หน้าแรกINSIDE - INSIGHT8 กพ. นี้! “เลือกตั้ง” พ่วงลง “ประชามติ”

8 กพ. นี้! “เลือกตั้ง” พ่วงลง “ประชามติ”

เผยแพร่

spot_img

“ประตูบานแรก” สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

หรือยืนยันใช้กติกาปัจจุบัน !

 วิเคราะห์ทางเลือกของผู้มีสิทธิออกเสียงระหว่างการเริ่มต้นนับหนึ่งร่างใหม่ กับการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560

                             นัดหมายสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงมีภารกิจสำคัญในการตัดสินทิศทางกฎหมายสูงสุดผ่าน “บัตรประชามติสีเหลือง” ภายใต้คำถามว่าท่านเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกตามกระบวนการทางกฎหมายในการแสวงหาประชามติก่อนเริ่มดำเนินการใดๆ การออกเสียงครั้งนี้จึงเป็นทางแยกสำคัญระหว่างการเริ่มต้นกระบวนการจัดทำร่างใหม่กับการรักษาสถานะของรัฐธรรมนูญฉบับเดิม โดยมีระเบียบปฏิบัติของ กกต. เป็นกรอบในการควบคุมการออกเสียงให้เป็นไปอย่างโปร่งใส

                            ประเด็นที่อยู่ในความสนใจคือตัว “คำถาม” ที่ถามถึงความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งฝ่ายที่สนับสนุนมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทบทวนและปรับปรุงกติกาให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ขณะที่ฝ่ายที่เห็นต่างมองว่าควรพิจารณาความจำเป็นอย่างรอบคอบเนื่องจากยังไม่มีการระบุรายละเอียดของกระบวนการจัดทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

                           ข้อคำถามนี้จึงเป็นเสมือน “จุดเริ่มต้น” ที่ประชาชนต้องเลือกระหว่างการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ร่างใหม่ หรือการยืนยันใช้กฎหมายฉบับปัจจุบันต่อไป

                          ในด้านเกณฑ์การตัดสิน ครั้งนี้มีการนำ พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พศ. 2568 มาบังคับใช้ โดยกำหนดเกณฑ์เสียงข้างมากให้ขึ้นอยู่กับผู้ที่ออกมาใช้สิทธิออกเสียงในวันดังกล่าว และคะแนนเสียงที่เห็นชอบจะต้องมีจำนวนสูงกว่าผลคะแนนในช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” เกณฑ์ใหม่นี้มุ่งเน้นความสำคัญไปที่เจตจำนงของพลเมืองที่เข้าสู่คูหาเพื่อแสดงจุดยืน ไม่ว่าผลการตัดสินใจนั้นจะเป็นไปในทิศทางใดก็ตาม

                          ขั้นตอนการดำเนินงานที่ กกต. ระบุไว้ ชี้ให้เห็นว่าการประชามติครั้งนี้เป็นเพียงด่านแรกจาก 3 ขั้นตอน หากผลส่วนใหญ่เห็นชอบ จะนำไปสู่การเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อวางระเบียบวิธีการจัดทำ และต้องมีการทำประชามติซ้ำอีกถึง 2 ครั้งเพื่อรับรองแนวทางและรับรองตัวร่างในลำดับถัดไป โดยกระบวนการทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรา 255 ที่ห้ามการแก้ไขในประเด็นที่กระทบต่อรูปแบบของรัฐหรือระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                         สำหรับการปฏิบัติหน้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 8 กพ.นี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องระมัดระวังความสับสนเนื่องจากมีการใช้สิทธิซ้อนกัน 2 ประเภท ท่านจะได้รับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบก่อนเพื่อกาเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและพรรคการเมืองให้เสร็จสิ้น เมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วจึงต้องแจ้งความประสงค์ขอรับ “บัตรสีเหลือง” เพื่อออกเสียงประชามติแยกต่างหากตามระเบียบของ กกต. 

                         การทำความเข้าใจขั้นตอนการรับบัตรและหีบบัตรที่แยกจากกันอย่างชัดเจน จะช่วยให้คะแนนของท่านไม่กลายเป็นบัตรเสียและเป็นไปตามความต้องการอย่างแท้จริง

                         ผลกระทบของการไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นมาตรการกระตุ้นการมีส่วนร่วมที่ระบุไว้ในกฎหมาย โดยผู้ที่ละเลยหน้าที่จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งครอบคลุมถึงสิทธิในการรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ มาตรการนี้สะท้อนว่าการประชามติเป็นภารกิจสำคัญของพลเมืองที่มีน้ำหนักเท่าเทียมกับการเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ

                          ท้ายที่สุด การไปออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงเป็นพื้นที่แสดงอำนาจอธิปไตยที่สำคัญ ไม่ว่าท่านจะเลือกทิศทางใด “คะแนนเสียงของท่าน” คือส่วนหนึ่งของฐานเสียงข้างมากที่จะกำหนดอนาคตการจัดทำรัฐธรรมนูญไทย การละเลยโอกาสนี้เพียงเพราะความซับซ้อนของขั้นตอนปฏิบัติ อาจหมายถึงการเสียโอกาสในการมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางกฎหมายที่มีผลผูกพันต่อการใช้ชีวิตและทิศทางของประเทศในอนาคต

                            การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงคะแนนประชามติ ครั้งนี้   แม้จะมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ แต่การเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อศึกษาข้อมูลและกาบัตรให้ครบถ้วน ย่อมมีคุณค่ากว่าการปล่อยให้สิทธิอันชอบธรรมของท่านผ่านไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ 

                           หากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่จะทำหน้าที่เพียงการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ละเลยการออกเสียงประชามติในบัตรสีเหลือง ก็เปรียบเสมือนการยอมรับให้ผู้อื่นเป็นผู้กำหนด “โครงสร้างของบ้าน” ตามความประสงค์ของเขา โดยที่เราทำเพียงแค่เลือก “ผู้ดูแลบ้าน” เข้ามาปฏิบัติงานตามกรอบที่ถูกวางไว้ให้เท่านั้น 

                           หากในอนาคตโครงสร้างดังกล่าวจะสร้างความพึงพอใจหรือไม่อย่างไร การจะทักท้วงในภายหลังย่อมทำได้ยากยิ่ง เพราะในวันที่ประตูแห่งโอกาสเปิดให้ร่วมตัดสินใจว่าจะเริ่มเขียนแบบแปลนใหม่กันหรือไม่   เรากลับเป็นผู้ที่เลือกจะยืนมองอยู่เพียงภายนอกและสละสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมไปอย่างน่าเสียดาย

2569-02-05  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก

ทำอย่างไร ?  การรักษาให้เลิกบุหรี่จะได้ผลดีกว่านี้

“ดูตัวเลขการรักษาเลิกบุหรี่ พบว่าคนที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราเพิ่มการคัดกรอง ให้บริการผ่านร้านยา และยาฟรี มีคลินิกฟ้าใส รวมถึง application แจ้งเตือนแล้ว

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ข่าวอื่นๆ

“สรพงษ์-เศรษฐา-ยอดรัก” กลบ  “ให้เหล้า..เท่ากับแช่ง” 

มื่อแคมเปญรณรงค์ “เสียงเตือนจากสวรรค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่นำเอาคลังเสียงของศิลปินผู้ล่วงลับ ทั้ง เศรษฐา ศิรฉายา, สรพงษ์ ชาตรี, ยอดรัก สลักใจ, มาสังเคราะห์คำพูดใหม่เพื่อเตือนเรื่องอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องกาลเทศะ ในการสร้าง “ความลวงเสมือนจริง”

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย