หน้าแรกINSIDE - INSIGHT8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง "แบก" 

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

เผยแพร่

spot_img

ทั้ง“รัฐบาล”  และ  “กติกาประเทศ”

 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ “รากฐาน” ของประเทศ     

                             ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนที่ระบุคำถามสำคัญว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นี่คือการรวมเอา “อำนาจบริหาร” (เลือก สส.) และ “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” (ประชามติ) มาไว้ในวันเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณและกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้ถึงขีดสุด

                             การออกเสียงครั้งนี้ถูกกำกับด้วย พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พศ.2568 ซึ่งมีความพยายามปรับปรุงเกณฑ์การนับคะแนน แม้จะมีกระแสถกเถียงเรื่อง “เสียงข้างมากสองชั้น” (Double Majority) มาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติ กฎหมายกำหนดให้การทำประชามติจะผ่านได้ต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด และเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ 

                            ดังนั้น “การนอนหลับทับสิทธิ” หรือการไม่ไปใช้สิทธิประชามติ จึงมีค่าเท่ากับการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงกติกาโดยปริยาย

                            ประเด็นที่สำคัญคือ คำถามประชามติในรอบแรกนี้เป็นการถามเชิง “หลักการ” เท่านั้น ประชาชนจะยังไม่เห็นมาตราหรือเนื้อหาใดๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การกาช่อง “เห็นชอบ” จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ให้กับกระบวนการร่างที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นความเสี่ยงที่จะสูญเสียกลไกคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ 2560 เช่น มาตรการปราบโกงที่เข้มงวด หรือบทบาทขององค์กรอิสระที่อาจถูกปรับเปลี่ยนไป

                            แม้การทำประชามติจะเป็นเรื่องของกติกาประเทศ แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกแทรกซึมด้วยนโยบายหาเสียง พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มใช้จุดยืนต่อรัฐธรรมนูญเป็นอาวุธในการดึงคะแนนเสียง เช่น บางพรรคชูจุดเด่นเรื่อง “รัฐธรรมนูญประชาชน 100%” ในขณะที่บางพรรคยืนกราน “ไม่แตะหมวด 1 และ 2” 

                           ประเด็นรัฐธรรมนูญอาจถูกกระแสหาเสียงเรื่องปากท้อง “กลบ” จนทำให้ประชาชนหลงลืมความสำคัญของบัตรใบที่สามในมือ

                          เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ควรให้ความสำคัญกับการสังเกตรายละเอียดในพื้นที่ อาทิ การบริหารจัดการป้ายประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ซึ่งอาจมีความแตกต่างจากการรณรงค์เลือกตั้งทั่วไป หรือการจัดเตรียมสถานที่และคูหาให้สอดรับกับการแยกหีบบัตรประชามติอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ หากการสื่อสารข้อมูลขั้นตอนต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างครอบคลุม อาจส่งผลต่อความเข้าใจที่“คลาดเคลื่อน”  ของประชาชน และอาจถูกตีความได้ว่าเป็นข้อจำกัดในการส่งเสริมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                          สุดท้ายนี้ ประชาชนต้องตระหนักว่าผลของการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะส่งผล กระทบต่อ “สิทธิ” ที่จับต้องได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกกำหนดกรอบไว้ในรัฐธรรมนูญ 

                       ดังนั้น การลงมติ “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น“  ในวันนั้น จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายที่ไกลตัว แต่คือการกำหนด “เพดาน” คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนในอนาคตอันใกล้

2569-01-20  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง