วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทย-กัมพูชา หยุดยิงง่ายดายโดยไม่มีเงื่อนไข  ประชาคมโลกจับตามองความหวังกับความจริง จะเกิดสันติภาพถาวร  หรือพักรบชั่วคราว

ไทย-กัมพูชา หยุดยิงง่ายดายโดยไม่มีเงื่อนไข  ประชาคมโลกจับตามองความหวังกับความจริง จะเกิดสันติภาพถาวร  หรือพักรบชั่วคราว

เผยแพร่

spot_img

                       เมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาของวันที่ 28 กรกฏาคม 2568 ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่เจรจากัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มีผลบังคับใช้ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของประชาคมโลกที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความเป็นไปได้ในการรักษาสันติภาพที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประวัติพฤติกรรมในอดีตของกัมพูชาที่มักจะละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง

เบื้องหลังการเจรจาและการตอบรับจากนานาชาติ

                      การประชุมเมื่อวานนี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ประสานงานหลัก ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเจรจาดังกล่าวมีขึ้นภายใต้แรงกดดันจากอาเซียนและนานาชาติที่ต้องการเห็นเสถียรภาพในภูมิภาค ประเด็นหลักที่หารือคือการยุติการสู้รบ, การถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาท และการสร้างกลไกการตรวจสอบที่โปร่งใส

ความเปราะบางของสันติภาพ

                   การที่ประชาคมโลกยังคงจับตามองด้วยความระแวงนั้นมีเหตุผลรองรับ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์และปัญหาเขตแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่การปะทะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ

                    สำหรับประเทศไทย การหยุดยิงครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามที่จะใช้ช่องทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหา และแสดงจุดยืนว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน จากกรณีที่กัมพูชาแม้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากนานาชาติ และเกิดจาดความเพลี่ยงพล้ำในการทหารของการปะทะตลอด 5 วัน 

และที่สำคัญประชาคมโลกตั้งคำถามถึง “พฤติกรรมหลายครั้งหลายหน” ของกัมพูชาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการกระทำจะสำคัญกว่าคำพูด

การแสดงออกของผู้นำ

                  นักวิเคราะห์การเมืองประเมินว่าผู้นำฝ่ายใด “เหนือชั้นกว่ากัน” 

                  รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีไทยแถลงเน้นย้ำถึง การยึดมั่นในหลักการสากล การใช้ช่องทางการทูต และความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติ การถ้อยทีถ้อยอาศัยในเวทีระหว่างประเทศแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่ทางการทูต และความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง 

                การกระทำเช่นนี้เป็นการสร้างความชอบธรรมในสายตาประชาคมโลก  แม้ว่าในบทบาทการเมืองภายในประเทศจะอีดบุคลิกก็ตาม

               ส่วนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงความรู้สึกว่าจริงจังในการแก้ปัญหา มักจะผสมผสานระหว่างการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวในประเด็นอธิปไตยกับการยอมรับการเจรจาภายใต้แรงกดดัน 

              นักวิเคราะห์มองว่า  จากประวัติที่ผ่านมา การที่กัมพูชายอมรับข้อตกลงหยุดยิงอาจถูกมองว่าเป็นยุทธวิธีหนึ่งในการลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่การรักษาคำมั่นสัญญาในระยะยาวต่างหากที่จะพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือ

สถานการณ์ต่อจากนี้

                    สถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองประเทศและประชาคมโลก

          ประการแรก หากมีการปะทะกันอีกครั้ง ความน่าเชื่อถือของข้อตกลงจะลดลงอย่างรวดเร็ว

          ประการที่สอง การถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทและการจัดตั้งกลไกการตรวจสอบที่เป็นกลางและโปร่งใส จะเป็นตัวชี้วัดความจริงจังของทั้งสองฝ่าย

          ประการที่สาม   การแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างถาวรผ่านการเจรจาในระยะยาวเท่านั้นที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้

                          นักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นอย่างงาายดายโดยไม่มีเงืาอนไขเช่นนี้ จะสัมฤทธิ์ผล อาจเป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

จับพุง สยบข่าว!

“บิ๊กเกรียง” ลงเครื่อง เดินเข้าจับเอว ทักทาย ให้กำลังใจ “แม่ทัพยูร” ที่กำลังถูกต่อต้านในพื้นที่ สยบกระแสข่าว คนละขั้ว ชายแดนใต้

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก