วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกเปิด 6 ประเด็นสำคัญหลังศาลสูงสุดเช็กบิลภาษีทรัมป์ สะเทือนนโยบายเศรษฐกิจ-การค้า 

เปิด 6 ประเด็นสำคัญหลังศาลสูงสุดเช็กบิลภาษีทรัมป์ สะเทือนนโยบายเศรษฐกิจ-การค้า 

เผยแพร่

spot_img

คำวินิจฉัยครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้ยกเลิกมาตรการภาษีวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงสะเทือนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และหลักการตามรัฐธรรมนูญ พร้อมกระตุ้นปฏิกิริยาไม่พอใจอย่างรุนแรงจากตัวทรัมป์เอง

1. ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของทรัมป์

คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ และนับเป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่ศาลสูงสุดเข้ามาจำกัดความพยายามขยายอำนาจฝ่ายบริหารในสมัยที่สองของเขา

ที่ผ่านมา ทรัมป์ย้ำว่าภาษีเป็นหัวใจของนโยบายหลัก ทั้งด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ โดยใช้มาตรการภาษีและการขู่ขึ้นภาษีเป็นเครื่องมือกดดันทั้งประเทศคู่แข่งและพันธมิตร การถูกยกเลิกมาตรการจึงกระทบแนวทางนโยบายโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ

หลังคำตัดสิน ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อผู้พิพากษาที่ลงมติคัดค้านฝ่ายรัฐบาล พร้อมกล่าวหาว่ามีการอ่อนข้อให้ต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เขาได้เดินหน้าเตรียมใช้กลไกทางกฎหมายอื่นเพื่อออกมาตรการภาษีรอบใหม่ แม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น และไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาล

2. ศาลสูงสุดแสดงความเป็นอิสระ-ย้ำบทบาทตรวจสอบอำนาจบริหาร

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ศาลสูงสุดเคยมีคำตัดสินหลายครั้งที่เป็นคุณต่อรัฐบาลทรัมป์ ทั้งในประเด็นผู้อพยพ ความเป็นอิสระของหน่วยงานรัฐ และทหารข้ามเพศ

แต่คดีภาษีครั้งนี้ถือเป็นคำวินิจฉัยเนื้อหาโดยตรงเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งฝ่ายบริหารในสมัยที่สอง และสะท้อนบทบาทของศาลในการถ่วงดุลอำนาจอย่างชัดเจน

จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกาเป็นผู้เขียนความเห็นเสียงข้างมากให้ยกเลิกภาษี โดยมีผู้พิพากษาสายอนุรักษนิยม 2 คนที่ทรัมป์แต่งตั้งในสมัยแรก ได้แก่ เอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ และนีล กอร์ซัช ร่วมลงมติด้วย

3. ราคาสินค้าอาจไม่ลดลงทันที

ก่อนหน้านี้ ภาษีดังกล่าวได้ผลักดันให้ราคาสินค้านำเข้าหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น เช่น เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่า คำตัดสินของศาลอาจไม่ทำให้ราคาสินค้าปรับลดลงในทันที หรืออาจไม่ลดเลย เนื่องจากทรัมป์กำลังพิจารณาใช้ฐานกฎหมายอื่นออกภาษีใหม่ อีกทั้งบริษัทที่ปรับขึ้นราคาไปแล้วอาจไม่เร่งลดราคา โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราภาษียังมีความไม่แน่นอน

4. คู่ค้าหลักทั่วโลกจับตาใกล้ชิด

ประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ แสดงท่าทีระมัดระวัง สะท้อนความเข้าใจว่า คำวินิจฉัยครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่านโยบายภาษีของทรัมป์จะสิ้นสุดลง

แคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าในอัตราต่ำที่สุดภายใต้ข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ แทบไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำตัดสินครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หากทรัมป์เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ผ่านช่องทางกฎหมายใหม่ ก็อาจทำให้ทั้งสองประเทศเผชิญภาระมากขึ้น

ด้านสหภาพยุโรปไม่ได้แสดงท่าทียินดีต่อคำตัดสินดังกล่าว และระบุว่าจะจับตาความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อรอดูความชัดเจนของมาตรการที่จะออกมาในขั้นต่อไป

5. ความไม่แน่นอนของฐานะการคลังรัฐบาลกลาง

แม้มาตรการภาษีของทรัมป์จะไม่สามารถฟื้นฟูภาคการผลิตหรือแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าได้อย่างชัดเจน แต่ก็สร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้รัฐบาลกลางที่มีภาระหนี้สูง

ก่อนคำตัดสินของศาลฎีกานั้น สำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภา (CBO) ประเมินว่า ภาษีของทรัมป์จะสร้างรายได้ราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 9 ปีข้างหน้า

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ภาษีที่ถูกยกเลิกคิดเป็นรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเลขดังกล่าว โดย Yale Budget Lab ประเมินผลกระทบไว้ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าจะออกมาตรการภาษีใหม่ รวมถึงภาษีแบบครอบคลุม 10% เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป และระบุว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น

6. ขั้นตอนคืนเงินภาษียังไม่ชัดเจน

คำวินิจฉัยเปิดทางให้รัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้นำเข้า แต่ไม่ได้กำหนดแนวทางดำเนินการอย่างละเอียด

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าคาดว่า อาจเกิดกระบวนการฟ้องร้องและการดำเนินการทางปกครองที่ยืดเยื้อหลายเดือนหรือหลายปี โดยศาลชั้นต้นและศาลการค้าระหว่างประเทศจะเป็นผู้เริ่มต้นกระบวนการ ส่วนหน่วยงานศุลกากรและกระทรวงการคลังจะรับหน้าที่ดำเนินการคืนเงิน

ผู้นำเข้าที่ชำระภาษีโดยตรงมีสิทธิ์ยื่นขอคืนเงิน ขณะที่ธุรกิจอื่นที่รับภาระต้นทุนอาจต้องใช้ช่องทางฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องชดเชย และยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้บริโภคที่จ่ายค่าสินค้าราคาสูงขึ้นจะได้รับการเยียวยาหรือไม่ 

(ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์  21 ก.พ. 2569)

ข่าวล่าสุด

รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช 90 นาที

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-โคราช) ระยะทาง 253 กม. มีกำหนดเปิดใช้ประมาณปี 2570-2572 โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที ด้วยความเร็วสูงสุด

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตีกอล์ฟของไทยเป็นถึงอันดับ 3 ของโลก

มีคนตีกอล์ฟทั่วโลกเข้ามาไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน”

ด่วน ประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ตัวเลขพุ่งสูงกว่าเดิม 

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ประจำงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวอื่นๆ

สองสื่อยักษ์ใหญ่ “BBC-AP” ประกาศลดคน วิกฤตสื่อดั้งเดิมสะท้อนอะไรถึงอนาคตคนข่าว?

เมื่อสำนักข่าวระดับตำนานอย่าง BBC และ AP ต่างประกาศลดคนพร้อมกัน... นี่คือสัญญาณเตือนของอะไร และนักข่าวในยุคนี้ยังจะมีที่ยืนอยู่หรือไม่? . ใครจะเชื่อว่าสำนักข่าวที่อยู่คู่โลกมานานกว่าศตวรรษ จะต้องมาเผชิญกับคำถามว่า "จะอยู่รอดได้อย่างไร" ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนตลอด 24 ชั่วโมง . ในสัปดาห์เดียวกัน ทั้ง BBC...

ทรัมป์แต่งตั้งอดีตส.ส.แคลิฟอร์เนียเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเกาหลีใต้คนต่อไป

เสนอชื่ออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชื้อสายเกาหลี-อเมริกัน เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้คนใหม่

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง