วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกสองสื่อยักษ์ใหญ่ "BBC-AP" ประกาศลดคน วิกฤตสื่อดั้งเดิมสะท้อนอะไรถึงอนาคตคนข่าว?

สองสื่อยักษ์ใหญ่ “BBC-AP” ประกาศลดคน วิกฤตสื่อดั้งเดิมสะท้อนอะไรถึงอนาคตคนข่าว?

เผยแพร่

spot_img

เมื่อสำนักข่าวระดับตำนานอย่าง BBC และ AP ต่างประกาศลดคนพร้อมกัน… นี่คือสัญญาณเตือนของอะไร และนักข่าวในยุคนี้ยังจะมีที่ยืนอยู่หรือไม่?

.

ใครจะเชื่อว่าสำนักข่าวที่อยู่คู่โลกมานานกว่าศตวรรษ จะต้องมาเผชิญกับคำถามว่า “จะอยู่รอดได้อย่างไร” ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนตลอด 24 ชั่วโมง

.

ในสัปดาห์เดียวกัน ทั้ง BBC และ AP (The Associated Press) สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการสื่อโลก ได้ประกาศแผนลดพนักงานครั้งสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังพัดถล่มอุตสาหกรรมข่าวสารทั่วโลก

.

🔵 [BBC: ปลด 2,000 ชีวิต ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 15 ปี]

BBC องค์กรสื่อสาธารณะของอังกฤษที่มีคนอังกฤษถึง 94% ใช้บริการทุกเดือน ประกาศในวันพุธที่ผ่านมา (15 เม.ย.) ว่าจะทยอยลดพนักงานลง 1,800-2,000 ตำแหน่ง ภายใน 2 ปีข้างหน้า

.

รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ โรดรี ทัลฟาน เดวีส์ ระบุในแถลงการณ์ถึงพนักงานว่า องค์กรกำลังเผชิญกับ “แรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก” และจำเป็นต้องตอบสนองต่อสถานการณ์นี้อย่างเร่งด่วน

.

ตัวเลขที่น่าตกใจคือ BBC ต้องตัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานออกถึง 500 ล้านปอนด์ จากงบดำเนินงานทั้งหมด 5 พันล้านปอนด์ โดยส่วนใหญ่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2027-2028 นี่คือการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดของ BBC ในรอบเกือบ 15 ปี

.

สิ่งที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือ รายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตชมรายการ (Licence fee) ที่เป็นแหล่งเงินทุนหลักของ BBC ลดลงถึง 24% ในแง่มูลค่าที่แท้จริง นับตั้งแต่ปี 2017 พร้อมกับนั้นยังต้องเผชิญกับคดีฟ้องร้องมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีสารคดีที่ถูกกล่าวหาว่าตัดต่อเสียงปราศรัยจนเกิดความเข้าใจผิด

.

แล้วถ้าแม้แต่ BBC ยังต้องสั่นคลอน สิ่งที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่งก็ไม่ต่างกัน…

.

🔵 [AP: ปรับทัพมุ่งดิจิทัล หลังรายได้สิ่งพิมพ์ร่วง]

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว AP ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักข่าวที่มีอายุยาวนานและมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ก็ประกาศแผนลดพนักงานข่าวทั่วโลกให้น้อยกว่า 5% โดยเน้นที่ทีมข่าวในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก

.

จูลี่ เพซ บรรณาธิการบริหารของ AP ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ห้องข่าวของ AP ตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ที่สุดได้ดียิ่งขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนไปกำลังพลิกโฉมวงการสื่ออย่างต่อเนื่อง

.

ความจริงที่ AP ต้องยอมรับคือ ลูกค้ากลุ่ม “หนังสือพิมพ์สิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิม” มีสัดส่วนลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ สื่อแพร่ภาพ, สำนักพิมพ์ดิจิทัล และบริษัทเทคโนโลยี กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้หลักแทน ที่น่าสังเกตคือ ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2024 AP เพิ่งปลดพนักงานไปแล้วถึง 8% มาครั้งหนึ่งแล้ว

.

🔵 [“คลื่นการเลิกจ้าง” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ]

การตัดสินใจของทั้ง BBC และ AP ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรณีเดี่ยว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของ “คลื่นการเลิกจ้าง” ที่กำลังซัดวงการสื่อมวลชนทั่วโลก

.

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Washington Post ประกาศปลดพนักงานราวหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมด รวมถึงพนักงานในห้องข่าวหลายร้อยชีวิต ส่วนสำนักข่าวใหญ่อื่นๆ อย่าง CNN, NBC News และ Business Insider ก็ต่างปลดพนักงานในปีที่ผ่านมา เพื่อเร่งปรับตัวสู่กลยุทธ์ “ดิจิทัลเป็นหลัก” และเนื้อหารูปแบบวิดีโอ

.

แรงกดดันที่มาพร้อมกันหลายทางไม่ว่าจะเป็นรายได้โฆษณาที่หดตัว การเข้าชมเว็บไซต์ที่ลดลง รวมถึงการถือกำเนิดของ AI ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตและกลั่นกรองข่าวสาร กำลังบีบให้องค์กรสื่อทุกขนาดต้องเลือกระหว่าง “ปรับตัว” หรือ “ล้มหายไป”

.

🔵 [ก้าวต่อไป: ปรับตัวหรือสูญพันธุ์?]

สำหรับ BBC นั้น ผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ แมตต์ บริตติน อดีตผู้บริหารจาก Google จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนหน้า โดยได้รับการแต่งตั้งมาเพื่อ “นำองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” อย่างชัดเจน

.

ส่วน AP ระบุว่า จะเริ่มจากการเปิดรับการลาออกโดยสมัครใจก่อน และยืนยันว่าการลดพนักงานครั้งนี้จะไม่กระทบต่อความสามารถในการรายงานข่าวครอบคลุมทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา

.

ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น “คนทำข่าว” ได้ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่องค์กรข่าวมืออาชีพกลับกำลังต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด คำถามที่ต้องฝากไว้คือ…

.

เราในฐานะผู้บริโภคข่าว พร้อมจะจ่ายเพื่อข่าวที่มีคุณภาพและตรวจสอบได้หรือเปล่า? และถ้าองค์กรข่าวใหญ่ๆ เหล่านี้ต้องหายไป ใครจะทำหน้าที่ “เฝ้าระวัง” อำนาจรัฐและกลุ่มทุนแทน?

.

แชร์ความคิดเห็นของคุณได้เลย 👇

.

#BBCNews #AP #เลิกจ้าง #สื่อมวลชน #NationSTORY

https://www.facebook.com/share/p/1DtSbYBHKX

ข่าวล่าสุด

รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช 90 นาที

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-โคราช) ระยะทาง 253 กม. มีกำหนดเปิดใช้ประมาณปี 2570-2572 โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที ด้วยความเร็วสูงสุด

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตีกอล์ฟของไทยเป็นถึงอันดับ 3 ของโลก

มีคนตีกอล์ฟทั่วโลกเข้ามาไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน”

ด่วน ประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ตัวเลขพุ่งสูงกว่าเดิม 

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ประจำงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวอื่นๆ

ทรัมป์แต่งตั้งอดีตส.ส.แคลิฟอร์เนียเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเกาหลีใต้คนต่อไป

เสนอชื่ออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชื้อสายเกาหลี-อเมริกัน เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้คนใหม่

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

ทรัมป์เตือนจีน “จะมีปัญหาใหญ่” หากส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศให้อิหร่าน 

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาชี้ว่าอาจมีการดำเนินการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ด้วยบุคคล (MANPADS) อยู่ในขณะนี้ โดยเชื่อว่าเครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกเหนืออิหร่านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง