วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองจากสายแกร่งเทคโนโลยีสู่เวทีการเมือง 

จากสายแกร่งเทคโนโลยีสู่เวทีการเมือง 

เผยแพร่

spot_img

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อายุ 50 ปี

การศึกษา

– ปริญญาเอก สาขา วิศวกรรมอุตสาหการ ,มหาวิทยาลัย วิสคอนซิน แมดิสัน, สหรัฐอเมริกา

ตำแหน่งสำคัญ

– กรรมการผู้จัดการ C ASEAN

– ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย

– ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนาคตศึกษา (Chief Foresight Officer) แห่ง FutureTales Lab

แนะนำตัวเพิ่มเติม

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เป็นหญิงแกร่งสายเทคโนโลยีที่โดดเด่นในแวดวงธุรกิจ นวัตกรรม และอนาคตศึกษา สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในสายงานเทคโนโลยี ด้วยพื้นฐานด้านวิศวกรรมอุตสาหการและประสบการณ์กว่า 20 ปีในการผลักดันการพัฒนานโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นวัตกรรมเพื่อสังคม และการร่วมขับเคลื่อนเยาวชนไทยให้เป็นกำลังหลักของประเทศ

ดร.การดี จบการศึกษาปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร และได้รับทุนวิจัยศึกษาต่อปริญญาโทและเอกที่ University of Wisconsin-Madison สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเส้นทางด้วยการเป็นอาจารย์สอนวิศวกรรมอุตสาหการ และภาควิชาพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กว่า 13 ปี ก่อนก้าวสู่บทบาทผู้บริหารยุคใหม่

ด้วยบทบาทอดีตกรรมการผู้จัดการ C-ASEAN ได้สร้าง Ecosystem เชื่อมโยงเทคโนโลยีในกลุ่มอาเซียน และเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การขยายผลระดับชาติ

ในฐานะนักบริหารธุรกิจและนักอนาคตศาสตร์ (Strategic Futurist) ดร.การดีร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ICORA ผลักดันการเปลี่ยนแปลงและการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ และดำรงตำแหน่ง Chief Foresight Officer แห่ง FutureTales Lab by MQDC โดยมุ่งสำรวจอนาคตเพื่อออกแบบเมืองและธุรกิจสู่อนาคตที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และที่ปรึกษาด้าน Deeptech Commercialization สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เป็นกรรมการบริษัทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในตลาดหลักทรัพย์ โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างเท่าเทียม

ด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นในพลังของเยาวชนและการร่วมมือข้ามรุ่น เมื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่มีดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นประธาน ดร.การดีเปิดเวทีและสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ นำเทคโนโลยีมาเปลี่ยนสังคม พร้อมร่วมสร้างประเทศไทยที่เสมอภาค และเปิดรับความหลากหลาย เพื่ออนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

“3กมธ.สว.” แถลงการณ์! จี้ “กัมพูชา” หยุดยั่วยุ-แทรกแซงไทย ซัดพาดพิงสถาบันเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง

รัฐสภาร้อนระอุ! “กมธ.ต่างประเทศ-ทหาร-พิทักษ์สถาบันฯ” วุฒิสภา ผนึกกำลังแถลงการณ์ร่วมกรณีนักการเมืองระดับสูงกัมพูชาพาดพิงไทย ชี้ชัดเป็นการกระทำที่ไร้มารยาททางการทูตและผิดราชประเพณี เรียกร้องฝ่ายเขมรแสดงความจริงใจ ยุติแถลงการณ์บิดเบือนข้อเท็จจริงด่วน