วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลก5 ผู้นำโลกแห่เยือนปักกิ่ง กระจายความเสี่ยงจากความป่วนของสหรัฐ

5 ผู้นำโลกแห่เยือนปักกิ่ง กระจายความเสี่ยงจากความป่วนของสหรัฐ

เผยแพร่

spot_img

ประเทศที่เคยหลีกเลี่ยงจีนในช่วงที่เกิดข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐ กำลังส่งผู้นำของตนไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และมีความกระตือรือร้นที่จะทำข้อตกลงทางธุรกิจ

 ผู้นำประเทศอย่างน้อย 5 คน ในเดือนมกราคม เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินทางไปพบสี จิ้นผิง  ขณะที่ ยามานดู ออร์ซี ประธานาธิบดีอุรุกวัย มีกำหนดเดินทางเยือนจีนสัปดาห์หน้า เป็นการเยือนครั้งแรกของผู้นำจากอเมริกาใต้ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ จับกุมตัวผู้นำเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และภรรยา เมื่อต้นเดือนมกราคม 2026

การเยือนของผู้นำแคนาดาและสหราชอาณาจักรถือเป็นครั้งแรกในรอบอย่างน้อย 8 ปี ขณะที่การเยือนของนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี จีนได้ปิดพรมแดนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพิ่งกลับมาเปิดประเทศอย่างจริงจังอีกครั้งในช่วงต้นปี 2023

“การเยือนเหล่านี้สะท้อนถึงการรีเซ็ตความสัมพันธ์อย่างมีการบริหารจัดการและคัดเลือกเป็นกรณี ภายใต้ความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น มากกว่าจะเป็นการหันเหเชิงยุทธศาสตร์ไปหาจีน” เยว่ ซู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Economist Intelligence Unit กล่าว

 เธอกล่าวเสริมว่า “การรักษาช่องทางการสื่อสารกับปักกิ่งเปิดไว้ กำลังถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการตัดความสัมพันธ์ โดยเฉพาะเมื่อผลประโยชน์จากการฟื้นความสัมพันธ์แบบเลือกสรรกับจีนเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น และนโยบายของสหรัฐก็ยิ่งคาดเดาได้ยากขึ้น”

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2  ทรัมปใช้นโยบายภาษีศุลกากรไม่เพียงกับจีนเท่านั้น แต่ยังกับประเทศคู่ค้าของสหรัฐอีกหลายประเทศ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขายังเพิ่มความพยายามในการขยายอิทธิพลของสหรัฐเหนือเวเนซุเอลา อิหร่าน และกรีนแลนด์

สถานการณ์นี้จึงกลายเป็นโอกาสของปักกิ่ง ซึ่งพยายามวางภาพลักษณ์ของตนเองว่า ไม่เพียงเป็นพันธมิตรของประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับโลกอีกด้วย

 “การรักษาระยะห่างจากสหรัฐสะท้อนให้เห็นว่าประเทศเหล่านี้ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีน” ชุย โส่วจวิน ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม ตามคำแปลจาก CNBC ของถ้อยแถลงภาษาจีนกลางของเขา

 ศจ. ชุยกล่าวว่า แม้ประเทศในยุโรปและประเทศอื่น ๆ อาจยังจำเป็นต้องประสานจุดยืนกับสหรัฐในประเด็นด้านความมั่นคง แต่ขณะนี้พวกเขากำลังเพิ่มระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนมากขึ้น

การอำนวยความสะดวกด้านข้อตกลงทางธุรกิจ

โดยทั่วไป คณะผู้แทนภาคธุรกิจขนาดใหญ่มักจะเดินทางร่วมกับผู้นำประเทศในการเยือนอย่างเป็นทางการ บริษัทและองค์กรด้านวัฒนธรรมของอังกฤษเกือบ 60 แห่งส่งผู้แทนร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษในการเยือนจีนครั้งนี้ บริษัทยายักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง AstraZeneca ใช้โอกาสจากการเยือนระดับรัฐเพื่อประกาศแผนลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในจีนภายในปี 2030

 ในทำนองเดียวกัน ระหว่างการเยือนของนายกฯคาร์นีย์ แคนาดาตกลงลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนบางรุ่น จาก 100% เหลือ 6.1% เพื่อแลกกับการที่จีนลดภาษีนำเข้าเมล็ดคาโนลาจากแคนาดา

ภาคธุรกิจระดับโลกเองก็ให้ความสนใจตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของจีนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ในส่วนของจีน ผู้นำประเทศเรียกร้องให้ประเทศที่มาเยือนสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมสำหรับบริษัทจีนที่ดำเนินธุรกิจหรือเข้ามาลงทุนในประเทศของตน บริษัทจีนจำนวนมาก เช่น ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร่งขยายกิจการไปทั่วโลก หลังจากการเติบโตภายในประเทศเริ่มชะลอตัว

ปักกิ่งยังได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความพยายามในการสร้างความพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และการยืนหยัดบนเวทีโลก

 เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้ หัวหน้าฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขียนบทความในหนังสือพิมพ์ทางการของพรรค ระบุว่า ความพยายามในการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยของจีนได้ทำลายกรอบ “ที่มีตะวันตกเป็นศูนย์กลาง” และมอบทางเลือกใหม่ให้กับประเทศกำลังพัฒนา

สหรัฐ–จีนยังคงทรงอิทธิพล

อย่างไรก็ตาม คำถามใหญ่ที่ยังคงอยู่คือความตึงเครียดระหว่าง 2 เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประเทศบางแห่งที่ส่งผู้นำไปเยือนจีน ยังคงมีสหรัฐ ไม่ใช่จีน เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของตน

 5 ประเทศที่ผู้นำเดินทางไปเยือนในเดือนมกราคม ได้แก่ ไอร์แลนด์ ,เกาหลีใต้, แคนาดาและฟินแลนด์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) รวมกันอยู่ที่ 8.71 ล้านล้านดอลลาร์ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ GDP จีนซึ่งอยู่ที่ 18.74 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลธนาคารโลกปี 2024 ขณะที่สหรัฐยังคงมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่ามาก ด้วย GDP ที่ 28.75 ล้านล้านดอลลาร์

จีนเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่รายแรกที่ตอบโต้ภาษี “วันปลดปล่อย” (Liberation Day) ของทรัมป์เมื่อเดือนเมษายน 2025 ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าที่เปราะบางเป็นระยะเวลา 1 ปีในช่วงปลายเดือนตุลาคม และคาดว่าทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนในเดือนเมษายนนี้

 หอการค้าอเมริกันในจีน (American Chamber of Commerce in China) จัดงานเลี้ยงแสดงความขอบคุณเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 29 ม.ค. ที่กรุงปักกิ่ง ตรงกับช่วงที่นายสตาร์เมอร์เดินทางเยือน โดยมีผู้แทนจากฝ่ายจีนเข้าร่วมด้วย ในคำกล่าวเปิดงาน เจมส์ ซิมเมอร์แมน ประธานหอการค้าฯ เรียกร้องให้ทั้งทรัมป์และสี จิ้นผิง ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์เพื่อเสถียรภาพของโลกให้มากขึ้น

 ซิมเมอร์แมนกล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่ผู้นำทั้งสองจะพบกันมากถึง 4 ครั้งภายในปีนี้ ถือเป็น “ช่วงเวลาสำคัญสำหรับความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องและความก้าวหน้าอย่างมีความหมาย ซึ่งไม่ควรถูกปล่อยให้หลุดมือไป”

 หนึ่งในโอกาสที่ทรัมป์และสี จิ้นผิงจะได้พบกัน — รวมถึงการดึงดูดผู้นำโลกคนอื่น ๆ ให้เดินทางไปจีน — คือเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพจัดในปีนี้ โดยเวที APEC มีกำหนดจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสในเมืองกว่างโจว ทางตอนใต้ของจีน ในช่วงต้นเดือนหน้า ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเศรษฐกิจหลักในเดือนพฤศจิกายน

 อย่างไรก็ตาม ผู้นำประเทศที่เดินทางเยือนยังคงต้องรักษาสมดุลอย่างระมัดระวังในการจัดการความสัมพันธ์กับจีน

สัปดาห์นี้ ทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษี 100% ต่อแคนาดา หากออตตาวา “ทำข้อตกลง” กับจีน และกล่าวว่าเป็นเรื่อง “อันตรายอย่างยิ่ง” ที่สหราชอาณาจักรทำธุรกิจกับจีน ขณะที่ฝรั่งเศสก็แสดงท่าทีในลักษณะเดียวกัน โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ขู่จะขึ้นภาษีกับจีน เพียงหนึ่งวันหลังจากเดินทางกลับจากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม เพื่อสะท้อนผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมยุโรป

“การเดินทางเหล่านี้คือกลยุทธ์การเฮดจ์ความเสี่ยง” แจ็ก ลี นักวิเคราะห์ด้านการต่างประเทศจากบริษัทที่ปรึกษา China Macro Group กล่าว

“พวกเขารักษาช่องทางกับจีนเอาไว้ เพื่อคงทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์” เขากล่าวเสริม พร้อมเตือนว่า ความเชื่อใจกัน โดยเฉพาะระหว่างสหภาพยุโรปกับปักกิ่ง ยังคงอยู่ในระดับจำกัด

ที่มา CNBC  31-01-2026

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

ทรัมป์เตือนจีน “จะมีปัญหาใหญ่” หากส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศให้อิหร่าน 

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาชี้ว่าอาจมีการดำเนินการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ด้วยบุคคล (MANPADS) อยู่ในขณะนี้ โดยเชื่อว่าเครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกเหนืออิหร่านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง

“กระหึ่มแซนด์เฮิร์สต์! นนร. รวิชญ์ คว้าดาบเกียรติยศ International Sword รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโลก”

นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ในเวทีทหารระดับโลก ด้วยการคว้าดาบเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Sword) จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ สหราชอาณาจักร ประจำปี 2026