วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมือง'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

เผยแพร่

spot_img

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2569  ที่อาคารศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

คำร้องที่กลุ่มสว.ในฐานะผู้ร้องเห็นว่านายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวี ผู้ถูกร้องทั้งสองคน สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยนายภูมิธรรม เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ดดีเอสไอ) และพ.ต.อ.ทวี เป็นรมว.ยุติธรรม เป็นรองประธานบอร์ดดีเอสไอและกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการการกระทำในลักษณะการแทรกแชงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำ สว. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม

กลุ่มสว.ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง ประกอบด้วย นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ได้กระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองสิ้นสุดไปก่อนแล้ว

โดยให้เหตุผลว่า เป็นการตรวจสอบเรื่องที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับการสรรหา สว.ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งเป็นคดีพิเศษ อีกทั้งการตั้งเป็นคดีพิเศษ เนื่องจาก กกต.แจ้งว่าไม่สามารถสอบสวนคดีอาญาอื่นได้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงอนุมัติให้สอบสวน

หลังจากนั้นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงทำหนังสือแจ้งเลขาธิการ กกต. ไม่มีเหตุว่า ผู้ถูกร้องทั้งคู่เข้าไปแทรกแซงให้ดีเอสไอรับทำคดี และกำหนดประเด็นแค่คดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

อีกทั้งในการประชุมและกำหนดวาระประชุม ก็เป็นอำนาจอธิบดีดีเอสไอนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม เข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ คณะกรรมการพิจารณาแค่วันและเวลาการประชุม ไม่ปรากฎว่าผู้ถูกร้องทั้งสอง สั่งให้บรรจุวาระสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ หรือข่มขู่ ก้าวก่ายกรรมการคดีพิเศษอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

จับพุง สยบข่าว!

“บิ๊กเกรียง” ลงเครื่อง เดินเข้าจับเอว ทักทาย ให้กำลังใจ “แม่ทัพยูร” ที่กำลังถูกต่อต้านในพื้นที่ สยบกระแสข่าว คนละขั้ว ชายแดนใต้

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ