หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินแฉเหตุทองคำหลั่งไหลสู่กัมพูชา เป็นการเก็บสมบัติสุดท้ายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

แฉเหตุทองคำหลั่งไหลสู่กัมพูชา เป็นการเก็บสมบัติสุดท้ายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

เผยแพร่

spot_img

สื่อจีนเปิดโปงเครือข่ายลักลอบทองคำที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลราวกับหนังอาชญากรรมข้ามชาติ—ทองคำแท่งนับสิบกิโลกรัมถูกซุกซ่อนในประตูโลหะผสมตะกั่วขนาดมหึมา ก่อนถูกลำเลียงออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ทุกเดือนเครือข่ายนี้สามารถส่งทองคำกว่า 30 กิโลกรัม กวาดกำไรสูงถึง 600 ล้านหยวน หรือราว 2,700 ล้านบาท

ในเวลาใกล้เคียงกันที่ชายแดนเวียดนาม–กัมพูชา เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบชายสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ท่าทางลุกลี้ลุกลน เมื่อถูกเรียกตรวจ ทั้งคู่ทิ้งรถพร้อมหีบห่อหนีหายไปในความมืด ทิ้งทองคำแท่งหนัก 18 กิโลกรัม …หลักฐานเงียบงันที่ยืนยันว่าเส้นทางทองคำเถื่อนกำลังพุ่งตรงสู่กัมพูชา

นักวิเคราะห์ระหว่างประเทศของจีนเตือนว่า การที่กัมพูชากักตุนทองคำมหาศาล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีปัจจัยซ่อนอยู่หลายประการ—ทั้ง ความกังวลต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐหลังนโยบายลดดอกเบี้ย และ ความไม่แน่

นอนของคริปโตเคอร์เรนซี อีกทั้งยังมีอีกเหตุผลที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่า: เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชากำลังตื่นตัว เพราะรับรู้ได้ว่าจีน สหรัฐฯ และนานาชาติกำลังเตรียมการเปิดฉากปราบปรามรอบใหม่ที่รุนแรงยิ่งขึ้น 

การแปลงดอลลาร์และคริปโตที่โกงมาเป็นทองคำแท่งจึงเป็น “การหนีตาย” ของเงินผิดกฎหมาย ก่อนพายุใหญ่จะถาโถม

เบื้องหลังการไหลทะลักของทองคำสู่กัมพูชา จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการลงทุน แต่เป็นสัญญาณของ ความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง และการเก็บสะสมสมบัติสุดท้ายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

#ข่าวต่างประเทศ #กัมพูชา #ทองคำ #จีน #คอลเซ็นเตอร์

ข่าวล่าสุด

แผ่นดินไหวเมียนมา เขย่าขวัญคนกรุงเทพ…  แต่ระบบรัฐ “เงียบสนิท” 

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ประเทศเมียนมาเมื่อวันก่อน ได้กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่อาจสะท้อนถึง “ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง” ในการสื่อสารความเสี่ยงของรัฐไทย

โพลสินบนสะเทือน 10 หน่วยงาน ?  ภาพสะท้อนเงา คอร์รัปชันไทย  ขาลง

ปรากฏการณ์ “โพลสินบนสะเทือนภาครัฐ” ที่คณะทำงาน Zero Corruption ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ

รัฐบาลเปิดทำเนียบฯ ถก 38 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ  ภาพสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งพิงทุนใหญ่

ครป. แถลงการณ์จี้เปิดเวทีฟังภาคประชาสังคม  ตีแผ่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อเสียงของกลุ่มทุนส่งผลต่อนโยบายรัฐมากกว่าเสียงของประชาชน และความท้าทายในการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล                                เหตุการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลเปิดห้องประชุมร่วมหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้แทนจาก 38 กลุ่มประเภทธุรกิจชั้นนำของประเทศ  กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลมักเน้นการรับฟังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทว่ากลับละเลยเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและกลุ่มแรงงานอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงไปถึงทัศนคติของคนในรัฐบาลต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า นโยบายสาธารณะของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน                              ชนวนเหตุของประเด็นข่าวในครั้งนี้...

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์