อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้ ด้วยการปลดแอกชาวปาเลสไตน์ และสร้างสเถียรภาพ และสันติภาพที่ถาวรในภูมิภาค
1. City of London เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างรัฐอิสราเอลเทียม เพื่อควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมด โดยมีธุรกิจประกันภัย และการควบคุมกลไกราคาน้ำมันรองรับ ในขณะเดียวกันสามารถเสริมความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาวได้อีกด้วย
City of London หรือ New Roman Empire ใช้วิธีการแบ่งแยกและปกครองประเทศในตะวันออกกลาง และการสร้างสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น โดยมีกองทัพสหรัฐรับบทเป็นองครักษ์เพรโทเรียน (Praetorian Guard) หรือเจนเนอรัลเบ๊ ทำหน้าที่แทรกแซงทางการเมือง ก่อสงคราม สร้างกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ และเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพื่อทำให้รัฐทั้งหลายในตะวันออกกลางให้อ่อนแอลง และเพื่อเปิดทางให้อิสราเอลเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวในภูมิภาค
การที่ตะวันออกกลางมีสงครามที่ไม่มีที่สิ้นสุด หรือมีความไร้เสถียรภาพตลอดเวลา ทำให้ไม่มีใครกล้าท้าชิงการควบคุมตลาดพลังงานของ City of London ซึ่งมีพวกคณาธิปไตย 3,000-5,000 คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ในขณะที่สหรัฐที่รับบทเป็นองครักษ์เพรโตเรียนได้แค่ค่าจ้าง แต่ต้องลงทุนมหาศาลในการสร้างกองทัพที่ไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุน จนฐานะการคลังของประเทศแทบจะล้มละลาย เพราะว่างบประมาณกลาโหมปีละ$1ล้านล้านจากการออกบอนด์เพื่อก่อหนี้แทบทั้งสิ้น
2. ชาวอิสราเอลที่อยู่ในอิสราเอลในเวลานี้ส่วนใหญ่เป็นยิวจากยุโรปที่อพยพเข้ามาในดินแดนปาเลสไตน์ผ่านขบวนการไซออนนิสต์ที่ City of London ให้เงินสนับสนุน เพื่อสร้างรัฐอิสราเอล ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการปล้นดินแดนของชาวปาเลสไตน์ไปอย่างซึ่งๆ หน้า ในขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าชาวยิวที่มาจากยุโรปนั้นเป็นยิวแท้ดั้งเดิม หรือยิวที่เข้ารีตนับถือศาสนาจูดาห์ทีหลัง
สาเหตุที่อิสราเอลก่อสงครามกับอิหร่านในคร้ังนี้ โดยกดดัน หรือแบล็คเมล์ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้เข้าไปร่วมด้วย เพราะว่าอิหร่านเป็นจิ๊กซอ หรืออุปสรรคตัวสุดท้ายในแผนการของอิสราเอลที่จะขยายดินแดน (Greater Israel) และก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวในตะวันออกกลาง หลังจากที่ได้ทำลายอิรัก ซีเรีย ลิเบีย เลบานอน โซมาเลีย ซูดาน เยเมนไปแล้ว
ส่วนประเทศอาหรับส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นซาอุดิ อาราเบีย ยูเออี คูเวต กาต้าร์ บาห์เรนยอมอยู่ภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดิ ทำให้ดูเหมือนว่าอยู่ดีกินดี แต่ความจริงแล้ว ทรัพยากรพลังงานถูก City of London และ Wall Street กอบโกยไปมากกว่า
3. City of London มอบหมายให้สหรัฐตั้งฐานทัพในตะวันออกกลาง โดยอ้างว่าให้ความคุ้มครองด้านความมั่นคง พร้อมกับขายอาวุธให้ แลกกับการที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเหล่านี้ขายน้ำมันเป็นยูเอส ดอลล่าร์ เพื่อควบคุมระบบการเงินโลกผ่านเปโตรดอลล่าร์ แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อสงครามที่ไม่มีที่สิ้นสุดด้วยการสร้างศัตรูให้ภูมิภาค เพื่อเป็นข้ออ้างในการคงฐานทัพสหรัฐ เช่นสร้างผู้ก่อการร้าย ไอซิส หรืออัลเคด้า หนุนพวกเคิร์ดให้รบกับซีเรีย ตุรกี ฯลฯ
และที่สำคัญที่สุดคือสร้างอิหร่านให้เป็นศัตรูของตะวันออกกลางโดยใช้ความแตกต่างทางเชื้อชาติและลัทธิทางศาสนาเป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกแยก และความตึงเครียดมาตลอด
อิสราเอลคาดหวังว่า หลังจากทำสงครามกับอิหร่าน หรือกำจัดอิหร่านได้แล้ว ประเทศมุสลิม หรือประเทศอาหรับจะหันมาเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ผ่านข้อตกลงแอบราแฮม (Abraham Accord) — ซึ่งในขณะนี้มีเพียงยูเออี บาห์เรน มอร็อคโค ซูดาน และคาซัคสถานที่เข้าร่วม — เพื่อสร้างความชอบธรรมของอิสราเอลในการยึดดินแดนปาเลสไตน์ท้ังหมดในโลกอาหรับ
สิ่งที่อิสราเอลต้องการมากที่สุดคือการให้ ซาอุดิ อาราเบีย เข้าร่วมข้อตกลงแอบราแฮม เพราะว่าเมื่อ ซาอุดิ อาราเบีย เข้าไปแล้ว ประเทศอาหรับอื่นๆ จะเข้าร่วมด้วย แต่ที่ยังไม่เป็นผลก็เพราะว่าติดขัดเรื่องสถานภาพของรัฐปาเลสไตน์ หรือชาวปาเลสไตน์ที่กำลังถูกฆ่าโดยทหารอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉนวนกาซ่า และดินแดนที่เหลือของปาเลสไตน์ที่มีทีท่าว่าจะถูกอิสราเอลยึดไปหมด
4. ทรัมป์ยอมร่วมทำสงครามกับอิหร่านภายใต้แรงกดดันของเบนจามิน เนทันยาฮู โดยรู้ทั้งรู้ว่ากองทัพสหรัฐไม่มีทางที่จะเอาชนะอิหร่านได้หากสงครามยืดเยื้อ
ทรัมป์เดิมพันว่าสงครามจะจบลงภายใน 2-3 วันหลังจากสังหารผู้ปกครองสูงสุดของอิหร่าน รวมท้ังผู้บัญชาการรบในระดับผู้นำที่ตายยกแผง จะทำให้เกิดสุญญากาศในอิหร่าน ความชุลมุนวุ่นวายจะตามมา และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยที่รัฐบาลใหม่ของอิหร่านจะฝักใฝ่ตะวันตก
แต่ผลที่ออกมากลับเป็นความพลาดอันใหญ่หลวง เพราะว่าประชาชนชาวอิหร่าน ทั้งคนชนบทกับคนเมืองกลับมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น
อิหร่านมีการวางระบบมาดี หากเบอร์หนึ่งตาย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ จะมีเบอร์สอง หรือเบอร์สาม ขึ้นมาทำหน้าที่แทน การบริหารงาน หรือการบังคับบัญชาการรบจึงไม่สะดุด และสามาถที่จะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลได้อย่างทันควัน
การที่อิหร่านเตรียมตัวการทำสงครามมานาน 20 ปี ทำให้สามารถสะสมอาวุธร้าย ไม่ว่าจะเป็นโดรน และขีปนาวุธ หรือจรวดที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยไม่จำเป็นต้องใช้นิวเคลียร์
ในสงครามรอบนี้ที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ปรากฎให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า อิหร่านเป็นฝ่ายได้เปรียบในการสู้รบที่ใช้ลูกยาวถล่มกันไปมาเป็นหลัก เพราะว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลไม่สามารถต้านทานได้ ในขณะเดียวกันอิสราเอลและสหรัฐกลับมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนสต็อคอาวุธ ในขณะที่อิหร่านมีการเตรียมการมาดี มีอาวุธสต็อคแบบไม่อั้น
5. อิหร่านเน้นทำลายทรัพย์สินทางทหาร ฐานทัพ ระบบเรดาร์ หรืออุปกรณ์ทางทหารของสหรัฐในบาห์เรน กาต้าร์ ยูเออี คูเวต ซาอุดิ อาราเบีย จอร์แดน ก่อนเพื่อสกัดขีดความสามารถในการทำสงครามของสหรัฐหรือการให้ความช่วยเหลืออิสราเอล พร้อมกับโจมตีอิสราเอลอย่างรุนแรงด้วย
ฐานทัพอเมริกันที่ตั้งอยู่ในประเทศอาหรับทั้งหลายเพื่อให้ความคุ้มครองทางความมั่นคง กลายเป็นผลเสีย (liabilities) เพราะว่าตกเป็นเป้าของขีปนาวุธของอิหร่าน โดยอิหร่านมีศักยภาพที่จะทำลายประเทศอาหรับที่ตั้งตนเป็นศัตรูของอิหร่านแต่ไม่ต้องการทำเช่นนั้น เพียงแค่ทำลายฐานทัพอเมริกันเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง (pre-emptive strike) แต่เนื่องจากประเทศอาหรับยังคงให้สหรัฐใช้น่านฟ้าของตัวเองในการส่งเครื่องบินรบเพื่อโจมตีอิหร่าน ดังนั้นอิหร่านจึงถล่มทรัพย์สินทางน้ำมันและไม่ใช่น้ำมันที่ไม่ใช่ฐานทัพอเมริกัน เพื่อเป็นการส่งสัญญานตอบโต้
นี่เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับประเทศอาหรับที่ติดหล่มในการให้ความร่วมมือกับสหรัฐในด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง และการยินยอมให้ต้ังฐานทัพ เพราะว่ากำลังถูกลอยแพให้เผชิญหน้ากับอิหร่านแต่ลำพัง เนื่องจากว่าสหรัฐไม่มีทรัพยากรอย่างเพียงพอที่จะดูแลพันธมิตรทุกประเทศ เพราะต้องเน้นปกป้องอิสราเอลเป็นพิเศษ สังเกตุให้ดีว่า โอมานวางตัวเป็นกลางได้ดีในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผ่านมา จึงไม่ได้รับความเสียหายจากสงครามในครั้งนี้
6. ในขณะที่อิสราเอลกำลังเสียหายหนักขึ้นทุกวันจากขีปนาวุธที่ไร้เทียมทานของอิหร่าน และมองไปข้างหน้าสหรัฐยังไม่มีทางเอาชนะอิหร่านได้ ก็เริ่มมีสัญญานถอดใจออกมาจากฝั่งอิสราเอลที่ต้องการยุติสงครามโดยเร็ว
ล่าสุดไม่กี่วันมานี้ทรัมป์เองก็ส่งซิกไปยังอิหร่านว่าขอเปิดเจรจาหยุดยิง แต่อิหร่านปฏิเสธการของเจรจา เพราะว่าได้รับบทเรียนที่เจ็บปวดแล้วว่า ทุกครั้งที่ยอมเจรจา จะถูกแทงข้างหลังอย่างเจ็บปวดตอนเผลอ และจะเป็นการให้อิสราเอลซื้อเวลาเพื่อสะสมอาวุธ
จะเป็นการผิดพลาดอย่างมาก หากอิหร่านยอมตกลงหยุดยิงเหมือนอย่างช่วงสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายนปีที่แล้วที่อิหร่านกำลังได้เปรียบ แต่ฝ่ายอิสราเอลขอหยุดยิงโดยให้ทรัมป์ช่วยเจรจาผ่านปูติน
ตอนน้ันอิหร่านอาจจะหวังว่าอิสราเอลได้รบบทเรียนพอแล้ว สหรัฐอาจจะให้โอกาสอิหร่านในการเจรจานิวเคลียร์ และในที่สุดแซงชั่นจะถูกยกเลิก อิหร่านจะได้กลับคืนสู่ประชาคมโลก แต่นั่นกลับกลายเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ
ที่ไหนได้ พออิสราเอลตั้งหลักได้ ก็กดดันทรัมป์ให้เปิดเกมสงครามกับอิหร่านรอบใหม่ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้จาเรด ครุชเน่อร์ ลูกเขยทรัมป์และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์เป็นลูกล่อลูกชนในการเจรจานิวเคลียร์ รวมท้ังข้อเรียกร้องการปลดขีปนาวุธมหาประลัยของอิหร่านเป็นฉากบังหน้า เพื่อให้อิหร่านการ์ดตก สหรัฐและอิสราเอลจะได้เปิดฉากถล่มอิหร่านผ่าน Operation Epstein Fury เพื่อโค่นล้มอิหร่านท้ังประเทศไปเลย
7. มาถึงจุดนี้ อิหร่านแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว ว่าจะยังไม่หยุดยิง หากจะมีการหยุดยิง มันต้องอยู่บนเงื่อนไขของอิหร่านเท่านั้น อำนาจการต่อรองอยู่ที่อิหร่านที่ได้เปรียบในสมรภูมิการรบ และนอกจากนี้ ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้การขนส่งน้ำมันเกือบหนึ่งในสามของโลกต้องแทบที่จะหยุดชะงักลง ในขณะที่อิสราเอลกำลังพังพินาศจากขีปนาวุธของอิหร่าน ส่วนสหรัฐจะเจอผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงินมากกว่าจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และจากสภาพคล่องโลกที่จะหายไป ประชาชนคนอเมริกันจะเดือดร้อนจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ซึ่งในทางการเมืองจะทำลายสถานภาพการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์หากว่าลงจากหลังเสือไม่ดี เพราะว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงครามอิหร่านอยู่แล้ว
8. มองไปข้างหน้า End Game จะจบอย่างไร?
8.1. อิสราเอลต้องการทำลายอิหร่านเพื่อแผนการสร้างรัฐอิสราเอลที่ยิ่งใหญ่ (Greater Israel) และแผนการนี้กำลังกลายเป็นภาพลวงตา เพราะว่านับวันอิสราเอลจะถูกทำลายมากยิ่งขึ้นจากขีปนาวุธของอิหร่านที่ลอยเข้ามาโดยแทบที่จะไม่มีระบบต้านทาน อิสราเอลอาจจะใช้นุ๊ก หรือขู่ที่จะใช้นุ๊กหากอิหร่านไม่หยุดยิง เพื่อที่จะรักษาสถานภาพเดิม
8.2. สหรัฐอาจขู่ที่จะส่งหทารเข้าไปรบในอิหร่าน หรือขู่ว่าจะบอมบ์ อิหร่านแบบปูพรมขนานใหญ่ เพื่อให้อิหร่านได้รับความบอบช้ำอย่างรุนแรง หรือขู่จะใช้นุ๊กทางยุทธวิธีแบบที่ยอมรับไม่ได้ เพื่อเป็นเงื่อนไขของการเจรจาหยุดยิง หรือทรัมป์อาจจะให้ ปูติน หรือ สี จิ้นผิง ช่วยเป็นตัวกลางเจรจาแลกประโยชน์ที่ทรัมป์จะให้กับรัสเซียและจีน ทรัมป์จะได้ลงหลังเสือ โดยไม่ถูกเสือกัด
8.3. กลุ่มประเทศอาหรับ นำโดยซาอุดิ อาราเบียที่เศรษฐกิจล่มจมจากพิษของสงคราม ส่งออกน้ำมันไม่ได้ แถมโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายอยู่ในภาวะเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ อยู่ในฐานะที่ลำบาก
แต่สิ่งที่เลวร้ายอาจจะเป็นผลดีก็ได้ เพราะว่ามันจะเปิดโอกาสให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเหล่านี้ปลดแอกจากระบบ เปโตรดอลล่าร์หรือการถูกบังคับให้ขายน้ำมันเป็นเงินสกุลดอลล่าร์เท่านั้น และถือโอกาสในการลดการให้ความร่วมมือทางทหารที่ลึกซึ้งกับสหรัฐ เพราะว่าฐานทัพสหรัฐที่ถูกอิหร่านทำลายมีมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญ และต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการลงทุนสร้างได้ถูกทำลายไปเกือบหมด ไม่สามารถจะสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนได้ง่ายๆ เพราะว่าสงครามในคร้ังนี้จะทำให้สหรัฐต้องปรับเปลี่ยนนโยบายผลประโยชน์แห่งชาติแบบครอบคลุมในตะวันออกกลางท้ังหมด
8.4 เมื่ออิทธิพลของสหรัฐลดลงในตะวันออกกลาง City of London จะไม่สามารถควบคุมตลาดพลังงานในตะวันออกกลางเพื่อสร้างความมั่งคั่งบนกองเลือดได้เหมือนเดิม ทั้งในเรื่องประกันภัย การบริหารจัดการการขนส่ง ตราสารการเงินที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และกลไกราคาน้ำมันผ่านตลาดการเงิน
8.5 อิหร่านจะกลายเป็นฮีโร่ของโลก หากสามารถกดดันให้อิสราเอลยอมแพ้ได้แบบไม่มีเงื่อนไข ชาวปาเลสไตน์จะได้รับการปลดปล่อยให้ได้รับอิสระภาพ และได้ดินแดนของตัวเองกลับคืนมา ประเทศอิสราเอลจะถูกเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นปาเลสไตน์เหมือนเดิม โดยที่ชาวมุสลิม ชาวคริสต์ และชาวยิวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติเหมือนช่วงก่อนการสร้างขบวนการไซออนนิสต์
นี้คือ End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น และเป็นสิ่งที่ชาวโลกส่วนมากคนอยากจะเห็น



