หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินสรุปประเด็นร้อน: "ทีวีกำลังจะตาย จริงไหม?" และทางรอดของคนทำสื่อ 

สรุปประเด็นร้อน: “ทีวีกำลังจะตาย จริงไหม?” และทางรอดของคนทำสื่อ 

เผยแพร่

spot_img

(จากบทสนทนาระหว่าง คุณบี สโรจ x คุณจ๋า ยศสินี)

หลายคนถามว่าทีวีจะตายไหม? คำตอบคือ “ทีวีไม่ตาย แต่พฤติกรรมเดิมตายแน่นอน” นี่คือสรุปคีย์สำคัญที่คนทำสื่อและนักการตลาดต้องรู้ครับ 

1. นิยามคำว่า “ทีวี” เปลี่ยนไปแล้ว 

 ภาพการนั่งดูทีวีบนโซฟาตามเวลา (TV & Sofa) จะเหลือน้อยลง* 

 ทีวีจะกลายเป็น Sharing Screen ของบ้าน เอาไว้ดูพร้อมหน้ากัน แต่เลือกดูตอนไหนก็ได้ 

 ทางรอด: ต้องเลิกทำคอนเทนต์แบบ Off-demand (บังคับดูตามเวลา) และ One-way (สื่อสารทางเดียว) 

 สูตรใหม่: Device ต้องสะดวก + Content ต้อง On-demand + Interaction ต้องเป็น Two-way (คุยกับคนดูได้) 

2. สปอนเซอร์ไม่ได้ต้องการแค่ “แปะโลโก้” อีกต่อไป

ลูกค้าสมัยนี้ต้องการผลลัพธ์ 4 ขั้น ไม่ใช่แค่ให้คนเห็น (Awareness):

1. Recall: จากไม่ทราบ -> เป็นทราบ (แจ้งข่าว) 

2. Perception: จากไม่เชื่อ -> เป็นเชื่อ (เปลี่ยนทัศนคติ) 

3. Knowledge: จากทำไม่เป็น -> เป็นทำเป็น (How-to) 

4. Action: จากไม่ทำ -> เป็นลงมือทำ (ซื้อจริง) 

3. ยุคนี้แค่ Reach (คนเห็นเยอะ) ไม่พอ ต้องมี Influence (โน้มน้าวได้)

 ถ้าทำละครแล้วคนดูเยอะ แต่โน้มน้าวใจไม่ได้ เราจะเป็นแค่ “กระบอกเสียง” (Megaphone)

 เป้าหมายสูงสุดคือเป็น “Elite” (Reach สูง + Influence สูง) แบบซีรีส์เกาหลี ที่ขายอาหาร/ท่องเที่ยวผ่านเนื้อเรื่องได้แนบเนียน จนกลายเป็น Soft Power 

4. เคล็ดลับความสำเร็จ: หา “Sweet Spot” ให้เจอตั้งแต่วันแรก

อย่าทำคอนเทนต์เสร็จแล้วค่อยวิ่งหาสปอนเซอร์ แต่ให้คิด “สมการ 3 วง” ตั้งแต่เริ่มเขียนบท:

 Sponsor: ลูกค้าอยากแก้ปัญหาอะไร? (เช่น อยากดูเด็กลง, อยากเปลี่ยนความเชื่อ) 

 Content: เรื่องราวที่เราจะเล่า 

 Audience: ความสนใจหรือปมในใจคนดูช่วงนั้น (เช่น ช่วงคนเครียด ต้องการฮีลใจแบบเรื่องมาตาลดา) 

 สรุปสั้นๆ: ถ้าหาจุดตัดตรงกลางระหว่าง ลูกค้า-เนื้อหา-คนดู เจอ อยู่แพลตฟอร์มไหนก็รอดครับ! 

Cr: สรุปจากรายการ Crack the Code EP.1

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์