วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง "แบก" 

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

เผยแพร่

spot_img

ทั้ง“รัฐบาล”  และ  “กติกาประเทศ”

 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ “รากฐาน” ของประเทศ     

                             ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนที่ระบุคำถามสำคัญว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นี่คือการรวมเอา “อำนาจบริหาร” (เลือก สส.) และ “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” (ประชามติ) มาไว้ในวันเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณและกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้ถึงขีดสุด

                             การออกเสียงครั้งนี้ถูกกำกับด้วย พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พศ.2568 ซึ่งมีความพยายามปรับปรุงเกณฑ์การนับคะแนน แม้จะมีกระแสถกเถียงเรื่อง “เสียงข้างมากสองชั้น” (Double Majority) มาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติ กฎหมายกำหนดให้การทำประชามติจะผ่านได้ต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด และเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ 

                            ดังนั้น “การนอนหลับทับสิทธิ” หรือการไม่ไปใช้สิทธิประชามติ จึงมีค่าเท่ากับการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงกติกาโดยปริยาย

                            ประเด็นที่สำคัญคือ คำถามประชามติในรอบแรกนี้เป็นการถามเชิง “หลักการ” เท่านั้น ประชาชนจะยังไม่เห็นมาตราหรือเนื้อหาใดๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การกาช่อง “เห็นชอบ” จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ให้กับกระบวนการร่างที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นความเสี่ยงที่จะสูญเสียกลไกคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ 2560 เช่น มาตรการปราบโกงที่เข้มงวด หรือบทบาทขององค์กรอิสระที่อาจถูกปรับเปลี่ยนไป

                            แม้การทำประชามติจะเป็นเรื่องของกติกาประเทศ แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกแทรกซึมด้วยนโยบายหาเสียง พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มใช้จุดยืนต่อรัฐธรรมนูญเป็นอาวุธในการดึงคะแนนเสียง เช่น บางพรรคชูจุดเด่นเรื่อง “รัฐธรรมนูญประชาชน 100%” ในขณะที่บางพรรคยืนกราน “ไม่แตะหมวด 1 และ 2” 

                           ประเด็นรัฐธรรมนูญอาจถูกกระแสหาเสียงเรื่องปากท้อง “กลบ” จนทำให้ประชาชนหลงลืมความสำคัญของบัตรใบที่สามในมือ

                          เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ควรให้ความสำคัญกับการสังเกตรายละเอียดในพื้นที่ อาทิ การบริหารจัดการป้ายประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ซึ่งอาจมีความแตกต่างจากการรณรงค์เลือกตั้งทั่วไป หรือการจัดเตรียมสถานที่และคูหาให้สอดรับกับการแยกหีบบัตรประชามติอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ หากการสื่อสารข้อมูลขั้นตอนต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างครอบคลุม อาจส่งผลต่อความเข้าใจที่“คลาดเคลื่อน”  ของประชาชน และอาจถูกตีความได้ว่าเป็นข้อจำกัดในการส่งเสริมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                          สุดท้ายนี้ ประชาชนต้องตระหนักว่าผลของการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะส่งผล กระทบต่อ “สิทธิ” ที่จับต้องได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกกำหนดกรอบไว้ในรัฐธรรมนูญ 

                       ดังนั้น การลงมติ “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น“  ในวันนั้น จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายที่ไกลตัว แต่คือการกำหนด “เพดาน” คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนในอนาคตอันใกล้

2569-01-20  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”