วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT8 กพ. นี้! “เลือกตั้ง” พ่วงลง “ประชามติ”

8 กพ. นี้! “เลือกตั้ง” พ่วงลง “ประชามติ”

เผยแพร่

spot_img

“ประตูบานแรก” สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

หรือยืนยันใช้กติกาปัจจุบัน !

 วิเคราะห์ทางเลือกของผู้มีสิทธิออกเสียงระหว่างการเริ่มต้นนับหนึ่งร่างใหม่ กับการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560

                             นัดหมายสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงมีภารกิจสำคัญในการตัดสินทิศทางกฎหมายสูงสุดผ่าน “บัตรประชามติสีเหลือง” ภายใต้คำถามว่าท่านเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกตามกระบวนการทางกฎหมายในการแสวงหาประชามติก่อนเริ่มดำเนินการใดๆ การออกเสียงครั้งนี้จึงเป็นทางแยกสำคัญระหว่างการเริ่มต้นกระบวนการจัดทำร่างใหม่กับการรักษาสถานะของรัฐธรรมนูญฉบับเดิม โดยมีระเบียบปฏิบัติของ กกต. เป็นกรอบในการควบคุมการออกเสียงให้เป็นไปอย่างโปร่งใส

                            ประเด็นที่อยู่ในความสนใจคือตัว “คำถาม” ที่ถามถึงความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งฝ่ายที่สนับสนุนมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทบทวนและปรับปรุงกติกาให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ขณะที่ฝ่ายที่เห็นต่างมองว่าควรพิจารณาความจำเป็นอย่างรอบคอบเนื่องจากยังไม่มีการระบุรายละเอียดของกระบวนการจัดทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

                           ข้อคำถามนี้จึงเป็นเสมือน “จุดเริ่มต้น” ที่ประชาชนต้องเลือกระหว่างการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ร่างใหม่ หรือการยืนยันใช้กฎหมายฉบับปัจจุบันต่อไป

                          ในด้านเกณฑ์การตัดสิน ครั้งนี้มีการนำ พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พศ. 2568 มาบังคับใช้ โดยกำหนดเกณฑ์เสียงข้างมากให้ขึ้นอยู่กับผู้ที่ออกมาใช้สิทธิออกเสียงในวันดังกล่าว และคะแนนเสียงที่เห็นชอบจะต้องมีจำนวนสูงกว่าผลคะแนนในช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” เกณฑ์ใหม่นี้มุ่งเน้นความสำคัญไปที่เจตจำนงของพลเมืองที่เข้าสู่คูหาเพื่อแสดงจุดยืน ไม่ว่าผลการตัดสินใจนั้นจะเป็นไปในทิศทางใดก็ตาม

                          ขั้นตอนการดำเนินงานที่ กกต. ระบุไว้ ชี้ให้เห็นว่าการประชามติครั้งนี้เป็นเพียงด่านแรกจาก 3 ขั้นตอน หากผลส่วนใหญ่เห็นชอบ จะนำไปสู่การเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อวางระเบียบวิธีการจัดทำ และต้องมีการทำประชามติซ้ำอีกถึง 2 ครั้งเพื่อรับรองแนวทางและรับรองตัวร่างในลำดับถัดไป โดยกระบวนการทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรา 255 ที่ห้ามการแก้ไขในประเด็นที่กระทบต่อรูปแบบของรัฐหรือระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                         สำหรับการปฏิบัติหน้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 8 กพ.นี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องระมัดระวังความสับสนเนื่องจากมีการใช้สิทธิซ้อนกัน 2 ประเภท ท่านจะได้รับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบก่อนเพื่อกาเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและพรรคการเมืองให้เสร็จสิ้น เมื่อหย่อนบัตรเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วจึงต้องแจ้งความประสงค์ขอรับ “บัตรสีเหลือง” เพื่อออกเสียงประชามติแยกต่างหากตามระเบียบของ กกต. 

                         การทำความเข้าใจขั้นตอนการรับบัตรและหีบบัตรที่แยกจากกันอย่างชัดเจน จะช่วยให้คะแนนของท่านไม่กลายเป็นบัตรเสียและเป็นไปตามความต้องการอย่างแท้จริง

                         ผลกระทบของการไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นมาตรการกระตุ้นการมีส่วนร่วมที่ระบุไว้ในกฎหมาย โดยผู้ที่ละเลยหน้าที่จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งครอบคลุมถึงสิทธิในการรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ มาตรการนี้สะท้อนว่าการประชามติเป็นภารกิจสำคัญของพลเมืองที่มีน้ำหนักเท่าเทียมกับการเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ

                          ท้ายที่สุด การไปออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงเป็นพื้นที่แสดงอำนาจอธิปไตยที่สำคัญ ไม่ว่าท่านจะเลือกทิศทางใด “คะแนนเสียงของท่าน” คือส่วนหนึ่งของฐานเสียงข้างมากที่จะกำหนดอนาคตการจัดทำรัฐธรรมนูญไทย การละเลยโอกาสนี้เพียงเพราะความซับซ้อนของขั้นตอนปฏิบัติ อาจหมายถึงการเสียโอกาสในการมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางกฎหมายที่มีผลผูกพันต่อการใช้ชีวิตและทิศทางของประเทศในอนาคต

                            การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงคะแนนประชามติ ครั้งนี้   แม้จะมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ แต่การเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อศึกษาข้อมูลและกาบัตรให้ครบถ้วน ย่อมมีคุณค่ากว่าการปล่อยให้สิทธิอันชอบธรรมของท่านผ่านไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ 

                           หากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่จะทำหน้าที่เพียงการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ละเลยการออกเสียงประชามติในบัตรสีเหลือง ก็เปรียบเสมือนการยอมรับให้ผู้อื่นเป็นผู้กำหนด “โครงสร้างของบ้าน” ตามความประสงค์ของเขา โดยที่เราทำเพียงแค่เลือก “ผู้ดูแลบ้าน” เข้ามาปฏิบัติงานตามกรอบที่ถูกวางไว้ให้เท่านั้น 

                           หากในอนาคตโครงสร้างดังกล่าวจะสร้างความพึงพอใจหรือไม่อย่างไร การจะทักท้วงในภายหลังย่อมทำได้ยากยิ่ง เพราะในวันที่ประตูแห่งโอกาสเปิดให้ร่วมตัดสินใจว่าจะเริ่มเขียนแบบแปลนใหม่กันหรือไม่   เรากลับเป็นผู้ที่เลือกจะยืนมองอยู่เพียงภายนอกและสละสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมไปอย่างน่าเสียดาย

2569-02-05  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”