วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกเลขาธิการยูเอ็นเตือน "ยูเอ็น" เสี่ยงล้มละลาย เข้าสู่ภาวะถังแตก?

เลขาธิการยูเอ็นเตือน “ยูเอ็น” เสี่ยงล้มละลาย เข้าสู่ภาวะถังแตก?

เผยแพร่

spot_img

“ยูเอ็น” ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ขณะที่ “กูเตร์เรส” เตือนยูเอ็นกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงล้มละลายจาก 2 ปัจจัยหลักทั้งประเทศสมาชิกไม่จ่ายเงินและปัญหาคืนงบประมาณ

องค์การระหว่างประเทศได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 กันถ้วนหน้า รวมถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่เผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนักและเรื้อรังมานานหลายปี แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ ตัดลดเงินช่วยเหลือทั่วโลก ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ให้รุนแรงมากขึ้น

รองโฆษกยูเอ็นยอมรับก่อนหน้านี้ว่า แม้ประเทศสมาชิกมากกว่า 150 ประเทศจะจ่ายเงินครบเมื่อปี 2025 แต่ขณะเดียวกันกลับเป็นปีที่ประเทศต่างๆ ค้างจ่ายเงินยูเอ็นสูงทำสถิติถึง 1,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือใกล้แตะ 50,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากกว่า 2 เท่า

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ร้องขอให้ประเทศต่างๆ จ่ายเงินที่ยังคงค้าง พร้อมทั้งเตือนว่ายูเอ็นเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะล้มละลายและอาจจะถังแตกภายในเดือน ก.ค.นี้

ตามระเบียบของยูเอ็น ประเทศสมาชิก 193 ประเทศจะต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกให้ยูเอ็น เพื่อสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยจะคำนวณจากขนาดเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ สหรัฐฯ มีส่วนแบ่งมากที่สุดที่ 22% ตามมาด้วยจีนประมาณ 20% ทิ้งห่างอันดับ 3 อย่างญี่ปุ่นที่อยู่ที่ไม่ถึง 7% และเยอรมนีไม่ถึง 6%

ข้อมูลจากยูเอ็น พบว่า ปัจจุบันมีอย่างน้อย 41 ประเทศที่จ่ายเงินของปี 2026 ครบตามจำนวนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป โดยก้อนใหญ่ๆ คำนวณเป็นตัวเลขกลมๆ มีอังกฤษ 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, แคนาดา 81 ล้านดอลลาร์, เกาหลีใต้ 75 ล้านดอลลาร์ และเนเธอร์แลนด์ 42 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ประเทศในอาเซียนจ่ายครบแล้ว 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ 15 ล้านดอลลาร์, มาเลเซีย 10 ล้านดอลลาร์ และฟิลิปปินส์ 6 ล้านดอลลาร์ โดยตามปกติที่มีข้อมูลปรากฏในเว็บไซต์ของยูเอ็น ย้อนไปจนถึงปี 2001 พบว่าไม่เคยมีปีไหนที่ยูเอ็นได้เงินจากประเทศสมาชิกครบทุกประเทศ สูงสุดคือ 153 ประเทศเมื่อปี 2021

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เตรียมย้ายเจ้าหน้าที่เกือบ 300 คนจากสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ไปยังเมืองบอนน์ของเยอรมนี และอีกประมาณ 100 คนไปยังสเปน ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามปรับตัวเข้ากับสถานะทางการเงินและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลังรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดลดเงินทุนสนับสนุนและเน้นนโยบาย America First

เมื่อนักข่าวไปถามผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับปัญหาทางการเงินของยูเอ็น ทรัมป์คุยว่าเขาเป็นคนที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของยูเอ็นได้ เพียงแค่ยูเอ็นร้องขอ และเขาสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่ายๆ โดยจะติดต่อไปให้ประเทศต่างๆ ส่งเงินมาให้ยูเอ็นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ทรัมป์กลับไม่ได้พูดถึงเรื่องประเทศตัวเอง

เงินที่ประเทศต่างๆ จ่ายให้ยูเอ็นแบ่งเป็นหลักๆ 2 ก้อน คือ งบประมาณทั่วไป กับงบประมาณเพื่อรักษาสันติภาพ โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยพิวในสหรัฐฯ อ้างตัวเลขจากเอกสารของยูเอ็นจนถึงกลางปี 2025 พบว่า สหรัฐฯ ติดเงินยูเอ็นมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 1,530 ล้านสำหรับงบรักษาสันติภาพและที่เหลือเป็นงบทั่วไป สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ติดเงินยูเอ็นก้อนนี้สูงที่สุดนับตั้งแตีปี 2010

แม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ประเทศเดียวที่ติดเงินยูเอ็น แต่ด้วยความที่เป็นประเทศใหญ่ เงินคงค้างจึงก้อนใหญ่ตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินตามที่ตกลงกัน แต่ทรัมป์กลับระบุว่าตนเองไม่รู้มาก่อนว่าสหรัฐฯ ติดเงินยูเอ็น และเชื่อว่ายูเอ็นจะไม่ย้ายสำนักงานออกจากนิวยอร์กเพราะไม่มีเงินด้วยเช่นกัน

นอกจากปัญหาเรื่องไม่ได้เงินจากประเทศสมาชิกแล้ว ยูเอ็นยังต้องคืนเงินให้กับประเทศสมาชิกด้วย ทั้งที่ไม่ได้รับเงินก้อนนั้น ปัญหานี้มีที่มาจากระเบียบของยูเอ็นที่กำหนดให้ยูเอ็นต้องคืนเงินงบประมาณโครงการที่ใช้ไม่หมดให้กับประเทศต่างๆ

ปัญหาคือ ยูเอ็นไม่ได้เงินของโครงการนั้นๆ จากประเทศต่างๆ มาตั้งแต่ครั้งแรก แต่กลับต้องควักเงินที่ตัวเองมีอยู่ในกระเป๋าคืนให้กับประเทศเหล่านั้นตามระเบียบ ซึ่งกลายเป็นปัญหา 2 เด้ง เพราะนอกจากจะไม่ได้เงินแล้วยังต้องควักเนื้อตัวเองอีก

หนึ่งในข้อเรียกร้องของกูเตร์เรส คือ การขอให้ประเทศสมาชิกตกลงแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินคืนดังกล่าว เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นซ้ำเติมปัญหาทางการเงินของยูเอ็นให้ยิ่งเลวร้ายลง ถึงแม้สหรัฐฯ จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวแต่ก็เป็นปัจจัยใหญ่ เพราะนอกจากเรื่องเงินแล้ว ทรัมป์ยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของยูเอ็นให้ตกต่ำลงในสายตาชาวโลก

( ที่มา https://www.thaipbs.or.th/news/content/501791 )

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

ทรัมป์เตือนจีน “จะมีปัญหาใหญ่” หากส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศให้อิหร่าน 

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาชี้ว่าอาจมีการดำเนินการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ด้วยบุคคล (MANPADS) อยู่ในขณะนี้ โดยเชื่อว่าเครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกเหนืออิหร่านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง

“กระหึ่มแซนด์เฮิร์สต์! นนร. รวิชญ์ คว้าดาบเกียรติยศ International Sword รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโลก”

นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ในเวทีทหารระดับโลก ด้วยการคว้าดาบเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Sword) จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ สหราชอาณาจักร ประจำปี 2026