หน้าแรกปกิณกะกินแคลเซียมทุกวัน ทำไมกระดูกยังหัก?

กินแคลเซียมทุกวัน ทำไมกระดูกยังหัก?

เผยแพร่

spot_img

ไขปริศนาที่คนรักสุขภาพคาใจ และความเข้าใจผิดเรื่อง “แคลเซียม = กระดูกเหล็ก”

วันนี้หมอมีประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ และเป็นคำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดคำถามหนึ่งในห้องตรวจเลยครับ เป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจคนรักสุขภาพไม่น้อย

มีคุณป้าท่านหนึ่ง สมมติชื่อ “ป้าศรี” อายุ 65 ปี เป็นคนที่ดูแลตัวเองดีมากครับ ป้าศรีบอกหมอว่า “ป้ากินแคลเซียมเม็ดทุกวันมา 5 ปีแล้วนะหมอ ไม่เคยขาด นมก็ดื่ม ปลาเล็กปลาน้อยก็กิน ทำไมเมื่อวานลื่นในห้องน้ำก้นกระแทกนิดเดียว หมอบอกว่ากระดูกสะโพกหักได้ล่ะ? ไหนว่ากินแคลเซียมแล้วกระดูกจะแข็งแรงไง?”

ฟังแล้วน่าเห็นใจนะครับ อุตส่าห์มีวินัยกินยาบำรุงแทบตาย สุดท้ายก็ยังเจ็บตัว

หลายท่านอาจจะกำลังสงสัยเหมือนกันว่า “ตกลงแคลเซียมมันช่วยได้จริงไหม? หรือเรากำลังเสียเงินฟรี?”

ทำไมแค่ “กินแคลเซียม” ถึงอาจจะไม่พอ และอะไรคือ “จิ๊กซอว์ที่หายไป” ในการสร้างกระดูกให้แข็งแกร่งครับ

ทำความเข้าใจใหม่: แคลเซียม คือ “อิฐ” แต่บ้านจะแข็งแรงต้องมี “ปูน” และ “ช่างก่อสร้าง”

หมออยากให้จินตนาการว่า กระดูก ของเราเปรียบเสมือน กำแพงอิฐ ครับ

แน่นอนว่า “แคลเซียม” คือ ก้อนอิฐ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญมาก ถ้าไม่มีอิฐ ก็สร้างกำแพงไม่ได้

แต่… ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าเราเอาก้อนอิฐมากองรวม ๆ กันเฉย ๆ โดยไม่มีปูนซีเมนต์เชื่อม แล้วไม่มีช่างมาก่อกำแพง พอเราเดินไปชนเบา ๆ กำแพงอิฐนั้นก็พังครืนลงมาใช่ไหมครับ?

ร่างกายก็เช่นกันครับ:

1. แคลเซียม (อิฐ): คือวัตถุดิบ

2. วิตามินดี (ปูนซีเมนต์): ตัวช่วยดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด และนำไปแปะที่กระดูก ถ้าขาดวิตามินดี กินแคลเซียมไปเท่าไหร่ ก็ขับถ่ายทิ้งหมดครับ

3. การออกกำลังกาย/การลงน้ำหนัก (ช่างก่อสร้าง): แรงกระแทกจากการเดินหรือวิ่ง จะเป็นตัวส่งสัญญาณบอกกระดูกว่า “เฮ้ย! เจ้าของใช้งานหนักนะ ต้องรีบเอาแคลเซียมมาซ่อมแซมให้หนาขึ้นเดี๋ยวนี้”

ดังนั้น คำตอบแรกของป้าศรีคือ “ป้าอาจจะมีแค่อิฐ (แคลเซียม) แต่ขาดปูน (วิตามินดี) และขาดช่าง (การออกกำลังกาย)” ทำให้กระดูกที่สร้างขึ้นมา ไม่แน่นหนาพอครับ

กับดักที่ 2: “โจรขโมยแคลเซียม” ที่เรากินเข้าไปทุกวัน

หลายคนเติมแคลเซียมเข้าไปเยอะ แต่หารู้ไม่ว่า พฤติกรรมบางอย่างของเรา กำลังทำหน้าที่เป็น “รถบรรทุก” ขนแคลเซียมออกจากกระดูกไปทิ้งทางปัสสาวะครับ

1. กินเค็ม (โซเดียม): ศัตรูตัวฉกาจที่สุด! ร่างกายเรามีกลไกแปลกอยู่อย่างหนึ่งครับ เวลาไตขับโซเดียม (ความเค็ม) ออกจากร่างกาย มันจะ “ลากเอาแคลเซียม” ติดร่างแหออกไปด้วย ยิ่งกินเค็ม กระดูกยิ่งบาง

2. กาแฟ/คาเฟอีน: การดื่มกาแฟเกินวันละ 2-3 แก้ว จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม

3. น้ำอัดลม: มีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งจะไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูก

4. ความเครียดและการพักผ่อนน้อย: ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายรวน การซ่อมแซมกระดูกลดลง

กับดักที่ 3: กระดูกหนา แต่ “เปราะ” (คุณภาพกระดูกไม่ดี)

ข้อนี้ลึกซึ้งหน่อยครับ ในทางการแพทย์เราพบว่า “ความหนาแน่นของกระดูก” (Bone Density) ที่เราตรวจกัน กับ “คุณภาพของกระดูก” (Bone Quality) อาจจะไม่ไปทางเดียวกันเสมอไป

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือน “ไม้” ครับ

– ไม้สด: มีความเหนียว ยืดหยุ่น ดัดงอได้นิดหน่อยไม่หัก (กระดูกเด็ก/คนหนุ่มสาว)

– ไม้ผุ/ไม้แห้งกรอบ: ดูภายนอกอาจจะท่อนใหญ่ แข็งโป๊ก แต่พอโดนกระแทกปุ๊บ “เปรี้ยง!” หักทันที (กระดูกผู้สูงอายุ)

บางคนกินแคลเซียมจนกระดูกดูขาวโพลนในฟิล์มเอกซเรย์ แต่โครงสร้างภายใน (Micro-architecture) มันกรอบเหมือนไม้แห้งครับ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากอายุที่มากขึ้น ภาวะหมดประจำเดือน หรือโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคไต หรือการกินยาชุด ยาสเตียรอยด์มานาน ๆ

ทำไมกินแคลเซียมแล้วยังหัก? เพราะ “การล้ม” คือตัวแปรสำคัญ

ต่อให้เราบำรุงกระดูกดีแค่ไหน แต่ถ้าเรา “ล้มแรง” หรือ “ล้มผิดท่า” กระดูกคนเราก็หักได้ครับ

ในผู้สูงอายุ ปัญหาหลักอาจไม่ได้อยู่ที่กระดูกไม่แข็งอย่างเดียว แต่อยู่ที่:

– กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง: ทรงตัวไม่อยู่

– สายตาไม่ดี: มองไม่เห็นพื้นต่างระดับ

– ผลข้างเคียงยา: กินยาความดัน ยานอนหลับ แล้วมึนงง

ดังนั้น การป้องกันกระดูกหักที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การกินแคลเซียม แต่คือการ “ป้องกันการล้ม” (จัดบ้านให้โล่ง ติดราวจับ ฝึกเดิน ฝึกทรงตัว)

สรุป: กินแคลเซียมยังไง ให้ได้ผลจริง?

หมอไม่ได้บอกว่าแคลเซียมไม่สำคัญนะครับ มันยังจำเป็นมาก ๆ แต่ต้องกินให้ “ฉลาด” ครับ

1. กินแคลเซียมธรรมชาติเป็นหลัก: นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว เต้าหู้ ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่ายาเม็ด

2. ถ้ากินยาเม็ด ต้องเสริมวิตามินดี: ตากแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า หรือทานวิตามินดีเสริมตามแพทย์สั่ง

3. ขยับร่างกาย: เดินแกว่งแขน เดินเร็ว รำไทเก็ก ให้กระดูกได้รับแรงกระตุ้น

4. ลดเค็ม ลดกาแฟ: อุดรูรั่วไม่ให้แคลเซียมไหลออก

5. อย่ารอให้แก่: สะสมแคลเซียมตั้งแต่วัยหนุ่มสาว คือ “ทุนสำรอง” ที่ดีที่สุด เพราะพออายุเยอะ ร่างกายจะเน้นใช้ของเก่ามากกว่าสร้างของใหม่ครับ

บทส่งท้ายจากใจหมอ

การดูแลกระดูก เหมือนการปลูกต้นไม้ครับ

เราจะใส่แต่ปุ๋ย (แคลเซียม) อย่างเดียวไม่ได้

ต้องรดน้ำ (วิตามินดี) พรวนดิน (ออกกำลังกาย) และคอยไล่แมลง (ลดเค็ม/เหล้า/บุหรี่) ด้วย

ต้นไม้ถึงจะแข็งแรง รากหยั่งลึก และไม่ล้มง่ายเมื่อเจอพายุครับ

ขอให้ทุกท่านมีกระดูกที่แข็งแรง ยืนเดินได้อย่างมั่นคงไปนาน ๆ นะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng

#กระดูกพรุน #แคลเซียม #วิตามินดี #ผู้สูงอายุ #กระดูกหัก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ล้มในห้องน้ำ #ดูแลสุขภาพ #กินเค็ม #กระดูกสะโพกหัก

ข่าวล่าสุด

วันนี้    “วิสาขบูชาสากลโลก”  2569  พลวัตแห่งศรัทธาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประชาคมโลกต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงภูมิรัฐศาสตร์อันสลับซับซ้อนและวิถีทุนนิยมที่เร่งรัด วันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 ยิ่งทวีความสำคัญในฐานะหมุดหมายเชิงอุดมการณ์ที่เตือนใจให้มนุษยชาติหันกลับมาพิจารณาถึงความสงบภายในอันเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่แท้จริง

“A Spectacular Convergence of Faith and Culture: Wat Sarod Celebrates New Preceptor”

"Bangkok’s historic Wat Sarod, located in the Rat Burana District, is set to host an extraordinary cultural and religious milestone on May 30, 2026.

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำเวียตนาม เข้าเฝ้าฯ  มุ่งเจรจาการค้าพลิกฟื้น…เสถียรภาพอินโดจีน

ในวโรกาสอันเป็นนิมิตหมายอันดีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายโต เลิม และคณะผู้แทนเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ข่าวอื่นๆ

รู้หรือไม่ อเมริกาเคยมีเมืองหลวงมาแล้วทั้งหมด 9 แห่ง 

ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) รัฐเพนซิลเวเนีย เมืองหลวงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกาไม่เป็นทางการแต่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างและเป็นเมืองหลวงหลักหลายครั้งตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1774-1800

“เรือนเสมือนญาติ” วัดอมรินทราราม เมื่อ “วัด” จับมือ “โรงพยาบาล” ให้ที่พักผู้ป่วยยากไร้

“เรือนเสมือนญาติ” สถานที่พักของผู้ป่วยยากไร้ จากความร่วมมือของ “วัดอมรินทราราม” และ “รพ.ศิริราช” จัด “ที่พักฉุกเฉิน” ระหว่างเข้ารับการรักษา

4 ทายาทตระกูล “สมิตะมาน” แสดงเจตนำนงบริจาคที่ดินใจกลางเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กว่า 66 ไร่

4 ทายาทตระกูล "สมิตะมาน" แสดงเจตนำนงบริจาคที่ดินใจกลางเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กว่า 66 ไร่ มูลค่า 1,000 ล้านบาท