ถุงพลาสติกซึ่งเต็มไปด้วยไก่เน่าจากเรือลักลอบขนสินค้าลำหนึ่ง ที่ลอยมาเกยตื้นชายหาดของไทย ชี้ถึงภาวะขาดแคลนภายในกัมพูชา ขณะที่การพังครืนลงของการค้าอย่างเป็นทางการระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้านลง สืบเนื่องจากความขัดแย้งตามแนวชายแดน เป็นตัวกระตุ้นให้การขนส่งสินค้าผิดกฎหมายกลับเพิ่มสูงขึ้นแทน
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สื่อฮ่องกง เซาต์ไชนา มอร์นิงโพสต์รายงานว่า แม้ความต้องการสินค้าลักลอบนำเข้าจากไทย เช่น น้ำมันพืช ผลไม้ เนื้อสัตว์ และสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สบู่ ดูเหมือนจะค่อนข้างสูง แต่กระนั้นประชาชนชาวกัมพูชายังคงคว่ำบาตรธุรกิจของไทย ท่ามกลางแรงผลักดันความรู้สึกชาตินิยม ความเคลื่อนไหวซึ่งเผยให้เห็นถึงความบาดหมางอย่างรุนแรง ที่กำลังกัดกร่อนความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้านและอดีตคู่ค้า
รายงานของเซาต์ไชนา มอร์นิงโพสต์ ระบุว่าทั้ง 2 ประเทศต่างกล่าวโทษอีกฝ่าย ต่อการคืนชีพขึ้นมาของประเด็นพิพาทที่หยุดชะงักไปเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับแนวชายแดนกว่า 800 กิโลเมตรระหว่าง 2 ชาติ เหตุปะทะนองเลือดในเดือนกรกฎาคม ก่อความสูญเสียชีวิตทหารและพลเรือนทั้ง 2 ฝ่าย ผลที่ตามมาคือการปิดด่านชายแดนทางบกสำหรับสินค้าและประชาชน
“ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางยังคงได้รับการยึดถือ แต่ด่านชายแดนยังคงถูกปิด แม้เมื่อเร็วๆนี้กัมพูชาแสดงท่าทีสนใจอยากกลับมาเปิดชายแดนก็ตาม” รายงานของเซาต์ไชนามอร์นิงกล่าว
เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก เจ้าหน้าที่ของไทยตรวจพบการลักลอบขนส่งทางทะเลเพิ่มมากขึ้น ในนั้นรวมถึงเชื้อเพลิง กระตุ้นให้มีการยกระดับลาดตระเวนทางเรือ ขณะเดียวกันก็บ่งชี้ว่ากัมพูชากำลังประสบปัญหาขาดแคลน
เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว(19 เมษายน) กลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากชายฝั่งที่ปกคลุมด้วยป่าชายเลน บริเวณหาดเล็ก จังหวัดตราด ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของไทย ใกล้กับกัมพูชา และเป็นเส้นทางทางทะเลสำหรับลักลอบขนสินค้า ให้ร่องรอยความต้องการที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศกัมพูชา
เจ้าหน้าที่กองทัพเรือของไทยพบว่าไก่เน่าหล่นจากเรือลำหนึ่งซึ่งเกยตื้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ในระหว่างที่พวกลักลอบขนสินค้าพยายามหลบหนีการลาดตระเวณของทหารเรือไทย
นอกจากนี้แล้วยังมีเรือของกัมพูชาอีก 5 ลำ ที่ถูกเรือลาดตระเวนของไทยสกัดเอาไว้หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ในสิ่งที่พวกเจ้าหน้าที่เรียกว่าเป็น “ปฏิบัติการลักลอบขนสินค้าครั้งใหญ่” ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยึดไก่เถื่อน ผลไม้และแม้กระทั่งกัญชาได้หลายร้อยกล่อง สินค้าเหล่านี้มีจุดหมายปลายทางที่กัมพูชา
ผู้ต้องสงสัย 6 คนถูกจับกุม หลังพยายามหลบหนีด้วยการโดดลงน้ำแต่ไปไม่รอด เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานอ้างคำแถลงของกองทัพเรือไทย พร้อมระบุพวกผู้ต้องสงสัยเป็นพวกรับจ้างส่งของได้ค่าจ้างแค่ 2,000 บาท ต่อเที่ยว
“สินค้าส่วนใหญ่ที่ยึดได้ในแต่ละวัน เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในชีวิตประจำวัน” เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานโดยอ้างคำแถลงของนาวาเอก วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดตราด กล่าวกับผู้สื่อข่าว “เราสงสัยว่าสถานการณ์ที่นั่น(กัมพูชา) อาจยากลำบากมากๆ”
ในสัปดาห์นี้ หน่วยงานศุลกากรกัมพูชารายงานว่าการค้าข้ามชายแดนกับไทย ดิ่งลงเกือบ 40% เหลือราวๆ 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ( มกราคม-มีนาคม) เมื่อเทียบกับปี 2568
นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชารับปากว่าจะหางานให้แก่แรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางจากไทยกลับสู่มาตุภูมิเป็นจำนวนหลายแสนคน นับตั้งแต่ความขัดแย้งกับไทยเริ่มต้นขึ้ แรงงานเหล่านี้มีรายได้ตามร้านอาหาร ไซต์งานก่อสร้างและบนเรือประมง มากกว่าอัตราค่าแรงภายในประเทศ 2 หรือ 3 เท่า
นั่นหมายความว่าอีกด้านหนึ่ง กัมพูชา ต้องเผชิญกับภาวะเงินโอนจากต่างประเทศลดลงอย่างหนักเช่นกัน และดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่าจะสามารถหาตลาดแรงงานต่างแดนใหม่ รองรับแรงงานเหล่านี้
นอกจากความขัดแย้งเรื่องชายแดนแล้ว เศรษฐกิจของกัมพูชาก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตพลังงานโลก ที่ผลักให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นราวๆ 25% และบีบให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯในการนำเข้าน้ำมัน
รายงานของเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานปิดท้ายว่า แม้ประสบกับภาวะขาดแคลน แต่ประชาชนชาวกัมพูชา ยังคงโกรธแค้นต่อสิ่งที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็นความก้าวร้าวของไทยเกี่ยวกับเส้นเขตแดนที่ร่างขึ้นในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศศ และได้แสดงออกความรู้สึกของพวกเขาด้วยการบอยคอตต์สินค้าและแบรนด์ต่างๆไทย
(ที่มา:เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ https://www.scmp.com/week-asia/economics/article/3351045/smuggled-chicken-find-hints-cambodian-shortages-amid-thai-border-conflict?module=top_story&pgtype=section



