ป้ายกระดาษลังเขียนตัวบรรจงว่า “เซ้งร้าน” วางอยู่ข้างเขียงไม้เก่าๆ ที่ร่องลึกจนบอกอายุการใช้งานได้
ผมในวัย 65 ปี ยืนมองตู้กระจกที่ว่างเปล่า…
เมียจากไปได้ 3 ปี ลูกหลานก็ไปทำงานกรุงเทพฯ กันหมด
ลำพังแค่ค่าเช่าตึกหน้าปากซอย กับยอดขายที่โดนแอพสั่งอาหารเบียดจนแทบไม่มีคนเดินเข้าร้าน ผมเริ่มรู้สึกว่า “พอเถอะ” สังขารก็ไม่ไหว ใจก็หมดไฟ
ขณะที่กำลังจะหยิบเทปกาวขึ้นมาแปะป้าย…
เสียงเด็กมัธยมคนหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง
“ลุงครับ… ข้าวมันไก่เปล่าๆ จานนึงครับ ไม่เอาไก่ก็ได้ เอาแค่แตงกวากับน้ำซุปพอ”
ผมหันไปมอง… เด็กผู้ชายตัวผอมโซ ใส่ชุดนักเรียนเก่าๆ สีกระดำกระด่าง
ในมือเขากำแบงก์ยี่สิบที่ยับจนยู่ยี่ไว้แน่น
เขานั่งลงที่โต๊ะมุมมืดที่สุด เปิดกระเป๋าเป้ที่ซิปพังๆ ออกมา
แล้วกางหนังสือ “ฟิสิกส์ ม.ปลาย” ออกมาอ่าน
ผมมองดูจานข้าวเปล่าๆ ในมือแล้วทำใจไม่ได้…
เลยสับไก่เนื้อน่องฉ่ำๆ โปะไปให้มิดข้าว แถมตับให้อีกสองชิ้น
“ลุง! ผมบอกว่าเอาแค่ข้าวเปล่าไง เงินผมมีแค่นี้” น้องเขารีบทักด้วยความเกรงใจ
“กินๆ ไปเถอะไอ้หนู ลุงจะปิดร้านแล้ว ไก่มันเหลือ ทิ้งไปก็เสียของ” ผมโกหกคำโต ทั้งที่ไก่ตัวนั้นคือตัวสุดท้ายที่ผมตั้งใจจะเก็บไว้กินเอง
น้องเขากินไปน้ำตาคลอไป มือก็เปิดหนังสือฟิสิกส์หน้า “แรงและการเคลื่อนที่”
เขานั่งขยี้ตาอยู่นาน ดูเหมือนโจทย์ข้อนั้นจะยากเกินกว่าที่เด็กหิวๆ คนหนึ่งจะคิดออก
ผมเดินเข้าไปเช็ดโต๊ะข้างๆ แล้วเปรยขึ้นมาว่า
“สูตรนั้นมันต้องแตกแรงเข้าแนวแกน X ก่อนนะลูก… ไม่งั้นหาความเร่งไม่ได้หรอก”
น้องเขาเงยหน้ามองผม ตาค้าง “ลุงรู้ได้ไงอ่ะ?!”
ผมยิ้มมุมปาก “ก่อนมาสับไก่ขาย ลุงเคยเป็นหัวหน้าหมวดวิทย์ฯ โรงเรียนดังนะเว้ย”
วันนั้น ป้ายเซ้งร้านถูกลืมไปเลย…
ผมลากเก้าอี้พลาสติกสีแดงไปนั่งข้างน้องเขา
อธิบายเรื่องกฎของนิวตันบนโต๊ะข้าวมันไก่จนมืดค่ำ
ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็น “ตาลุงขายข้าวที่โลกลืม” อีกต่อไป
แต่ผมกลับมาเป็น “อาจารย์วิชัย” คนเดิมที่มีคุณค่า
วันต่อมา… น้องเขากลับมา พร้อมเพื่อนอีก 2 คน
#สัปดาห์ต่อมา… เด็กหลังห้องแก๊งใหญ่พากันมานั่งติวฟิสิกส์ไป กินข้าวมันไก่ไป
ร้านที่เคยเงียบเหมือนป่าช้า กลับมาเสียงดังระงมด้วยเสียงหัวเราะและโจทย์ฟิสิกส์
เด็กพวกนี้เรียกผมว่า “ลุงอาจารย์” บางคนไม่มีเงิน ผมก็ให้กินก่อนแล้วมาล้างจานแลกเอา
บางคนเกเรมาจากไหน พอมาเจอ “#สูตรฟิสิกส์ผสมน้ำจิ้มไก่” ของผมเข้าไป ก็ยอมสยบหมด
เมื่อเช้ามีคุณยายคนหนึ่งเดินมาที่ร้าน ยื่นถุงขนมไทยให้ผม
“ขอบคุณนะพ่อค้า ที่ช่วยดูเจ้าแบงค์มัน… พ่อแม่มันทิ้งไปตั้งแต่น้อยๆ ฉันก็มีความรู้น้อย สอนการบ้านมันไม่ได้เลย ขอบคุณที่เป็นที่พึ่งให้เด็กมัน”
ผมมองไปที่ป้าย “เซ้งร้าน” ที่วางทิ้งไว้หลังร้าน…
แล้วหยิบมันโยนลงถังขยะทันที
เจ้าของที่ดินจะขึ้นค่าเช่าก็ขึ้นไป… ลุงจะสู้ต่อ
เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านข้าวมันไก่ แต่มันคือ “บ้าน” ของเด็กๆ ที่ไม่มีใครมองเห็น
ขอบคุณนะที่ทำให้ลุงรู้สึกว่า… ลุงยังมีความหมาย
#เรื่องดีๆหน้าปากซอย #ข้าวมันไก่ฟิสิกส์ #สู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ #สังคมแบ่งปัน #ครูเกษียณ #แรงบันดาลใจ
Edit : Mr. Kiew



