“ใคร…ตามมา”

เผยแพร่

spot_img

  ลมหนาวเย็นจัดพัดปะทะใบหน้า เขายกปกเสื้อแจ็กเก็ตขึ้นปิดจมูก 

                                กลิ่นสนิมและดินเปียกชื้นลอยมาตามลม รสคาวโลหะติดปลายลิ้นจนเขาขนลุก มันเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคยจากการสำรวจสถานที่ร้างหลายสิบแห่ง 

                                แต่คฤหาสน์แห่งนี้…มันไม่เหมือนที่ไหน ๆ

                                 มันเงียบจนผิดปกติ         เงียบจนเหมือนมีใครกำลังรอ….!!

                                 เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดจีพีเอส จุดสีแดงบนหน้าจอกระพริบเตือนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กสูงที่ขึ้นสนิมจนเกือบพัง

                                  ประตูส่งเสียงครืดด…เมื่อเขาดันให้เปิดออก เสียงนั้นก้องไปทั้งลานราวกับมีใครสะดุ้งตื่น

                                  พื้นกรวดเปียกน้ำฝนดังกรอบแกรบทุกครั้งที่เขาก้าวเดินไปทางตัวอาคาร เงาสะท้อนของคฤหาสน์หลังใหญ่ปรากฏใต้แสงจันทร์ หน้าต่างบางบานแตกเป็นรูโหว่ เถาวัลย์เลื้อยพันราวกับมือที่กำลังบีบคอใครอยู่

                                   ประตูเหล็กหนาหนักเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดแหลม 

                                    เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในความเงียบ รีบเปิดไฟฉายแล้วกวาดไปทั่วโถง เศษเฟอร์นิเจอร์เก่าถูกทิ้งไว้ราวกับใครเพิ่งหนีออกไป โต๊ะเหล็กปูด้วยไม้ถูกเฉือนจนเป็นร่องลึกเหมือนถูกฟันด้วยดาบขนาดใหญ่ ผ้าม่านเก่า ๆ แหว่งวิ่นห้อยระโยงระยางเหมือนบ่วงผูกคอ และบนผืนผ้ายังมีรอยเลือดแห้งเป็นคราบดำ

                                     เสียงหยดน้ำจากเพดานปูนดังติ๋ง…ติ๋ง…!

                                     เหมือนนาฬิกาที่นับถอยหลัง เขาเดินลึกเข้าไปในตัวตึก เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างแตกระแหงทำให้ผ้าม่านปลิวจนดูเหมือนมีคนยืนมอง

                                      แล้วเขาก็เห็นมัน !!

                     บันไดหินเก่าแก่คร่ำคร่า ทอดยาวลงสู่ความมืดมิดใต้ดิน

                                      ขั้นบันไดแต่ละขั้นแกะสลักเป็นใบหน้าคน ใบหน้าที่เบิกตาโพลง ปากอ้าเหมือนกำลังกรีดร้องด้วยความกลัว 

                                      เขายืนตัวแข็งชั่วขณะก่อนยกกล้องขึ้นถ่ายภาพไว้ จนรู้สึกเหมือนใบหน้าเหล่านั้นกำลังจ้องตอบ

                                      ย่างก้าวแล้วชะงัก ก่อนลงไปช้า ๆ

               กึก…กึก…

              เสียงไม้เก่าเบียดคอนกรีตอับชื้น  ราวใครร้องครางใต้ฝ่าเท้าเหมือนกำลังไม่พอใจ

                                      เมื่อถึงขั้นที่สาม ไม้กระดานด้านบนหักดังแคร๊ก ร่างเขาเสียหลัก ร่วงลงไปเกือบสองขั้น กล้องที่ถือไว้ กระเด็นหลุดมือ กลิ้งตกลงไปในความมืดเบื้องล่าง ก่อนจะได้ยินเสียง ตุบ แล้วเงียบหาย

                                      หัวใจเขาเต้นแรง   เขากัดฟัน เดินต่อไปเพื่อหากล้อง….

            หันกลับมองบีนไดชั้นบนที่เงียบขรึม ทะมึนจนน่ากลัว

                                      ทุกก้าวที่ย่างลงไป ไฟฉายในมือเริ่มหรี่ลง แสงค่อย ๆ ถูกความมืดดูดกลืน ราวกับมีบางสิ่งกำลังกลืนกินความสว่างไปจากโลกนี้…..!

                                      แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้น !

              เสียงกรงเล็บขูดกับพื้นไม้ ครืดด…ครืดด…!!

              มันใกล้เข้ามา…

              ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ…..!

              เขาหยุด หายใจแรงจน-อกโยก กวาดไฟฉายไปข้างล่างแต่ไม่เห็นอะไร เหงื่อเย็นไหลลงขมับ

           “ใคร…..ใครอยู่ตรงนั้น…!”

              เสียงเขาก้องสะท้อนขึ้นมา…ไม่มีคำตอบ นอกจากเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่เหมือนดังมาจากทุกทิศทาง….!

             เขาเร่งฝีเท้า เดินลงให้เร็วที่สุด บันไดส่งเสียงครืดคราดตามจังหวะก้าว เหมือนมีใครอีกคนก้าวตามมาพร้อมกัน

             หยุดฟังเสียง   …แล้วเสียงที่ได้ยินก็พลันหยุด

เหมือนมีใครตามลงมาจริง ๆ

             เขายังไม่กล้าหันกลับ

                             ลมหายใจอุ่น ๆ ปะทะต้นคอ ขนลุกชันใจระทึก

                             สะดุ้ง หันขวับ ….

             ไม่มีใคร…!!

                             ในที่สุดเขาก็มาถึงขั้นสุดท้าย เท้าเพิ่งแตะพื้นดิน แสงไฟฉายก็ดับลงทันที ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง

                             ยืนนิ่งในความเงียบ จนได้ยินเสียง แชะ ของชัตเตอร์กล้องดังขึ้นจากในความมืด

                             แล้วเขาเห็น ….!

               แสงแฟลชสว่างวาบ

              มีเงาของใครบางคนกำลังถ่ายรูปเขา…!

                            ทันใดนั้นเอง ไฟทุกดวงในห้องใต้ดินสว่างวาบ เผยให้เห็นผนังรอบด้านที่เต็มไปด้วยรูปถ่าย 

                           คงเป็นรูปภาพของคนที่เคยลงบันไดนี้มาก่อน ภาพทุกใบติดอยู่บนผนังอย่างเป็นระเบียบ บางภาพเป็นใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

                            เขาสดุ้งสุดตัวในทันทีเมื่อเห็นภาพล่าสุดติดผนัง…

เมินหน้าหนี….ด้วยความกลัว ..!

                           พลันหันหลังกลับจะวิ่งหนี

                           กลับยืนแข็งทื่อ  เมื่อหันไปทางเสียงจากบันไดชั้นบน 

                            จ้องบนบันได….!  เห็นราง ๆ 

                            คงมีใครลงมาแล้ว…!

           ความหวาดกลัว  ขยับตัวกลับไปด้านผนัง

                           เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลังอีก  เขาหันกลับไปทันที

            จริงอย่างที่เขาคิด….

            ลงมาแล้ว…!

                         ใครบางคนกำลังเดินลงบันไดอย่างช้า ๆ ถือกล้องอยู่ในมือ….!

                          รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของร่างนั้น 

กำลังเดินลงมาแล้ว….!

                          สถานการณ์ยามนี้  เขาจะทนอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว

                          ต้องรีบวิ่งสวนขึ้นไปให้พ้น…ก่อนทุกร่าง..ทุกวิญญาณ จะออกมาอะละวาด  

                          และเขาอาจต้องติดกับดักไปด้วย….!

        เขาอ้าปากจะร้อง..แต่ไม่มีเสียง….เหลียวมองซ้ายขวาหาคนช่วย ต่างเงียบงัน

        ยกสองมือปัดป้อง  ความกลัวแผ่ซ่านทั่วกายขยายสู่ใบหน้าจนเส้นผมลุกชัน ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั้น

                          ร่างนั้น เดินลงมาทีละขั้น ใกล้เข้ามาแล้ว

        ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง แล้วมีเสียงก้องรอบทิศ

                         เขาพยามดิ้นรนจะวื่งสวนขึ้นไป   แต่มันเหมือนถูกยึดอยู่กับที่

                         เพียงไม่กี่อึดใจ…

                         ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท …..!

       ร่างนั้น….ลงมาถึงพื้น

                         เดินตรงมาหยุดตรงนี้…

                         ก้าวมาหยุดใกล้แค่เอื้อม จ้องหน้าเขาเขม็ง

        เขาขยับหนีไม่ได้แล้ว….!

                        ร่างของเขาตรึงเป็นรูปถ่ายติดผนังจนขยับไม่ได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

อิจฉา…“คนรวย”  และ สงสาร…”คนจน”   มายาคติบน “กระดานเอียง..” ที่ไร้กติกา

“คนราย” กับ “คนจน” ปมปัญหาที่แท้จริงหาใช่เรื่องของบุญวาสนาหรือความเกียจคร้านไม่ แต่คือ “ความอยุติธรรมของกติกาเชิงโครงสร้าง” ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ขัดขวางการขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility)

2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 3 ปี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินประเภทธุรกิจทั้ง 15 ช่องที่เหลือรอด จะสิ้นสุดอายุลงพร้อมกันในอัสดงแห่งปี พศ. 2572

เปิดปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ทลายขบวนการ “พ่อทิพย์”

​เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. เปิดยุทธการเข้าจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

สปสช.มีมติ ยาแก้มะเร็ง โครงการฟ้าหญิงฯ  เข้าบัตรทอง

บอร์ด สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เข้าสู่ระบบ "บัตรทอง 30 บาท"

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น   “แก้วเดิม”

เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งดังสม่ำเสมอ ราวกับใครบางคนกำลังหายใจอยู่ในความมืด แสงไฟนีออนจากบาร์ริมชายหาดสาดกระทบผิวน้ำเป็นสีแดงสลับม่วง กลิ่นเกลือทะเลปนกับกลิ่นเหล้ารัมราคาถูกและควันบุหรี่ลอยคลุ้ง “คุณมาคนเดียวเหรอ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ

เรื่องสั้น  “หลุมศพ…ฝั่งตรงข้ามหน้าต่าง“

อาคารห้องเช่าเก่าสองชั้นตั้งอยู่ริมถนนแคบ ๆ ที่แทบไม่มีรถผ่านในเวลากลางคืน ฝั่งตรงข้ามถนนคือสุสานเก่าแก่ที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นหลุมศพในเวลากลางวัน แต่พอความมืดคลี่ตัวลง เงาของกิ่งไม้กลับทอดยาวคลุมแผ่นหินเหนือหลุมศพราวกับมือดำ ๆ ที่ยื่นขึ้นมาจากใต้ดิน

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม