วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เผยแพร่

spot_img

แต่ต้องกลับไปเจรจาตามMOU2543 

ข้อตกลงหยุดยิง 16 ข้อ ไทย–กัมพูชา ต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนว่า ไม่ใช่ข้อตกลงเรื่องการได้–เสียอธิปไตย และไม่ใช่หลักฐานว่า ใครยึดพื้นที่ได้ตรงไหนแล้วจะครอบครองตรงนั้น ข้อตกลงนี้เป็นเพียงการ “หยุดการใช้กำลัง” เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายเท่านั้น โดยข้อ 3 ระบุชัดว่า ข้อตกลงหยุดยิง ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศ และทุกอย่างต้องถูกส่งกลับไปเจรจาในกลไกเดิม

ข้อ 4 ของข้อตกลงยิ่งตอกย้ำว่า พื้นที่ชายแดนไม่ใช่สนามยึดครองถาวร เพราะเปิดทางให้ พลเรือนกลับไปอยู่บ้านและทำมาหากินได้ตามปกติ หมายความว่า การคงกำลังทหารในจุดที่ยึดไว้ เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวด้านความมั่นคง ไม่ใช่การยืนยันสิทธิในดินแดน และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในอนาคตได้

หัวใจจริงของเรื่องอยู่ที่ว่า สุดท้ายทุกอย่างต้องกลับไปที่ MOU 2543 ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาเขตแดนที่ไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกัน และ MOU ฉบับนี้ ยึดโยงกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นฐานอ้างอิงในการทำงานของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ไม่ใช่แผนที่ทางทหารมาตราส่วน 1:50,000 ที่ใช้ในสนามรบ

นี่คือจุดที่หลายคนอาจไม่อยากยอมรับความจริงว่า ต่อให้ทหารไทยยึดพื้นที่ได้ในภาคสนามจากแผนที่ 1:50,000 แต่เมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาตาม MOU 2543 พื้นที่เหล่านั้นอาจไม่มีน้ำหนักทางกฎหมายเลย เพราะกรอบการปักปันเขตแดนสุดท้ายต้องอิงแผนที่ 1:200,000 ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ตามเส้นที่ได้จากการรบ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะ ฮุน มาเนต จะออกมาโพสต์ในทำนองว่า การหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใด ๆ เพราะในเชิงกฎหมาย เกมจะถูกดึงกลับไปที่ MOU 2543 และแผนที่ 1:200,000 ซึ่งเป็นสนามที่กัมพูชามั่นใจมากกว่า

สรุปสั้น ๆ คือ ข้อตกลงหยุดยิงไม่ใช่ชัยชนะเชิงอธิปไตย ไม่ใช่การ “ยึดได้คือได้” พลเรือนกลับบ้านได้ แต่เขตแดนสุดท้ายยังต้องตัดสินกันใหม่บนโต๊ะเจรจา และถ้าไทยยังต้องเดินตามกรอบ MOU 2543 จริง ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ได้จากสนามรบ อาจไม่ถูกนับในสมการสุดท้ายเลยก็ได้ แล้วที่แลกด้วยชีวิตทหารที่ต่อสู้ตามแผนที่ 1:50,000 ก็เหมือนไม่ได้อะไรกลับมา

โดย Surawich Verawan

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

วันนี้ฟังผู้บริหารรุ่นใหม่ของ ”มาม่า“ พูดถึงวิธีคิดในการทำธุรกิจแบบ ”เฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข“ 

ในอดีตสโลแกนโฆษณาของ “มาม่า” ที่เราคุ้นเคย คือ ”มาม่า…อร่อย“ แต่ฟังวันนี้แล้วอยากเปลี่ยนสโลแกนใหม่ให้ ”มาม่า“ ”มาม่า…หล่อ“

คำตอบสุดท้าย…ไปดีกว่า   กุลยา  ตันติเตมิท ปิดสวิตซ์ชีวิตข้าราชการ

หนังสือลาออกจากราชการ ที่ส่งถึงมือลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง อุปมาเหมือนลูกศร ที่ถูกปล่อยสู่เป้าหมาย และบรรลุเป้าเรียบร้อย ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง รับรู้แล้ว!!!

สัญญาณเตือนครั้งใหญ่: เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุค ‘ข้าวยากหมากแพง’ และเงินของคุณอาจเอาไม่อยู่

ในวันที่ข่าวสงครามสะเทือนทั้งโลก ราคาน้ำมันขยับขึ้นไม่หยุด และค่าครองชีพเริ่มกัดกินชีวิตประจำวันของผู้คน คำถามที่ดังขึ้นเงียบ ๆ ในใจของใครหลายคนคือ “เงินที่เรามี…จะพอให้รอดในโลกแบบนี้หรือไม่ ?”