หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินGDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เผยแพร่

spot_img

 ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติทั่วไป ระบุว่าขนาดเศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ สำนักงานสถิติทั่วไปของเวียดนามคาดการณ์ว่าจีดีพีของประเทศ ไม่ว่าจะวัดในรูปแบบความเสมอภาคของอำนาจซื้อ (Purchasing Power Parity) หรือราคาปัจจุบัน จะมีขนาดแซงหน้าไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ผู้นำจากกรมสถิติ กระทรวงการคลังของเวียดนาม ให้สัมภาษณ์กับ Tuoi Tre Online ว่า จากการประเมิน ขนาดจีดีพีของเวียดนามเมื่อคำนวณตาม PPP จะอยู่ที่ประมาณ 1.885 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025

ขณะที่ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระบุว่า จีดีพีของไทยในรูปแบบ PPP จะอยู่ที่ประมาณ 1.881 ล้านล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน ดังนั้น ในแง่ของ PPP เศรษฐกิจเวียดนามกำลังเข้าใกล้และมีแนวโน้มแซงไทยประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

สำนักงานสถิติทั่วไปของเวียดนามได้จัดทำแบบจำลองคาดการณ์ โดยอิงจากสมมติฐานหลัก ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน PPP จะไม่เปลี่ยนแปลงมากในช่วงปี 2026–2030 และอิงตามแนวโน้มของ IMF

เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปีในช่วง 2026–2030

ค่าเงินดอง (VND) ต่อดอลลาร์สหรัฐ จะอ่อนค่าประมาณ 2% ในช่วงเวลาดังกล่าว จากสมมติฐานนี้ คาดว่าจีดีพีในแง่ PPP ของเวียดนามในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 2.099 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าไทยที่ประมาณ 1.964 ล้านล้านดอลลาร์ อยู่ราว 135 พันล้านดอลลาร์

 สำนักงานสถิติระบุว่า “เวียดนามมีโอกาสแซงและรักษาช่องว่างเหนือประเทศไทยในแง่ PPP ได้ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป” อย่างไรก็ตาม สำหรับจีดีพีตามราคาปัจจุบัน การแซงหน้าจะเกิดช้ากว่า เนื่องจากมีปัจจัยทั้งการเติบโต เงินเฟ้อ และอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง

จากการเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ของ IMF คาดว่าเวียดนามอาจแซงไทยในช่วงปี 2027–2030 หากสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตสูงในช่วงปี 2026–2030 ได้จริง จะช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวอย่างรวดเร็ว และยกระดับอันดับทั้งในด้าน PPP และจีดีพีตามราคาปัจจุบันในเวทีโลก

 ก่อนหน้านี้ IMF ยังเคยคาดการณ์ว่า ในปี 2026 เวียดนามจะกลายเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย

 30-4-2026

ที่มา https://www.vietnam.vn/en/quy-mo-gdp-cua-viet-nam-da-vuot-thai-lan-khoang-4-ti-usd

ข่าวล่าสุด

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์

เงินบาทไทยร่วงหนักสุดในเอเชีย จากวิกฤตราคาน้ำมัน  

เงินบาทกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชีย นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้น และยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อจากแรงกดดันราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น