หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน "ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม" กับ "ความต้องการรักษาเสถียรภาพ"

 “ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม” กับ “ความต้องการรักษาเสถียรภาพ”

เผยแพร่

spot_img

พี่น้องครับ ผลคะแนนที่ไม่เป็นทางการในคืนนี้สะท้อนภาพการต่อสู้ที่มากกว่าแค่การแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส. แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง “ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม” กับ “ความต้องการรักษาเสถียรภาพ” ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมีนัยสำคัญที่นักสังเกตการณ์อย่างเรามองข้ามไม่ได้ครับ

1. #พรรคประชาชน: เมื่อ ‘อุดมการณ์ปฏิรูป’ ปะทะ ‘กำแพงกองทัพ’

เราต้องยอมรับว่าพรรคประชาชนมาด้วยความตั้งใจที่จะ “ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ” อย่างขุดรากถอนโคน ทั้งการกระจายอำนาจ การทลายทุนผูกขาด และการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน แต่ในมิติของความมั่นคง จุดนี้กลับกลายเป็นดาบสองคม

 * จุดตายที่ถูกใช้ทำลาย: ความพยายามปฏิรูปโครงสร้างถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาบิดให้กลายเป็นการ “ด้อยค่าทหาร” และการประกาศ “ตัดงบกองทัพ” อย่างสุดโต่ง กลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเองในพื้นที่ยุทธศาสตร์

 * ผลลัพธ์: สำหรับโหวตเตอร์สายอนุรักษ์นิยมและกำลังพลชั้นผู้น้อย การปฏิรูปโครงสร้างถูกตีความว่าเป็นความเสี่ยงต่ออธิปไตยและสวัสดิการ ทำให้ “กระแสส้ม” ไม่สามารถทะลวงเข้าไปในเขตทหารและพื้นที่ชายแดนได้เท่าที่ควร

2. #เพื่อไทย: วิกฤตศรัทธาจาก “คลิปเสียงอังเคิล”

ในขณะที่พรรคประชาชนสู้ด้วยอุดมการณ์ แต่เพื่อไทยกลับต้องพ่ายแพ้ต่อภาพลักษณ์การเป็น “นอมินี” เมื่อมี “คลิปเสียงอังเคิล” หลุดออกมาตอกย้ำการดีลลับหลังประชาชน ทำให้ฐานเสียงที่เคยเชื่อมั่นในความเป็นประชาธิปไตยรับไม่ได้และเทคะแนนออกไปหาพรรคที่ “ชัดเจน” กว่า

3. #ภูมิใจไทย: ผู้คุมเกม “ความมั่นคงที่จับต้องได้”

สวนทางกับสองพรรคแรก ภูมิใจไทยกวาดคะแนนจากความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม

 * ยึดคืนพื้นที่ทางการทหาร: ผลงานการทวงคืนพื้นที่ทับซ้อนและอธิปไตยชายแดนอย่างเด็ดขาด คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าความมั่นคงในแบบของพวกเขา “กินได้” และ “พึ่งพาได้”

 * ซื้อใจกำลังพล: การส่งเสริมสวัสดิการทหารอาสาและดูแลครอบครัวกำลังพลอย่างเป็นระบบ ทำให้ภูมิใจไทยกลายเป็น “ป้อมปราการ” ของคนที่ต้องการเห็นความมั่นคงที่เดินไปพร้อมกับผลประโยชน์ของชาติ

การเลือกตั้ง 69 สอนให้รู้ว่า “การปฏิรูปโครงสร้าง” จะสำเร็จได้ต้องอาศัยการประนีประนอมกับคนทำงานภาคสนาม (ทหารและข้าราชการ) หากประกาศตัวเป็นศัตรูกับโครงสร้างโดยไม่สร้างความมั่นใจให้กำลังพล คุณจะพบกับแรงต้านที่ยากจะก้าวข้าม

ในคืนนี้ ภูมิใจไทยจึงเป็นผู้ชนะที่รู้จัก “บริหารอำนาจและความรู้สึก” ได้ดีที่สุด ขณะที่พรรคประชาชนต้องกลับไปทำการบ้านว่า จะปฏิรูปโครงสร้างอย่างไร… โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะคนที่ถือปืนปกป้องรั้วของชาติ!

#เลือกตั้ง69 #ปฏิรูปโครงสร้าง #ความมั่นคงชายแดน #วิเคราะห์การเมือง #พีระชาติอินตา

ข่าวล่าสุด

เกาหลีใต้ปูพรมแบน “4 จังหวัดอีสาน” บีบไทยล้างบาง “ผีน้อย”

มาตรการลงโทษทางภูมิศาสตร์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่สั่งระงับวีซ่าเกษตรตามฤดูกาล (E-8) จาก 4 จังหวัดใหญ่ภาคอีสาน (อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม)

“ทิ้งซิม” เท่ากับ“ทิ้งเงิน” ..พันล้านที่ถูกกลืนเงียบในระบบเติมเงินไทย

2569-07-14 INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 “เบอร์“เป็นของรัฐ ”วัน“เป็นของระบบ แต่ ”เงิน“ ต้องเป็นของประชาชน                            ท่ามกลางยุคสมัยที่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยความเร็วแสงและการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ทว่ากลับมี “หลุมดำ” ขนาดใหญ่ที่ถูกมองข้ามมานานหลายทศวรรษ...

เชียงใหม่,กรุงเทพ ฯ ติด “เมืองงามอันดับโลก”  ภาพสะท้อนเบื้องหลังยังสอบตกผุกร่อนด้วยทุนเทา-สแกมเมอร์

Travel + Leisure ประกาศให้ "เชียงใหม่" คว้าอันดับ 3 และ "กรุงเทพมหานคร" ติดอันดับ 6 เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2569 คือยากระตุ้นหัวใจชั้นดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

อิจฉา…“คนรวย”  และ สงสาร…”คนจน”   มายาคติบน “กระดานเอียง..” ที่ไร้กติกา

“คนราย” กับ “คนจน” ปมปัญหาที่แท้จริงหาใช่เรื่องของบุญวาสนาหรือความเกียจคร้านไม่ แต่คือ “ความอยุติธรรมของกติกาเชิงโครงสร้าง” ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ขัดขวางการขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility)

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...