Al Jazeera รายงานว่า การปลด จอห์น ฟีแลน (John Phelan) ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีทบวงทหารเรือสหรัฐฯ (US Navy Secretary) โดย พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในระลอกการไล่ออกผู้นำระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯ ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่อประเทศอิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่
การสั่งปลด จอห์น ฟีแลน ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างกองทัพอเมริกันครั้งใหญ่ในช่วงสงครามกับอิหร่านซึ่งย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 โดยเพนตากอน ระบุว่า ฟีแลนจะพ้นจากตำแหน่งในทันที
“ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามและรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม เราขอขอบคุณรัฐมนตรีฟีแลนสำหรับการรับใช้หน่วยงานและกองทัพเรือสหรัฐฯ” ฌอน พาร์เนลล์ (Sean Parnell) โฆษกหลักของเพนตากอนกล่าว “เราขออวยพรให้เขาโชคดีในเส้นทางอนาคต”
การสั่งปลดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤตที่กองกำลังทางเรือของสหรัฐฯ กำลังบังคับใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือและเรือของอิหร่าน รวมถึงการคงกำลังอย่างหนาแน่นรอบช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของโลกในช่วงยามปกติ
แม้เพนตากอนจะไม่ได้ระบุเหตุผลอย่างเป็นทางการสำหรับการสั่งปลด แต่รายงานระบุว่าการตัดสินใจนี้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทภายใน รวมถึงความตึงเครียดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีท เฮกเซธ ซึ่งการนำ ฟีแลน ออกจากตำแหน่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการไล่ออกและการปรับโครงสร้างวงกว้างภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงในช่วงสงครามปัจจุบัน
จอห์น ฟีแลน คือใคร?
ในฐานะเจ้าหน้าที่พลเรือนสูงสุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ฟีแลน มีหน้าที่รับผิดชอบหลากหลาย รวมถึงการกำกับดูแลการสรรหาบุคลากร การระดมพลและการจัดระเบียบ ตลอดจนการสร้างและซ่อมแซมเรือและอุปกรณ์ทางทหาร เขาได้รับแต่งตั้งในปี 2024 ในฐานะพันธมิตรทางการเมืองของ ทรัมป์ แม้จะไม่มีประสบการณ์ด้านการทหารหรือการเป็นผู้นำด้านการป้องกันประเทศมาก่อนก็ตาม
ก่อนเข้าสู่รัฐบาล ฟีแลน เป็นนักธุรกิจและผู้บริหารด้านการลงทุน รวมถึงเป็นผู้บริจาคและผู้ระดมทุนรายใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นภูมิหลังที่พบได้ทั่วไปในหมู่ผู้ได้รับแต่งตั้งและที่ปรึกษาของ ทรัมป์ เช่นเดียวกับผู้แทนเจรจาทางการทูตระดับสูงสองคนของประธานาธิบดี คือ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีประสบการณ์ทางการทูตมาก่อน และ เจเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ลูกเขยของ ทรัมป์
ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ วาระการดำรงตำแหน่งของ ฟีแลน กลายเป็นประเด็นขัดแย้งอย่างรวดเร็ว เขาเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าดำเนินการปฏิรูปการต่อเรือช้าเกินไป และมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับบุคคลสำคัญในเพนตากอน รวมถึง เฮกเซธ และรองของเขา สตีฟ ไฟน์เบิร์ก (Steve Feinberg)
นอกจากนี้ มีรายงานว่า ฟีแลน กำลังถูกตรวจสอบด้านจริยธรรม ซึ่งอาจทำให้สถานะของเขาในรัฐบาลอ่อนแอลง
ฮุง เคา (Hung Cao) ปลัดทบวงทหารเรือ มีรายงานว่ามีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับ ฟีแลน เช่นกัน ได้ก้าวขึ้นมารักษากาลในตำแหน่งรัฐมนตรี โดย ฮุง เคา วัย 54 ปี เป็นทหารผ่านศึกกองทัพเรือที่มีประสบการณ์ 25 ปี และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรครีพับลิกันในปี 2022 และ 2024 ตามลำดับ แต่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งสองครั้ง
ทางพรรคเดโมแครต วิจารณ์การปลด ฟีแลนว่าเป็นเรื่อง “ที่น่ากังวล” วุฒิสมาชิก แจ็ค รี้ด (Jack Reed) ประธานคณะกรรมาธิการด้านอาวุธของวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตระบุว่า “ผมกังวลว่านี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความไม่มั่นคงและความผิดปกติที่กลายเป็นนิยามของกระทรวงกลาโหมภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ และรัฐมนตรีเฮกเซธ”
ใครอีกบ้างที่ถูกรัฐบาลทรัมป์สั่งปลดตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น?
การปลด ฟีแลน เป็นรายล่าสุดในชุดการปลดผู้นำทหารระดับสูงที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน หนึ่งในการสั่งปลดที่โดดเด่นที่สุดคือ พลเอกแรนดี เอ. จอร์จ (General Randy A. George) ประธานคณะเสนาธิการทหารบก ในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ซึ่งเขาได้รับการแต่งตั้งในปี 2023 ภายใต้อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน
นอกจากนี้ มีรายงานว่าเฮกเซทยังได้สั่งปลดหัวหน้าหน่วยบัญชาการปรับปรุงและฝึกอบรมกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกองทัพให้ทันสมัย รวมถึงหัวหน้าบาทหลวงของกองทัพบกด้วย ทว่าเพนตากอนยังไม่ได้ยืนยันการปลดเหล่านี้
ทำไมการปลด ฟีแลน จึงมีความสำคัญ?
การปลดชายวัย 62 ปีผู้นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงเปราะบาง ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางเรือเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้น กองทัพเรือเป็นหัวใจสำคัญในการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมพอร์ตของอิหร่านตามนโยบายของทรัมป์ เพื่อจำกัดการส่งออกน้ำมันและกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะราน ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะปิดฉากสงครามซึ่งไม่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวอเมริกันจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทรัมป์ ยินดีที่จะยุติการปิดล้อมหรือการปฏิบัติการทางเรืออื่นๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากความตึงเครียดได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เข้ายึดเรือคอนเทนเนอร์ของอิหร่าน โดยอ้างว่าเรือดังกล่าวพยายามแล่นจากทะเลอาหรับผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังพอร์ต บันดาร์ อับบาส (Bandar Abbas) ของอิหร่าน
ทางด้านเตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการระบุว่าการโจมตีและปล้นเรือครั้งนี้เป็นการกระทำของ “โจรสลัด” (Piracy) และตั้งแต่นั้นมาอิหร่านก็ได้บุกยึดเรือสินค้าสองลำและยิงถล่มเรืออีกหนึ่งลำเพื่อเป็นการตอบโต้
—
IMCT NEWS 24-04-2026



