หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน“พายเรือให้หนูนั่งนายกฯ” โดย “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์”

“พายเรือให้หนูนั่งนายกฯ” โดย “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์”

เผยแพร่

spot_img

อนุทินอยากเป็นนายกฯ มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จึงย่อมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ 

แต่ด้วยเงื่อนไขของพรรคประชาชนที่เสนอให้เวลา 4 เดือนแล้วยุบสภา 

ภายใน 4 เดือน นายอนุทินจะไปแก้ไขปัญหาประเทศอะไรได้? 

แต่จะเป็นการพลิกเกมเรื่องปัญหาของตัวเอง ที่มีสำนวนคดีกองไว้เต็มโต๊ะของ DSI และ กกต. ล้วนเป็นคำถามที่ประชาชนอดสงสัยไม่ได้

คดีสำคัญๆ ทั้งนั้น เหมือนภูเขาไฟรอระเบิด

การรับข้อเสนอของนายอนุทินเพียงแค่ต้องการอำนาจ และใช้มนต์เป่าคดีที่อีนุงตุงนังให้หายไป ทั้งเรื่องเขากระโดง และฮั้ว ส.ว.

ทุกๆ เรื่องเป็นสิ่งที่นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะอ้างว่า “ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ“ ไม่ได้ เพราะบางเรื่อง DSI ได้แจ้งข้อกล่าวหานายอนุทินด้วย

พรรคประชาชนต้องตระหนักว่า การโหวตให้นายอนุทินประเทศชาติจะได้ประโยชน์ใด?

ที่ว่า “อยู่แค่ 4 เดือน” เอาอะไรไปคิด มีข้ออ้างสารพันที่จะต้องอยู่สะสางต่อ จะไปยุบยังไง?

ต้องเสียสัตย์เพื่อชาติ

พรรคประชาชนอย่าเสียเหลี่ยมคูการเมืองไปอีกเป็นรอบสอง 

การเมืองของพรรคประชาชนเป็นการเมืองใหม่ ต่างจาก DNA ลีลาของพรรคภูมิใจไทยอยู่มากโข

ที่เห็นมาก็มีทั้งงูเห่า มีทั้งกล้วย มีทั้งพวกหักหลัง มีทั้งนอมินี 

แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเสนอเข้าสภาต้องผ่าน ส.ว. ก็โดนคว่ำอยู่ดี

ส.ว. ของใคร?

พรรคประชาชนจะทำอะไรได้?

นี่มันเป็นการที่พรรคประชาชนเชื้อเชิญให้บรรดานักการเมืองลีลาดึกดำบรรพ์ทั้งหลายขนกล้วยเสบียงกรังขึ้นบนเรือที่ตัวเองเป็นคนพายแท้ๆ 

อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมพรรคประชาชนจะไป “อินโนเซนท์“ ได้ขนาดนั้น?

หรือมี ”ดีลฮั้ว“ อะไรที่อยู่เบื้องหลัง?

เหลี่ยมนักการเมืองร้อยแปดเล่มเกวียน ลีลาการเมืองของแท้ ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากไปตายเอาดาบหน้า 

เงื่อนไขอะไรก็รับกันหมด ทั้งภูมิใจไทย และเพื่อไทย เพราะอยากเป็นนายกฯ

แต่พรรคประชาชนจะเลือกใคร? 

หรือจะตกเป็นเครื่องมืออีกครั้ง?

โดยครั้งนี้จะมีผลถึงคะแนนเสียงในเมืองจากการเลือกตั้งอันใกล้นี้ 

คะแนนของพรรคจะตกต่ำกว่าเดิม หากตัดสินใจผิดในครั้งนี้

จะพังเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยพังมาแล้วในอดีต 

ยุบสภา ล้างไพ่ใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน คือเงื่อนไขเดียวที่พรรคประชาชนนำเสนอตามที่เคยบอกไว้ 

ล่าสุด พรรคกล้าธรรมทิ้งเพื่อไทยไปซบภูมิใจไทยเรียบร้อย 

ได้กระทรวงมหาดไทยมาแลก เลียนแบบภูมิใจไทยในอดีต

เป็นพรรคกล้าหัก หักลุงตู่ หักลุงป้อม หักทักษิณ หักดะไม่ไว้หน้าใคร

แบบนี้ใช่การเมืองใหม่ที่พรรคประชาชนต้องการหรือ?

อย่ามั่นใจเกินไป ว่าการพายเรือให้บรรดานักการเมืองเขี้ยวลากทั้งหลายนั่ง จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่แว้งมากัดคนพายเมื่อถึงฝั่ง

มันไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง

ข่าวล่าสุด

“ไทยแลนด์” แดนแห่งความหลากหลาย พหุวัฒนธรรม

 ท่ามกลางคลื่นความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ที่สั่นคลอนเสถียรภาพความมั่นคงในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยกลับโดดเด่นในฐานะสังคมพหุวัฒนธรรมที่ร้อยเรียงผู้คนกว่า 6 ล้านคนเศษ เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

“ดินเนอร์-ครุยส์”เจ้าพระยา จะเป็น “ตลาดสดลอยน้ำ” ไหม ?

เมื่อเรือท่องเที่ยวเติบโตจากธุรกิจรายลำ สู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวบนแม่น้ำ ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่จำนวนผู้โดยสาร แต่คือการจัดระเบียบความปลอดภัย ท่าเทียบเรือ เสียง และคุณภาพของเจ้าพระยาในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก

รัฐล็อกประตูห้ามอาวุธปืน 100% …จะรอดไหม ?

สังคมไทยต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญครั้งประวัติศาสตร์เมื่อสัปดาห์ก่อน จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่นักเรียนใช้อาวุธปืนยิง ปู่ ย่า ครูในโรงเรียน และเพื่อนนักเรียนเสียชีวิตรวมถึง 9 ศพ

เรื่องสั้น   “ศิลาเทวาลัย”| ชัยทัศน์

“มันต้องเป็นของผม” เสียงนั้นไม่ได้ออกจากปาก แต่มันก้องสะท้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเข็มนาฬิกาที่เดินอยู่ในห้องที่เงียบสงัด “ศิลาเทวาลัย”

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...