หน้าแรกข่าวรอบโลกเปิด '6 สัญญาณบ่งชี้' สงครามระหว่าง 'สหรัฐฯ อิหร่าน' ยุคทรัมป์ใกล้ปะทุ!

เปิด ‘6 สัญญาณบ่งชี้’ สงครามระหว่าง ‘สหรัฐฯ อิหร่าน’ ยุคทรัมป์ใกล้ปะทุ!

เผยแพร่

spot_img

Newsweek รายงานว่า สภาวะการเผชิญหน้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางอย่างยิ่ง โดยมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่บ่งชี้ว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

 แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวแอ็กซิออส (Axios) ในสัปดาห์นี้ว่า ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะเป็นการปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อนานหลายสัปดาห์ ซึ่งจะมีลักษณะเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” มากกว่าการโจมตีแบบจำกัดวงดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อฤดูร้อนปีที่ผ่านมา

 ข้อมูลที่หลุดออกมานี้ เมื่อผนวกกับการเร่งเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาค, การที่อิหร่านปฏิเสธที่จะอ่อนข้อต่อ “เส้นแดง” (Red lines) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเจรจาเมื่อวันอังคาร, ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยให้เห็นว่าอิหร่านกำลังเร่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ, แรงกดดันภายในประเทศอิหร่านที่พุ่งสูงขึ้น และการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของเตหะราน  ในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณว่าสงครามกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ

1. ทรัมป์ส่งสัญญาณแผ่อานุภาพกำลังรบสู่ตะวันออกกลาง

ขนาดและความเร็วในการสั่งสมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในครั้งนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้เรือ USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางเพื่อสมทบกับเรือ USS Abraham Lincoln และเรือทำลายล้างขีปนาวุธนำวิถีอีกหลายลำที่ประจำการอยู่ก่อนแล้ว

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้เคลื่อนย้ายอากาศยานและยุทโธปกรณ์ทางเรือเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค โดยล่าสุดกองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงโดรนของอิหร่านตกขณะบินเข้าใกล้เรือรบ Lincoln สิ่งเหล่านี้ก้าวข้ามขอบเขตของการป้องปรามตามปกติ แต่มันคือการวางขุมกำลังทางเรือ อากาศ และระบบสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในแคมเปญการทหารระยะยาวเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์และฐานขีปนาวุธของอิหร่าน

2. แผนการยุทธศาสตร์ “ปฏิบัติการต่อเนื่องหลายสัปดาห์”

ข้อมูลจากการสรุปข่าวแบบไม่ระบุชื่อถึงสำนักข่าว Axios ระบุถึงแผนการสำหรับ “แคมเปญการทหารขนาดใหญ่ที่กินเวลานานหลายสัปดาห์” ไม่ใช่เพียงการโจมตีแบบแม่นยำจำกัดจุด (Precision strikes) เช่นเดียวกับที่ทรัมป์เคยเปิดฉากโจมตีสถานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อปีที่ผ่านมา

การสื่อสารด้วยถ้อยคำลักษณะนี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับสาธารณชนชาวอเมริกันสำหรับการเผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และเป็นการส่งสัญญาณถึงเตหะรานว่าวอชิงตันเอาจริง ซึ่งในอีกด้านหนึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ลุกลามได้ง่ายขึ้น

3. การเจรจาติดหล่ม “เส้นแดง”

ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างกันอย่างมากในการเจรจา โดยการเจรจาทางอ้อมที่กรุงเจนีวาซึ่งมีประเทศโอมาน (Oman) เป็นตัวกลางมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย นายเจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าการหารือในสัปดาห์นี้ดำเนินไปด้วยดีในบางด้าน แต่ยืนยันชัดเจนว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้กำหนด “เส้นแดง” ซึ่งฝ่ายอิหร่านยังไม่พร้อมที่จะยอมรับและดำเนินการตาม

ประเด็นขัดแย้งที่สำคัญที่สุดคือการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน โดยเตหะรานยืนกรานว่าตนมีสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในดินแดนของตนเอง และปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ละทิ้งคลังยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะถึงระดับความบริสุทธิ์ร้อยละ 60 ซึ่งเกือบจะถึงระดับที่สามารถผลิตอาวุธได้

4. อิหร่านเร่งเสริมป้อมปราการในจุดยุทธศาสตร์

ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวรอยเตอร์  เมื่อวันพุธ แสดงให้เห็นว่าอิหร่านกำลังซ่อมแซมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับโรงงานสำคัญอย่างเงียบๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าเตหะรานกำลังเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งแม้ว่าการทูตจะยังดำเนินอยู่ก็ตาม

นักวิเคราะห์ที่ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมจาก Planet Labs และบริษัทพาณิชย์อื่นๆ สังเกตเห็นการสร้างหลังคาใหม่และโครงสร้างปิดบังเหนืออาคารที่ได้รับความเสียหายในนิคมนิวเคลียร์หลัก เช่น นาแทนซ์ (Natanz) และอิสฟาฮัน (Isfahan) ซึ่งอาจเพื่ออำพรางกิจกรรมจากผู้สังเกตการณ์นานาชาติ รวมถึงมีการเสริมความแข็งแกร่งบริเวณทางเข้าอุโมงค์ และซ่อมแซมฐานขีปนาวุธที่เคยถูกโจมตีในการขัดแย้งครั้งก่อน

5. ความไม่สงบภายในสั่นคลอนผู้นำอิหร่าน

คณะผู้นำของอิหร่านกำลังเผชิญกับแรงกดดันภายในประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากผลกระทบของการคว่ำบาตรหลายปี, วิกฤตเศรษฐกิจที่ดิ่งเหว, ค่าเงินที่ไร้เสถียรภาพ และระลอกความไม่สงบของประชาชนที่บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงและอำนาจซื้อที่ลดลงนำไปสู่การประท้วงบนท้องถนน จนนำไปสู่การใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่

สภาวะตึงเครียดภายในนี้กำลังกำหนดท่าทีภายนอกของเตหะราน ท่านผู้นำสูงสุดอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ได้ออกคำเตือนอย่างรุนแรงว่าแม้แต่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกก็อาจถูกทำลายได้ และส่งสัญญาณว่าอิหร่านมีขีดความสามารถที่จะโจมตีกองเรือของสหรัฐฯ หากถูกทำรุกราน 

ขณะที่นายอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลับพยายามประคับประคองสถานการณ์ด้วยการระบุว่า “หน้าต่างบานใหม่ได้เปิดออกแล้ว” สำหรับการทูต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้นำอิหร่านกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายระหว่างการแสดงความแข็งแกร่งเพื่อป้องปรามศัตรูและปลอบใจกลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่งในประเทศ ควบคู่ไปกับการเปิดช่องเจรจาเพื่อบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

6. การปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งแรกนับจากทศวรรษ 1980

อิหร่านได้ตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อทำการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการประกาศปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 โดยช่องแคบนี้เป็นทางผ่านของน้ำมันประมาณร้อยละ 20 ของโลก กองกำลังอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธจริงและจำกัดการจราจรทางน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย แม้จะเป็นการปิดเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็นับเป็นคำเตือนที่ชัดเจนว่าความขัดแย้งใดๆ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 การซ้อมรบนี้เกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังประชุมกันที่เจนีวา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นชั่วคราวจากความกังวลเรื่องการขยายตัวของสงคราม ขณะที่กลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเตือนว่าการโจมตีใดๆ อาจจุดชนวนให้เกิดสงครามระดับภูมิภาคที่แผ่ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ความขัดแย้ง 12 วันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในปีที่ผ่านมา

ช่วงเวลาแห่งความเสี่ยงสูงสุด

 ปัจจัยทั้ง 6 ประการนี้ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์อยู่ในจุดที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง กองกำลังสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งยุทธศาสตร์ ในขณะที่การทูตยังคงติดหล่มในประเด็นหลัก

ตลาดพยากรณ์ล่วงหน้า (Prediction markets) กำลังส่งสัญญาณถึงความคาดหมายที่เพิ่มสูงขึ้นต่อการปฏิบัติการทางทหารในปีนี้ โดยในแพลตฟอร์ม Polymarket ความน่าจะเป็นที่จะเกิดการโจมตีโดยสหรัฐฯ หรืออิสราเอลภายในวันที่ 30 มิถุนายน อยู่ที่ประมาณร้อยละ 71 ขณะที่ตลาด Kalshi มองภาพลบต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลง โดยให้โอกาสที่ข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะเกิดขึ้นก่อนเดือนสิงหาคมเพียงร้อยละ 30 และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

 แม้ว่าสงครามจะยังไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนเนื่องจากการเจรจายังคงดำเนินอยู่ และทั้งสองฝ่ายต่างระบุว่าต้องการข้อตกลง แต่สัญญาณเตือนของความขัดแย้งเต็มรูปแบบในครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยปรากฏในรอบหลายปีที่ผ่านมา

IMCT NEWS 19-02-2026

ที่มา https://www.newsweek.com/six-signs-us-iran-war-nearing-trump-11543496

ข่าวล่าสุด

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยสู่ยุคดิจิทัล แต่ผจญภัย “ระบบล่ม”

เจาะปมระบบหลังบ้านคลาดเคลื่อนจากกรณีศึกษา “รถโอนลอย-รายได้ทิพย์” สู่ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ ถึงเวลาแปรเปลี่ยนงบประมาณดิจิทัลบางส่วน มาล้างฐานข้อมูลกลางระดับชาติก่อนสายเกินแก้

รถกระบะขนผัก = คนรวย ? รัฐตัดสิน “จน-รวย” ตรงไหนแน่ !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พิษเกณฑ์คัดกรองแข็งทื่อ บทเรียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69” กับปรากฏการณ์คนจนหายวับ 9.3 ล้านคน                                   นโยบาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”...

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)