝ่ายได้ โดยเฉพาะในช่วงวาระสำคัญ เช่น การออกกฎหมายใหญ่หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นช่วงที่ “สายตาสาธารณะ” จะตัดสินบทบาทของประธานสภาอย่างเข้มข้นที่สุด

                       ท้ายที่สุด บททดสอบของ โสภณ ซารัมย์ อาจไม่ใช่เพียงการควบคุมเสียงในห้องประชุม แต่คือการควบคุม “ความรู้สึกของทั้งสภา” ให้ยอมรับในกติกาเดียวกัน เพราะในโลกของการเมือง ความเป็นธรรมไม่ได้จบที่การทำถูกต้อง แต่ต้อง “ทำให้เห็นว่าถูกต้อง” ด้วย

                     ข้อคิดตามมา.. ถ้าประธานสภาคุมเกมเก่ง แต่คุมความเชื่อใจไม่ได้ สภาอาจจะเดินหน้าได้ทุกวัน…แต่ไม่มีใครเชื่อเลยว่าเดินไปในทิศทางเดียวกัน !

2569-03-22 “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น