หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตีกอล์ฟของไทยเป็นถึงอันดับ 3 ของโลก

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตีกอล์ฟของไทยเป็นถึงอันดับ 3 ของโลก

เผยแพร่

spot_img

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาตีกอล์ฟถึงปีละ 1 ล้านคน

มีเพียงสหรัฐฯ และสเปน ที่มีคนทั่วโลกเดินทางไปตีกอล์ฟมากกว่าประเทศไทย

นี่คือตัวเลขในปี 2023 จากข้อมูลของ Market Reports World แพลตฟอร์มรวบรวมรายงานวิจัยตลาดระดับโลก

หลายคนอาจคิดว่ากอล์ฟเป็นเพียงกีฬาเฉพาะกลุ่ม เข้าถึงยาก หรือเป็นแค่กิจกรรมสำหรับผู้บริหารหรือคนรวยเท่านั้น

แต่เมื่อลงรายละเอียดกับอุตสาหกรรมกอล์ฟของไทย กลับพบว่าสนามของไทยคือสวรรค์ของคนทั่วโลก 

มีคนตีกอล์ฟทั่วโลกเข้ามาไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล

แล้วสนามกอล์ฟไทยมีอะไรดี คนต่างชาติยอมบินข้ามน้ำข้ามทะเลมา ทั้งที่ตีที่อื่นก็เป็นกีฬา 18 หลุมเหมือนกัน?

ถ้านับแค่ปัจจัยในสนามกอล์ฟอย่างเดียวก่อน ของไทยถือว่ามีดีกว่าที่อื่นอยู่ 3 ข้อหลัก คือ

“สนามดี แคดดี้เด่น เล่นคุ้มราคา”

1) สนามดี หมายถึง สนามกอล์ฟในไทยมีทั้ง “ปริมาณ” และ “คุณภาพ”

ในแง่ปริมาณ ไทยมีสนามกอล์ฟมากกว่า 300 สนาม (รวมเอกชนและราชการ) สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรองเพียงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ในแง่คุณภาพ คือจากจำนวน 300 กว่าสนาม มีสนามที่ใช้จัดการแข่งขันระดับโลกได้ประมาณ 140 สนาม

เทียบกับเพื่อนบ้านที่มาแรงอย่างเวียดนามยังมีเพียง 80 สนามเท่านั้น

ของไทยได้เปรียบที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ทำให้ออกแบบสนามให้ท้าทายนักกอล์ฟได้หลายแบบ

มีหลายแห่งที่เป็นผลงานการออกแบบของ Jack Nicklaus ตำนานนักกอล์ฟและนักออกแบบสนามกอล์ฟระดับโลก

แค่นี้ก็เป็นตราประทับให้กับหลายสนามว่ามีมาตรฐาน ท้าทาย และมีมูลค่า

จะใช้จัดรายการแข่งขันระดับโลกก็ได้ หรือจะเปิดให้สมาชิกเข้ามาตีก็สามารถเก็บค่าบริการที่แพงกว่าได้

2) แคดดี้เด่น หมายถึง สนามกอล์ฟในไทยบังคับให้มีแคดดี้ประกบนักกอล์ฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างกับการตีกอล์ฟที่อื่นมาก

เพราะแคดดี้ 1 คน ประกบนาย 1 คน ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ช่วยแบกถุงให้นาย กางร่ม หยิบไม้ และขับรถกอล์ฟให้

ไปจนถึงช่วยดูทิศทางลม ดูไลน์หญ้า กลบดิน เกลี่ยทรายกลับเข้าที่ จดสกอร์ หรือให้คำปรึกษาต่างๆ ระหว่างออกรอบ

หากเป็นสนามในยุโรป หรือสหรัฐฯ จะไม่มีแคดดี้ให้ หรือถ้าจะมีก็ต้องเป็นสนามระดับพรีเมียมเท่านั้น

ทำให้ประสบการณ์ในการเข้ามาตีกอล์ฟในไทยสามารถสร้างความประทับใจให้คนต่างชาติได้ไม่ยาก

3) เล่นคุ้มราคา หมายถึง สนามในไทยมีค่าออกรอบ (กรีนฟี) ที่คุ้มค่าเทียบกับประเทศอื่น

ถูกกว่าคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มากพอสมควร ทำให้ไทยเป็นปลายทางยอดนิยมของคนจากสองประเทศนี้

หากรวมปัจจัยภายนอกเข้ามาด้วย การเลือกตีกอล์ฟที่ไทยยังมีข้อได้เปรียบประเทศอื่น

เช่น ปัจจัยสภาพอากาศ เพราะในไทยสามารถตีกอล์ฟได้ทั้งปี แม้จะมีอากาศร้อนบ้าง หรือมีหน้าฝนบ้าง

หากเป็นยุโรป และสหรัฐฯ มีปัญหาหนาวจัด หรือหิมะตก ต้องปิดสนามในฤดูหนาว

หรือจะปัจจัยด้านการท่องเที่ยวไทยก็มีส่วน เพราะถ้ามาไทยแล้วยังมีสถานที่อื่นให้เที่ยวได้อีกมากมาย เลือกได้หลายแบบในทริปเดียว

จาก 3 ข้อที่ว่ามานี้ น่าจะเพียงพอที่สามารถดึงดูดคนตีกอล์ฟจากทั่วโลกให้เดินทางมาตีที่สนามในไทย

แน่นอนว่ามีแม่เหล็กระดับนี้ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

เพราะคนกลุ่มตีกอล์ฟหมายถึงคนมีเงิน ซึ่งมีแนวโน้มพร้อมใช้จ่ายอยู่แล้ว

ข้อมูลจาก Market Reports World พบว่า

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อตีกอล์ฟมีค่าเฉลี่ยใช้จ่ายต่อคนต่อทริปอยู่ที่ 2,200 ดอลลาร์ เทียบกับนักท่องเที่ยวทั่วไปอยู่ที่ 1,450 ดอลลาร์

หรือคิดง่ายๆ คือ นักท่องเที่ยวตีกอล์ฟใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 50%

หากลงรายละเอียดถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมตีกอล์ฟ ก็มีอยู่หลายกลุ่ม

เริ่มจากกลุ่มโดยตรง “สนามกอล์ฟ” ซึ่งจะได้ตั้งแต่ค่ากรีนฟี และค่าบริการในคลับเฮาส์

มีหลายบริษัทในตลาดหุ้นที่มีธุรกิจสนามกอล์ฟ แต่ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญหรือส่วนหลักของพอร์ตฟอลิโอ

แต่จะพบว่ามีหุ้นตัวหนึ่งที่มีธุรกิจหลักเป็นสนามกอล์ฟ คือ CSR บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน)

บริษัทนี้เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟนวธานี อยู่แถวรามอินทรา

หากลองดูรายละเอียดในงบการเงินปี 2025 จะพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจ คือ 

รายได้ 211 ล้านบาท และกำไร 69 ล้านบาท เป็นอัตรากำไรสุทธิ 33%

เป็นตัวเลขที่พอจะบ่งบอกได้ว่าธุรกิจสนามกอล์ฟมีความสามารถในการทำกำไรได้พอสมควร

ต่อมาคือกลุ่ม “ผู้จัดทัวร์” ทั้งสำหรับนักกอล์ฟต่างชาติและไทย

ในไทยมีหลายบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น Golfasian, Abacus Golf Travel และ Siam PGA

อีกกลุ่มที่สำคัญที่จะข้ามไม่ได้ คือ “แคดดี้” ซึ่งคาดว่าในไทยมีอยู่ประมาณ 40,000 คน

แคดดี้ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นหนึ่งในจุดที่สร้างความประทับใจให้คนต่างชาติ และคนไทยหลายคนที่ชอบตีกอล์ฟ

หลายคนอาจไม่รู้ว่าแคดดี้เป็นหนึ่งในอาชีพสงวน มีกฎหมายห้ามต่างด้าวทำเหมือนกับหลายอาชีพ เช่น ไกด์ หมอนวดไทย และช่างตัดผม

สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะทางการต้องการสงวนงานนี้ไว้ให้คนไทย ซึ่งมาจากหลายเหตุผล เช่น 

ให้เป็นอาชีพรองรับสำหรับคนท้องถิ่น และกันเม็ดเงินให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจไทย เพราะอาชีพนี้ส่วนใหญ่ได้ทิปเป็นเงินสด

ในมุมของสนามกอล์ฟก็ต้องจ้างแคดดี้ไทย เพราะมีประโยชน์หลายทาง เช่น ความรู้พื้นที่สนาม และการสื่อสารกับนาย

บวกกับปัจจัยคนไทยมีนิสัยรักการบริการอยู่แล้ว ทำให้ข้อกฎหมายที่ปกป้องอาชีพนี้กลายมาเป็นหนึ่งในจุดแข็งทำให้ต่างชาติประทับใจ

การตีกอล์ฟที่ไทยจึงต่างกับที่อื่น มีคนตีกอล์ฟจากทั่วโลกเข้ามาถึงปีละ 1 ล้านคน

#MarketeerMoney #ตีกอล์ฟ

ข่าวล่าสุด

วันนี้    “วิสาขบูชาสากลโลก”  2569  พลวัตแห่งศรัทธาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประชาคมโลกต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงภูมิรัฐศาสตร์อันสลับซับซ้อนและวิถีทุนนิยมที่เร่งรัด วันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 ยิ่งทวีความสำคัญในฐานะหมุดหมายเชิงอุดมการณ์ที่เตือนใจให้มนุษยชาติหันกลับมาพิจารณาถึงความสงบภายในอันเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่แท้จริง

“A Spectacular Convergence of Faith and Culture: Wat Sarod Celebrates New Preceptor”

"Bangkok’s historic Wat Sarod, located in the Rat Burana District, is set to host an extraordinary cultural and religious milestone on May 30, 2026.

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำเวียตนาม เข้าเฝ้าฯ  มุ่งเจรจาการค้าพลิกฟื้น…เสถียรภาพอินโดจีน

ในวโรกาสอันเป็นนิมิตหมายอันดีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายโต เลิม และคณะผู้แทนเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์