“เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ ‘ดลฤดี’ ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน”
ในปีพ.ศ. 2537 ท่ามกลางบรรยากาศการเรียนการสอนในรั้วคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นางสาวดลฤดี จำลองราษฎร์ อาจารย์สาวดาวรุ่งผู้มีความสามารถโดดเด่น ได้รับโอกาสสูงสุดในชีวิตการทำงาน คือการได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
แต่โอกาสนี้มาพร้อมเงื่อนไข “ต้องมีผู้ค้ำประกัน” และ “ต้องกลับมาทำงานใช้ทุนเป็นเวลา 2 เท่าของระยะเวลาที่ไปเรียน”
ด้วยบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือและอนาคตที่ไกลลิบ ทำให้อาจารย์รุ่นพี่และเพื่อนร่วมงานรวม 4 ท่าน นำโดย ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ และ ผศ.ดร.ทพญ.ภัสสราพรรณ ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสารค้ำประกัน พวกเขาไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ แต่คิดถึงการสร้างบุคลากรเก่งๆ ให้กับประเทศ
ในช่วงปี พ.ศ. 2548 – 2557 ปีแล้วปีเล่าผ่านไป ดลฤดีคว้าปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกมาครองได้สำเร็จ แต่เธอกลับไม่เลือกเดินกลับสู่มาตุภูมิ ข้อมูลปรากฏว่าเธอตัดสินใจใช้ชีวิตต่อในสหรัฐฯ แต่งงานกับชาวต่างชาติ ได้สัญชาติอเมริกัน และเข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเสียเอง
เธอยื่นใบลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดลผ่านอีเมล ทั้งที่ภาระผูกพันตามสัญญายังคงอยู่ ยอดหนี้ที่ต้องชดใช้กรณีหนีทุนรวมดอกเบี้ยและค่าปรับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 30 ล้านบาท
เมื่อ “ตัวลูกหนี้” อยู่ไกลเกินเอื้อม กฎหมายจึงหันกลับมาเล่นงาน “ผู้ค้ำประกัน” ทันที อาจารย์ทั้ง 4 ท่านต้องเผชิญกับหมายศาลและความกดดันมหาศาล พวกเขาพยายามติดต่อดลฤดี แต่ได้รับเพียงข้อความที่ลอยไปมาว่า “จะคืนให้ทุกบาททุกสตางค์ กำลังหาทางกู้เงินอยู่”
สุดท้าย ความจริงที่เจ็บปวดคือดลฤดีนิ่งเฉย อาจารย์ผู้ค้ำประกันต้องดิ้นรนเจรจากับมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อขอลดหย่อนค่าปรับ จนยอดสรุปมาอยู่ที่ประมาณ 8-10 ล้านบาท ซึ่งอาจารย์ทั้ง 4 ต้องช่วยกันหารและกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายแทนเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องถูกฟ้องล้มละลาย โดยเฉพาะอาจารย์บางท่านที่เกษียณอายุแล้ว ต้องนำเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตมาแลกกับความประมาทที่ชื่อว่า “ความไว้ใจ”
กระแสสังคมลุกเป็นไฟ ทพ.เผด็จ ออกมาเปิดเผยความจริงผ่านโซเชียลมีเดีย จนเกิดการกดดันไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ผลที่ได้คือการถูกบล็อก IP จากประเทศไทย
14 กันยายน 2560 ทันตแพทยสภา โดย ผศ.พิเศษ ทพ.ไพศาล กังวลกิจ ลงดาบขั้นสูงสุด มีมติเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของดลฤดีตลอดชีวิต เนื่องจากผิดจรรยาบรรณร้ายแรงศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและให้เธอเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ยังทำงานได้ในต่างประเทศเพราะถือสัญชาติอื่นและมีใบประกอบฯ ของที่นั่น
แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี จนถึงปัจจุบันในปี 2569 ความคืบหน้าเรื่องการยึดทรัพย์หรือการชดเชยจากดลฤดียังคงเป็นศูนย์ ทพ.เผด็จทำได้เพียงโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “ไม่มีหน่วยงานไหนติดต่อมาอีก”
จากการตรวจสอบข้อมูลในโลกออนไลน์ พบว่าอดีตอาจารย์สาวรายนี้ไม่ได้หลบซ่อนตัวแต่อย่างใด เธอยังคงก้าวหน้าในเส้นทางวิชาชีพอย่างสวยงามในสหรัฐอเมริกา โดยได้ย้ายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไปดำรงตำแหน่ง Clinical Associate ในภาควิชาทันตกรรมเด็กที่ มหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) ข้อมูลบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยระบุพิกัดที่ทำงานไว้อย่างชัดเจน ณ ใจกลางเมืองบอสตัน พร้อมอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอยังคงใช้ชีวิตอย่างมีสถานะทางสังคมที่สูงส่ง ในขณะที่อาจารย์ผู้ค้ำประกันในไทยบางท่านต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างยากลำบากเพื่อใช้หนี้แทนเธอ ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจของผู้มีพระคุณและบทเรียนราคาแพงที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องคิดหนัก… ก่อนจะเซ็นชื่อค้ำประกันให้ใครสักคน
“ดลฤดี หนีทุน” ที่โด่งดังชั่วข้ามคืน เธอเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องยากเลยเมื่อนักสืบไซเบอร์ลงมือทำงาน หลายมือไม้ร่วมด้วยช่วยกันแฉ เริ่มจาก เฟซบุ๊คดังอย่าง CSI LA ที่เอารูปของดลฤดี มาเผยแพร่ให้ได้เห็นโฉมหน้า พร้อมกับระบุชื่อและประวัติของเธอเอาไว้ด้วยโดยระบุว่า.. “เผยโฉมเเละประวัติหมอเก่งเเต่โกง เธอชื่อ ดลฤดี จำลอง…(Dolrudee Porche Jumlon.. จบจากรุ่น 46 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ห้อง King 1 อดีต อจ. คณะทันตแพทยศาสตร์ ม. มหิดล ที่ทำงานปัจจุบัน Harvard School of Dental Medicine 188 Longwood Ave, Boston, MA 02115”
เพจ “CSI LA” ยังแฉต่อด้วยว่า “คุณหมอ ดลฤดี จำลองราษฎร์ ได้ซื้อบ้านในเมืองนิวตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 50 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ.2557 เเต่ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้ที่ยืมคนอื่นมา 8 ล้านบาท …. นี่คือภาพบ้าน ที่เมือง Newton บ้านหลังนี้มี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ” ซึ่งบ้านสุดหรูหลังนี้ตั้งอยู่ในเมืองนิวตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา”



