วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกสื่อนอกเสนอข่าวจากเสือตัวที่ 5 ไทยทรุดเป็น‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ เศรษฐกิจซบ

สื่อนอกเสนอข่าวจากเสือตัวที่ 5 ไทยทรุดเป็น‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ เศรษฐกิจซบ

เผยแพร่

spot_img

(4 ก.พ. 69)สื่อนอกตีข่าว เศรษฐกิจไทยติดกับดักการเติบโตต่ำเพียง 2% ต่อปีมานานกว่า 5 ปี ท่ามกลางเครื่องยนต์หลักทั้งการบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยวอ่อนแรงพร้อมกัน จากยุคที่เคยเป็น “เสือเศรษฐกิจเอเชีย” วันนี้ประเทศกลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ท่ามกลางสังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือนพุ่งใกล้ 90% ของ GDP และการเมืองไร้เสถียรภาพ นักเศรษฐศาสตร์เตือนหากไม่ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ภาวะซบเซาอาจยืดเยื้อยาวนานกว่าที่เคยเผชิญมา

 สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า เศรษฐกิจไทยซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังติดอยู่ในกับดักการเติบโตต่ำเพียงราว 2% ต่อปีต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี ท่ามกลางการอ่อนแรงพร้อมกันของเครื่องยนต์หลักทั้งการบริโภคภาคครัวเรือน ภาคการผลิต และการท่องเที่ยว ภาวะชะลอตัวที่ยืดเยื้อ ทำให้เศรษฐกิจไทยแทบไม่สามารถเร่งความเร็วได้ แม้โลกจะเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิดแล้วก็ตาม

จากยุคที่ประเทศไทยเคยถูกยกย่องว่าเป็น “เสือเศรษฐกิจเอเชีย” ด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 13% ในปี 2531 วันนี้ภาพดังกล่าวกลายเป็นอดีตอันห่างไกล เศรษฐกิจถูกฉุดรั้งด้วยโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว จำนวนประชากรที่หดตัว หนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นใกล้ 90% ของ GDP ค่าจ้างที่แทบไม่เพิ่ม และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงต่อเนื่อง นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากไม่มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะซบเซาที่ยาวนานกว่าที่เคยประสบมา

เศรษฐกิจซบเซาท่ามกลางการเมืองไร้เสถียรภาพ

นอกจากปัญหาทางโครงสร้างดังที่เกริ่นมาแล้ว สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า เศรษฐกิจไทยยังถูกซ้ำเติมด้วยความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ลากยาวหลายปี ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจราชการ-ทหารกับพรรคการเมืองสายปฏิรูป ซึ่งชนะการเลือกตั้งสองครั้งหลังสุดแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่งผลให้การกำหนดนโยบายขาดความต่อเนื่อง โดยภายในเวลาเพียง 3 ปี ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนและภาคธุรกิจ

ภายในภาวะดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์จากภาคการเงินมองว่าสถานะของไทยเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ จากประเทศที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น “Teflon Thailand” ซึ่งดูเหมือนจะทนทานต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจได้ กลับกลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องวัฏจักรอุปสงค์ แต่สะท้อนถึงการขาดเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สัญญาณของภาวะเศรษฐกิจซบเซาปรากฏชัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์เริ่มปล่อยสินเชื่อลดลงจากความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี เงินเฟ้อทั่วไปติดลบในปีที่ผ่านมา สะท้อนกำลังซื้อที่อ่อนแรง ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในเอเชียในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยดัชนีลดลงราว 10% ในปี 2568 ขณะที่รัฐบาลประเมินการเติบโตปีนี้ไว้ที่ 2% แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดเพียง 1.6% ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สูงถึง 19% และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสายตาของภาคเอกชน

อุตสาหกรรมถดถอย กำลังซื้ออ่อนแรง และการท่องเที่ยวสะดุด

ในช่วงที่ผ่านมา ภาคการผลิตของไทยยังถดถอยลงต่อเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ การหลั่งไหลเข้ามาของสินค้าจีนราคาถูก และการแข่งขันที่รุนแรงจากฐานการผลิตใหม่อย่างเวียดนาม ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนชัดในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค โรงงานของค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างนิสสัน ฮอนด้า และซูซูกิ ทยอยปิดตัวหรือปรับลดกำลังการผลิต ส่งผลต่อการจ้างงานและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยตัวเลขการผลิต ยอดขายในประเทศ และอัตราการใช้กำลังการผลิตยังไม่ฟื้นกลับสู่ระดับก่อนโควิด

ในฝั่งผู้บริโภค ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงประกอบกับรายได้ที่แทบไม่เพิ่ม ทำให้คนไทยจำนวนมากลดการใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงและสินค้าฟุ่มเฟือย ร้านค้าและธุรกิจบริการเริ่มเห็นลูกค้าลดลงอย่างชัดเจน ภาพร้านทำผมที่มีลูกค้าน้อยลง หรือผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าราคาประหยัดชิ้นละ 20 บาท สะท้อนการรัดเข็มขัดในชีวิตประจำวัน แนวโน้มดังกล่าวยิ่งน่ากังวล เมื่อประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ และอัตราการเกิดในปี 2568 ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี

ด้านภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ ก็เริ่มสะดุดอย่างเห็นได้ชัด ในปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 32.9 ล้านคน ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า และยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดที่เคยแตะ 40 ล้านคนในปี 2562 ปัจจัยด้านความปลอดภัยหลังเหตุลักพาตัวนักแสดงชาวจีนที่เชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงไซเบอร์ รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศอย่างเวียดนามและญี่ปุ่น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคค้าปลีก เกษตรกรรม และการก่อสร้างโรงแรม

แม้เศรษฐกิจไทยอาจยังไม่ถึงขั้นวิกฤติรุนแรง แต่เสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์สะท้อนตรงกันว่า หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ภาวะซบเซาในวันนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความท้าทายที่หนักหนากว่านี้ในอนาคต

ที่มา: The Financial Times

https://www.amarintv.com/spotlight/economy/537274

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

ทรัมป์เตือนจีน “จะมีปัญหาใหญ่” หากส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศให้อิหร่าน 

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาชี้ว่าอาจมีการดำเนินการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ด้วยบุคคล (MANPADS) อยู่ในขณะนี้ โดยเชื่อว่าเครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกเหนืออิหร่านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง

“กระหึ่มแซนด์เฮิร์สต์! นนร. รวิชญ์ คว้าดาบเกียรติยศ International Sword รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโลก”

นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ในเวทีทหารระดับโลก ด้วยการคว้าดาบเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Sword) จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ สหราชอาณาจักร ประจำปี 2026