วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายในสหรัฐฯ นักกฎหมายชี้อาจไร้อำนาจรองรับ

ทรัมป์เซ็นคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายในสหรัฐฯ นักกฎหมายชี้อาจไร้อำนาจรองรับ

เผยแพร่

spot_img

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.ย. เพื่อประกาศขึ้นบัญชีกลุ่ม “แอนติฟา” (Antifa) เป็น “องค์กรก่อการร้ายในประเทศ” อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายฝ่ายชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวอาจไม่มีอำนาจทางกฎหมายรองรับ

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวระบุว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ พูดถูกแล้ว ปัญหาความรุนแรงมาจากฝ่ายซ้าย จึงประกาศให้แอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายในประเทศ เพราะกลุ่มนี้คือเครือข่ายหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายที่ใช้ความรุนแรงและการปลุกปั่นเพื่อล้มล้างรัฐบาล”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทำเนียบขาวยกตัวอย่างพฤติกรรมของแอนติฟาที่เข้าข่าย “สร้างความหวาดกลัวต่อสังคม” มานาน เช่น การโจมตีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการทำร้ายผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมและผู้สนับสนุนทรัมป์

 คำสั่งฝ่ายบริหารยังมอบอำนาจให้หน่วยงานรัฐบาลกลาง “สืบสวน ขัดขวาง และรื้อถอนปฏิบัติการผิดกฎหมาย” ของแอนติฟา พร้อมทั้งให้ดำเนินคดีกับผู้ที่สนับสนุนเงินทุนกิจกรรมของกลุ่มด้วย

ทำเนียบขาวกล่าวหาว่า “ความน่าสะพรึงกลัวของแอนติฟาเป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงจากฝ่ายซ้ายจัดที่ลุกลามในสหรัฐฯ มานานหลายปี โดยมีต้นตอมาจากการโจมตีพรรครีพับลิกันอย่างต่อเนื่องโดยนักการเมืองเดโมแครต องค์กรฝ่ายซ้าย และสื่อที่เป็นพันธมิตร” พร้อมทั้งอ้างถึงกรณี ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เสียชีวิตจากการโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายฝ่ายซ้าย

แมรี แมคคอร์ด อดีตรักษาการหัวหน้าแผนกความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ให้ความเห็นผ่าน เดอะนิวยอร์กไทมส์ (NYT) ว่า “ตามกฎหมายแล้ว รัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะประกาศให้กลุ่มเคลื่อนไหวภายในประเทศเป็นองค์กรก่อการร้าย” และยังย้ำว่าแอนติฟาเป็นเพียงอุดมการณ์มากกว่าจะเป็นองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน

เดอะวอชิงตันโพสต์ รายงานในทิศทางเดียวกันว่า สหรัฐฯ ไม่มีกฎหมายรองรับการขึ้นบัญชีกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ พร้อมชี้ว่าผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ารัฐบาลอาจใช้คำสั่งนี้เป็นเครื่องมือกดดันหรือปราบปรามกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายในภาพรวม

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 ทรัมป์เคยประกาศว่าจะขึ้นบัญชีแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้าย เพื่อตอบโต้การประท้วงกรณีการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

การลงนามคำสั่งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองสหรัฐฯ ที่ร้อนแรง หลังการเสียชีวิตของชาร์ลี เคิร์ก จุดกระแสถกเถียงเรื่องความรุนแรงทางการเมืองอีกครั้ง โดยทรัมป์ยืนยันว่า “ความรุนแรงส่วนใหญ่มาจากฝ่ายซ้าย” และตอบโต้ข้อกล่าวหาของพรรคเดโมแครตที่ชี้ว่า ความรุนแรงเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย

Antifa   เป็นปรัชญาการเมืองต่อต้านฟาสซิสต์และต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ เป็นฝ่ายซ้าย บางครั้งจะอธิบายว่าเป็น กลุ่มอิสระที่ต้องการกระจายในสหรัฐอเมริกา

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

สหรัฐฯ พิจารณาข้อตกลงมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ แลกยูเรเนียมกับอิหร่าน 

สหรัฐฯ อาจปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้จำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ