หน้าแรกข่าวรอบโลกสหรัฐฯ ส่งเรือรบประเดิมฐานทัพเรียม! วัดใจกัมพูชา 

สหรัฐฯ ส่งเรือรบประเดิมฐานทัพเรียม! วัดใจกัมพูชา 

เผยแพร่

spot_img

พิสูจน์ปม ‘ฐานทัพลับจีน’ หรือแค่การทูตจัดฉาก

SCMP รายงานว่า การมาเยือนของเรือรบสหรัฐฯ ณ ท่าเรือกัมพูชาซึ่งก่อสร้างด้วยการสนับสนุนหลักจากจีนตอกย้ำถึงการดำเนินนโยบายสร้างสมดุลระหว่างมหาอำนาจของรัฐบาลพนมเปญ อย่างไรก็ตาม เหล่านักสังเกตการณ์ระบุว่าความกังวลของอเมริกาที่มีต่อการที่ปักกิ่งเข้ามามีอิทธิพลเหนือสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ดังกล่าวยังคงไม่จางหายไป

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เรือ USS Cincinnati เดินทางมาถึงฐานทัพเรือเรียม (Ream Naval Base) เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม โดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกองกำลังกัมพูชาและสหรัฐฯ ก่อนจะเดินทางออกจากจังหวัดพระสีหนุเมื่อวันพุธที่ 4กุมภาพันธ์

เรือรบชายฝั่งลำนี้ถือเป็นเรือรบอเมริกันลำแรกที่เข้าจอดเทียบท่า ณ ฐานทัพแห่งนี้นับตั้งแต่การขยายพื้นที่เสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2025 และเป็นเรือลำแรกของสหรัฐฯ ที่มาเยือนราชอาณาจักรกัมพูชานับตั้งแต่เรือ USS Savannah ได้แวะจอดที่ท่าเรืออิสระสีหนุวิลล์เมื่อเดือนธันวาคม 2024

ฐานทัพเรือเรียมได้รับการสนับสนุนงบประมาณมหาศาลและการขยายพื้นที่จากปักกิ่งมาตั้งแต่ปี 2022 โดยได้รับการปรับโฉมเพื่อรองรับเรือรบขนาดใหญ่และทันสมัย รวมถึงการยกระดับที่สำคัญ เช่น ท่าเทียบเรือน้ำลึกความยาว 300 เมตร (980 ฟุต), อู่แห้งขนาด 5,000 ตัน และศูนย์โลจิสติกส์และการฝึกอบรมร่วม

การยกระดับดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าฐานทัพเรียมกำลังกลายเป็นฐานที่มั่นถาวรของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (Chinese People’s Liberation Army) ซึ่งคล้ายกับฐานทัพในประเทศจิบูตี (Djibouti) โดยพบว่าเรือคอร์เวต (Corvettes) ของกองทัพเรือจีนได้คงการประจำการแบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเกือบตลอดเวลา ณ ฐานทัพแห่งนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023

 แม้พนมเปญจะยอมรับว่าได้รับเงินทุนจากจีนในการยกระดับพื้นที่ แต่ยืนยันว่าฐานทัพแห่งนี้เปิดกว้างสำหรับเรือจากทุกประเทศ นอกเหนือจากการมาเยือนเป็นเวลา 5 วันของเรือ USS Cincinnati แล้ว ยังมีเรือ 2ลำจากกองกำลังป้องกันตนเองทางเรือของญี่ปุ่น ได้แก่เรือ Bungo และ Etazima ที่มาเยือนฐานทัพเรียมเมื่อเดือนเมษายน 2025  ตามมาด้วยเรือจากกองทัพเรือเวียดนามในเวลาต่อมา

อับดุล ราห์มาน ยาขอบ (Abdul Rahman Yaacob) นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันคลังสมองอิสระ Verve Research ระบุว่าการมาเยือนเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยขจัดความกังวลของสหรัฐฯ ได้ง่ายนัก โดยหนึ่งในข้อสงสัยท่ามกลางหน่วยข่าวกรองทางทหารในภูมิภาค รวมถึงอเมริกา คือจีนกำลังใช้ฐานทัพเรียมเป็น “ศูนย์รวบรวมข่าวกรอง” (intelligence collation centre) ซึ่งสามารถตรวจสอบกิจกรรมทางทะเลในอ่าวไทยและน่านฟ้าในส่วนทางใต้ของเวียดนามได้

 โซพัล เอีย (Sophal Ear) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา (Arizona State University) ระบุว่าการอนุญาตให้เรือรบสหรัฐฯ จอดที่ฐานทัพเรียม พนมเปญต้องการ “โต้แย้ง” ข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นสถานที่เฉพาะสำหรับจีนเท่านั้น “แต่การเข้าถึงเชิงสัญลักษณ์ไม่เหมือนกับการมีความโปร่งใสเชิงโครงสร้าง” เขากล่าว พร้อมชี้ว่าการยกระดับ การให้เงินทุน และการควบคุมทางเทคนิคของฐานทัพยังคงเป็นของจีนอย่างล้นหลาม

ทางด้านวอชิงตันยังคงรักษาจุดยืนว่าคำถามสำคัญไม่ใช่เรื่องของการมาเยือนเป็นครั้งคราว แต่เป็นเรื่องที่ว่าใครสามารถปฏิบัติการที่นั่นได้เป็นประจำ ใครเป็นผู้ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานในการสั่งการและควบคุม และการเข้าถึงนั้นได้รับการรับประกันหรือไม่ หรือเป็นเพียงการอนุญาตเฉพาะกิจเป็นรายครั้งไป

 ชานริท งิน (Chanrith Ngin) นักวิชาการกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยอ๊อคแลนด์ (University of Auckland) ในนิวซีแลนด์ กล่าวว่ากัมพูชาใช้การเยือนครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึง “การสร้างความหลากหลายในนโยบายต่างประเทศ เพื่อสื่อสารถือภาพลักษณ์ว่าตนไม่ได้อยู่ในวงโคจรของจีน” แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถขจัดความกังวลที่ว่าปักกิ่งถือ “อภิสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานทัพเมื่อจำเป็น” โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการที่จีนให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ เช่น การบริจาคเรือรบที่ทันสมัยอย่างเรือคอร์เวต Type 056C และการฝึกซ้อมรบร่วมกัน

 งิน (Ngin) ยังระบุอีกว่า การมาเยือนของเรือรบสหรัฐฯ และการฟื้นฟูความร่วมมือทางทหารแบบทวิภาคีเป็นส่วนหนึ่งของ “ข้อตกลง”  กับวอชิงตัน สำหรับบทบาทของสหรัฐฯ ในการช่วยรักษาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย 

ระหว่างการเยือน พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร (Samuel Paparo) ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ เข้าพบกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และเตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีกลาโหม  เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางทหารระหว่างกัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะรื้อฟื้นการฝึกทางทหารร่วม “Angkor Sentinel” ประจำปี ซึ่งถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2017

ในสัปดาห์นี้ ฮุน มาเนต ระบุว่าประเทศของเขาได้รับคำเชิญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง “คณะกรรมการเพื่อสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งเป็นโครงการทางการทูตที่มุ่งส่งเสริมการรักษาสันติภาพในฉนวนกาซา โดยกัมพูชาจะเข้าร่วมในวาระ 3 ปี ซึ่งไม่มีภาระผูกพันทางการเงิน แทนที่จะจ่ายค่าธรรมเนียม 1 พันล้านดอลลาร์สำหรับ “สมาชิกถาวร”

 งิน (Ngin) มองว่าการเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าวเป็น “ก้าวย่างทางยุทธศาสตร์” เมื่อพิจารณาจากบทบาทของวอชิงตันในการช่วยรักษาข้อตกลงหยุดยิงกับไทย หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วอชิงตันได้ทำหน้าที่คนกลางและพยายามรักษาข้อตกลงหยุดยิงผ่านการแทรกแซงทางการทูตโดยตรง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการสนับสนุนทางการเงินเพื่อเสถียรภาพในภูมิภาค

“ความขัดแย้งกับไทยทำให้กัมพูชายอมรับว่า สหรัฐฯ ไม่ใช่จีน ที่มีอำนาจสูงสุดในการหยุดสงครามและรับประกันว่า [กรุงเทพฯ] จะไม่รุกล้ำอธิปไตยของตนเพิ่มเติม” งิน (Ngin) กล่าว พร้อมเสริมว่าการเสียดินแดนให้เพื่อนบ้านมากขึ้นจะทำให้ความชอบธรรมของพรรครัฐบาลกัมพูชาตกอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่ากัมพูชากำลังหันหลังให้กับเพื่อนบ้านที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างจีน “นี่เป็นเพียงกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง ที่กัมพูชาใช้มานาน โดยการสร้างสมดุลและใช้ประโยชน์จากมหาอำนาจทั้งสองเพื่อเสถียรภาพและการพัฒนาของตนเอง” งิน (Ngin) ระบุ

 ความพยายามของกัมพูชาในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มีแนวโน้มมาจากความผิดหวังต่อจีนที่ไม่สามารถใช้อิทธิพลโน้มน้าวให้ไทยงดเว้นจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องในข้อพิพาทชายแดน เนื่องจากปักกิ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและผู้จัดหาอาวุธหลักของกรุงเทพฯ รวมถึงการที่ไทยซื้อรถหุ้มเกราะและเรือดำน้ำจากจีน ดังนั้นกัมพูชาจึงมีความกังวลอย่างยิ่งว่าปักกิ่งจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับกรุงเทพฯ มากกว่าพนมเปญ การสร้างความหลากหลายในพันธมิตรด้านความมั่นคงแทนที่จะพึ่งพาจีนเพียงอย่างเดียวจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สมเหตุสมผล

IMCT NEWS 02-02-2026

ที่มา https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3341797/will-us-warship-visit-calm-fears-intelligence-outpost-cambodian-naval-base?module=top_story&pgtype=section

ข่าวล่าสุด

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยสู่ยุคดิจิทัล แต่ผจญภัย “ระบบล่ม”

เจาะปมระบบหลังบ้านคลาดเคลื่อนจากกรณีศึกษา “รถโอนลอย-รายได้ทิพย์” สู่ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ ถึงเวลาแปรเปลี่ยนงบประมาณดิจิทัลบางส่วน มาล้างฐานข้อมูลกลางระดับชาติก่อนสายเกินแก้

รถกระบะขนผัก = คนรวย ? รัฐตัดสิน “จน-รวย” ตรงไหนแน่ !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พิษเกณฑ์คัดกรองแข็งทื่อ บทเรียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69” กับปรากฏการณ์คนจนหายวับ 9.3 ล้านคน                                   นโยบาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”...

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)