วันพุธ, มกราคม 14, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าว Short Newsเดิมพันบนเส้นด้ายรัฐธรรมนูญ: ภารกิจ UN "สีหศักดิ์" บทพิสูจน์ความชอบธรรมรัฐบาลใหม่

เดิมพันบนเส้นด้ายรัฐธรรมนูญ: ภารกิจ UN “สีหศักดิ์” บทพิสูจน์ความชอบธรรมรัฐบาลใหม่

เผยแพร่

spot_img

การเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กลายเป็นบททดสอบแรกที่สั่นคลอนความชอบธรรมของรัฐบาลชุดใหม่ทันทีที่เริ่มทำงาน เมื่อภารกิจเพื่อ “นำไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก” เกิดขึ้นในช่วงสุญญากาศก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการ ก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า การกระทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ สามารถอยู่เหนือหลักการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในคืนวันที่ 25 กันยายน 2567 เมื่อนายสีหศักดิ์ออกเดินทางสู่นครนิวยอร์ก เพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมและความชอบด้วยกฎหมาย 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศได้เปิดเผยให้เห็นถึงเดิมพันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังภารกิจครั้งนี้ โดย นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การเดินทางครั้งนี้มีวาระเร่งด่วนที่รอไม่ได้ ทั้งการแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่อสถานการณ์โลกที่กำลังเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเมียนมา ยูเครน และตะวันออกกลาง และที่สำคัญที่สุด คือการใช้เวทีนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ประชาคมโลกได้รับฟังจากมุมมองของไทยโดยตรงเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ ตารางการหารือยังเต็มไปด้วยนัดหมายสำคัญกับบุคคลระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ, ประธานคณะมนตรีความมั่นคง (รัสเซีย), ประธานอาเซียน (มาเลเซีย), ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยเมียนมา และการพบปะกับสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึง “ความจำเป็น” ที่ฝ่ายรัฐบาลนำมาเป็นเหตุผลสนับสนุน

แม้ภารกิจจะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ของชาติ แต่เงื่อนเวลาของการเดินทางกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อเกิดขึ้นก่อนกำหนดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29-30 กันยายน ซึ่งขัดแย้งกับหลักการในรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรีจะเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อได้แถลงนโยบายและได้รับความไว้วางใจจากรัฐสภาแล้วเท่านั้น

ช่องว่างทางกฎหมายนี้เองที่ทำให้นักกฎหมายและนักการเมืองออกมาตั้งคำถามถึงความชอบธรรม โดยเฉพาะ นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และอาจนำไปสู่การสิ้นสุดสถานะความเป็นรัฐมนตรีได้หากมีการยื่นร้องและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิดจริง พร้อมเรียกร้องให้องค์กรอิสระอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบ

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่า ภารกิจนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็น โดยได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งให้ความเห็นว่าสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติไม่ให้ขาดตอน

กรณีของนายสีหศักดิ์จึงเป็นการปะทะกันอย่างจังระหว่าง “ความจำเป็นของภารกิจระหว่างประเทศ” ที่รอไม่ได้ กับ “ความถูกต้องตามหลักการรัฐธรรมนูญ” ที่จะมองข้ามก็ไม่ได้เช่นกัน และได้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ยังไม่มีบรรทัดฐานใดมาเทียบเคียง บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การปฏิบัติภารกิจทางการทูต แต่เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่นำหลักนิติรัฐมาวางอยู่บนตาชั่งเดียวกับผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งไม่ว่าผลการวินิจฉัยในอนาคตจะออกมาเป็นเช่นไร กรณีนี้ก็ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยแล้วอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป

Gartner ได้เผยรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” ชี้ให้เห็น 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องจับตา

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

จีนประณามการใช้กำลังในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีประเทศอิหร่าน เพื่อตอบโต้สถานการณ์การประท้วงที่กำลังบานปลายในประเทศดังกล่าว

รัสเซีย! ทุ่ม 2.7 พันล้านดอลลาร์ ‘ซื้อขีปนาวุธ-โดรน อิหร่าน’ หนุนสงครามยูเครนยืดเยื้อ

อิหร่านได้ส่งมอบขีปนาวุธให้แก่รัสเซียคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ในการทำสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี

ข่าวอื่นๆ

จากวาสนา นาน่วม ถึง ‘น้องนักข่าว’

วาสนา นาน่วม นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เมื่อ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ โพสต์ข้อความในบัญชี @Wassana Nanuam เรื่อง ‘คำขอโทษจากน้องนักข่าว’ ดังนี้

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ แถลงการณ์ เรื่อง การแอบอ้างชื่อองค์กรสื่อมวลชนเรียกรับผลประโยชน์

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ แถลงการณ์ เรื่อง การแอบอ้างชื่อองค์กรสื่อมวลชนเรียกรับผลประโยชน์

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 6 มกราคม 2569

นายกฯได้แจ้งให้ครม.รับทราบว่าได้รับแจ้งมีวัตถุกระสุนและวัตถุระเบิดจากทางฝั่งกัมพูชามาตกที่ทางฝั่งไทย ฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์