หน้าแรกข่าว Short Newsซิโกว 施孤 6กันยายน2568 วันสารทจีน中元节 แล้ว ซึ่งตรงกับวันที่15 เดือนจันทรคติที่ 7ของจีน

ซิโกว 施孤 6กันยายน2568 วันสารทจีน中元节 แล้ว ซึ่งตรงกับวันที่15 เดือนจันทรคติที่ 7ของจีน

เผยแพร่

spot_img

แต่สำหรับวิถีชีวิตชาวจีนแต้จิ๋วแล้ว เดือนจันทรคติที่ 7ของจีนมีวันสำคัญมากกว่าวันสารทจีน เพราะตลอดทั้งเดือนนั้นมีประเพณีหนึ่งที่เรียกว่า“ซิโกว”施孤 คำว่า “ซิ” 施 หมายถึง “การให้ทาน” ส่วนคำว่า”โกว” 孤 หมายถึง “ผู้โดดเดียวหรือกำพร้า” 

ชาวจีนแต้จิ๋วเชื่อว่า ประตูยมโลกจะเปิดในวันที่ 1 และปิดในวันที่ 30 ของเดือนจันทรคติที่ 7 ของจีน ช่วงเวลา 30 วันนี้ ดวงวิญญาณที่หลุดพ้นจากยมโลกสามารถมายังโลกมนุษย์เพื่อหาอาหารได้ 

ประเพณีนี้มีต้นกำเนิดมาจากพระสูตรอุลลัมพนะ (Ullambana Sutra) ในพุทธศาสนานิกายมหายาน เป็นตำนานเกี่ยวกับพระโมคคัลลานะที่พยายามช่วยเหลือมารดาซึ่งตกอยู่ในทุคติภูมิ และต่อมาได้ผนวกเข้ากับเทศกาลจงหยวน 中元节 ของลัทธิเต๋า 

เทศกาลจงหยวน 中元节 หรือสารทจีน ชาวจีนจะร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน เทพเจ้าและดวงวิญญาณที่อยู่ภพภูมิต่างๆ โดยไปไหว้ที่ศาลบรรพชน ศาลเจ้า เทพเจ้าในวัดต่างๆ

ส่วนประเพณีซิโกว 施孤 นั้นทำได้ตลอดเดือนจันทรคติที่7ของจีน โดยการปูผ้าหรือปูเสื่อกับพื้นแล้ววางของเซ่นไหว้บนเสื่อหรือพื้น จุดธูปเชิญวิญญาณที่ผ่านไปมาให้มารับของเซ่นไหว้เหล่านั้น เรียกพิธีส่วนนี้ว่าอิ๋มซิ 阴施 เพื่อเป็นการเมตตาต่อวิญญานไร้ญาติ หลังการเซ่นไหว้เสร็จแล้ว หากมีผู้ยากไร้ผ่านมาหรืออยู่ใกล้เคียง ก็นำสิ่งของและอาหารเหล่านั้นแจกทานไป เรียกพิธีส่วนนี้ว่าเอี่ยงซิ 阳施 เพื่อเป็นการแสดงความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์

ชาวจีนถือคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่คือกตัญญูและเมตตา ชาวจีนแต้จิ๋วเชื่อว่า เราต้องกตัญญูต่อนักรบผู้เสียสละออกรบช่วยชาติ ตายในสนามรบมากมายเป็นวิญญานที่น่าสงสารหาทางกลับบ้านไม่ได้ ไม่มีใครไหว้อาหารให้ อึกทั้งยังมีผู้เดินทางถูกสัตว์ร้ายและโจรผู้ร้ายฆ่าตาย เด็กเล็กๆที่ตายแต่เยาว์วัย วิญญานเหล่านี้ไม่มีคนเซ่นไหว้อาหารให้ จึงต้องเมตตาต่อเขา … 

ต่อมาคนจีนแต้จิ๋วออกเดินทางโพ้นทะเลมางานทำและค้าขายในเมืองไทย บ้างหาเงินได้แล้วก็กลับเมืองจีน บ้างก็ปักหลักสร้างฐานอยู่เมืองไทย แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ตายอยู่ในเมืองไทย ไม่มีใครเซ่นไหว้อาหารให้ กลายเป็นวิญญาณไร้ญาติ บริษัทห้างร้านชาวจีนและชาวจีนที่เคยช่วยเหลือกัน สบานเป็นพี่น้องกัน จึงทำพิธีอิมซิ 阴施 เซ่นไหว้อาหารให้กับวิญญาณเหล่านั้น เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไป่ฮ๋อเฮียตี๋ (ไหว้พี่น้องผู้เป็นคนดี)

ส่วนพิธีเอี่ยงซิ 阳施เป็นการแสดงความเมตตาต่อผู้ยากไร้ด้วยการแจกอาหารและสิ่งของต่าง ซึ่งอาจจะเป็นของที่เซ่นไหว้แล้วก็ได้ ในเมืองไทยเรามักเรียกว่าพิธีนี้ว่า “เทกระจาด” เพราะสมัยก่อนนั้นยังไม่มีถุงหรือกล่องใส่ของมากนัก การแจกหมวกโกยโล่ย 葵笠 ไว้กันแดดกันฝนให้กับผู้ยากไร้ จึงถูกเอามากลับด้านเพื่อรับของแจกอื่นๆด้วย โดยเทของต่างๆลงบนหมวกโกยโล่ยนี้ จนถูกเรียกว่าเทกระจาด

ข่าวล่าสุด

อิจฉา…“คนรวย”  และ สงสาร…”คนจน”   มายาคติบน “กระดานเอียง..” ที่ไร้กติกา

“คนราย” กับ “คนจน” ปมปัญหาที่แท้จริงหาใช่เรื่องของบุญวาสนาหรือความเกียจคร้านไม่ แต่คือ “ความอยุติธรรมของกติกาเชิงโครงสร้าง” ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ขัดขวางการขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility)

2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 3 ปี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินประเภทธุรกิจทั้ง 15 ช่องที่เหลือรอด จะสิ้นสุดอายุลงพร้อมกันในอัสดงแห่งปี พศ. 2572

เปิดปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ทลายขบวนการ “พ่อทิพย์”

​เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. เปิดยุทธการเข้าจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

สปสช.มีมติ ยาแก้มะเร็ง โครงการฟ้าหญิงฯ  เข้าบัตรทอง

บอร์ด สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เข้าสู่ระบบ "บัตรทอง 30 บาท"

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

รัฐบาล…“ล้างบาง” ทุนเทาข้ามชาติ !  ทวงคืนอธิปไตยเศรษฐกิจและที่ดินทำกิน

ส่องโมเดลปราบปรามระดับสากล ยกระดับความเข้มข้นสงครามไซเบอร์ ก่อนประเทศไทยจะกลายเป็นแดนสวรรค์ของอาชญากร