หน้าแรกเรื่องสั้น”หนี..สุดชีวิต“

”หนี..สุดชีวิต“

เผยแพร่

spot_img

 ฝนกระหน่ำลงบนหลังคาสังกะสีเก่าของโกดังในเขตท่าเรือ เสียงดังราวกับใครเอาหมื่นมือมาตีกลองพร้อมกัน

                       กลิ่นคาวเหล็กผสมกับน้ำมันเครื่องเก่าอบอวลในอากาศ อุณหภูมิเย็นชื้นแผ่ซ่านไปทั่ว

                      พุ่งตัวเข้ามาในโกดัง หอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม

                      เสียงรองเท้าบู๊ตกระทบพื้นคอนกรีตดังไล่หลัง    เหลือบไปเห็นชายสองคนวิ่งตามติดมา

           ยามนี้ …ไม่มีคนหวังดีแน่

                     หนึ่งร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง หน้าตาเคร่งขรึม อีกคนผอมสูง ดวงตากระสับกระส่ายไม่หยุด

             ชายร่างสูงมีอาการหอบ  เข้ามาใกล้ส่งเสียงกระซิบเร่ง 

           “หลบไปทางนี้ด้วยกัน….มันปิดด้านหน้าแล้ว“

หันขวับ   น้ำเสียงหวาด ๆ 

        “เดี๋ยวก่อน .….พวกนายเป็นใคร…ฉันไม่เกี่ยว”

         ชายผอมหันมาหัวเราะแห้ง เหงื่อไหลเต็มใบหน้า

                    “ตอนนี้เรือมันล่มไปแล้วเพื่อน… ว่ายด้วยกันเถอะ”

                        เขายังงง..แต่ก็ยอมทำตาม  พัยยังตามมาข้างหลังอีก   พลางวิ่งตามสองคนอย่างว่าง่าย

        ไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่ เงาของทั้งสามทอดยาวบนพื้นซีเมนต์เปียกเป็นเส้นขาด ๆ

               แล้วเสียงก้าวเท้าหนัก ๆ พร้อมไฟฉายแรงสูงก็กวาดเข้ามาตามช่องว่างของลังไม้

                    “โป้ง..โป้ง..” 

             เสียงปืนดังสะท้อนในโกดัง เศษกระสุนกระเด็นไปกระแทกผนังโลหะประกายไฟวาบ

             พุ่งหลบหลังกองลังไม้สูง กลิ่นไม้ชื้นจากน้ำฝนผสมกลิ่นดินปืน

             ชายชุดดำคนหนึ่งโผล่มุมมา

                        ไม่คิดแม้เสี้ยววินาที    เขาคว้าแท่งเหล็กยาวข้างลังไม้ ฟาดเต็มแรงใส่มือที่ถือปืน

                        เสียงเหล็กกระทบกระดูกดัง “ปึ้ก!” ปืนร่วงกระแทกพื้น

               เขากัดฟันกรอด     “ฉันจะไม่ตายที่นี่!”

               เขากระแทกหัวไหล่ใส่ศัตรูจนล้ม เสียงลมหายใจอีกฝ่ายขาดห้วง

               ชายร่างสูงฉวยปืนที่ตกไว้ ยิงสวนใส่พวกชุดดำอีกสองคนที่พยายามล้อม เสียงกระสุนดังปะทะลังไม้ใกล้หู

                เลือดเริ่มไหลจากแผลที่แขน แต่เขาไม่หยุด ทุกก้าวคือการพาตัวเองให้ห่างจากความตาย

               เขาวิ่งเหยาะ ๆ ตามสองชายที่ไม่รู้จัก  ที่ยามนี้มันน่าปลอดภัยมากกว่าทำอย่างอื่น

               เขาคิดอย่างรวดเร็วว่า   ….

หนนี้คงเอาชีวิตมาทิ้งมากกว่าที่จะมาล่ารางวัลติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มค้าของเถื่อน

                      ทั้งสามวิ่งมาถึงระเบียงไม้แคบ ๆ ที่โยงไปยังโกดังอีกฝั่ง

                       แสงไฟจากท่าเรือวาบเข้าตา แต่ยังไม่ทันถึงที่หมาย ชายชุดดำอีกคนก็พุ่งเข้าขวาง

                       ท่อเหล็กในมือฟาดลงมาอย่างแรง  เขายกแขนขึ้นกัน แรงกระแทกทำให้แขนชา

                        เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงท่อเหล็กสวนใส่ท้องคู่ต่อสู้จนงอพับ แล้วใช้หัวเข่ากระแทกซ้ำจนอีกฝ่ายล้มลงไปกอง

             “วิ่งเร็ว…ก่อนมันจะปิดทางอีก”

ชายร่างสูง เสียงดังฝ่าฝน

                       เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งในความมืด

                       ชายผอมที่วิ่งตามหลังถูกยิงกลางหลัง ร่างเขากระแทกพื้นไม้ดัง “โครม” ก่อนนอนนิ่งไม่ไหวติง

        เขาชงัก…หันหลังจะกลับไปช่วย

                      เหลือบมองแต่ไม่อาจหยุด   เมื่อชายชึดดำหลายคนกำลังมาทางนี้

                     ใจหายเมื่อเห็นเลือดและความตายอยู่ข้างหน้า  

เขารู้ว่าหากหยุดแม้ครู่เดียวจะไม่มีโอกาสรอด

                     ชายร่างสูงดึงแขนเขาวิ่งต่อไป

                    แต่เพียงสิบก้าวต่อมา เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกนัด

ชายร่างสูงชะงัก ร่างโอนเอนก่อนจะทรุดลง เลือดไหลทะลุเสื้อสีดำเป็นดวงใหญ่

                   เขายืนอึ้งเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกัดฟันวิ่งต่อเพียงลำพัง

         เหงื่อชุ่มหน้าและเนื้อตัว  หัวใจกำลังอ่อนเปลี้ย

                   เขาจะรอดไหม !

                     เสียงฝนซัดแรงขึ้น กลบเสียงฝีเท้าผู้ไล่ล่า

                     เขาหยุดหลังท่อน้ำติดด้านข้างโกดัง  ยืนหอบจนปอดแทบระเบิด เลือดอุ่น ๆ ซึมผ่านเสื้อ

                     เหลียวซ้ายหันขวา  ยังเงียบ….

                     แต่ความเงียบอาจเป็นกำดักให้เขาเข้าไปติดแล้วพบกับความตายก็ได้

                    ตัดสินใจวิ่งข้ามไปอีกโกดังที่มีไฟริบหรี่ด้านหน้า

มันอาจมีทางรอดไปจากที่นี่

                   ไม่มีเสียงด้านนี้…!

  เขาเริ่มเห็นแสงไฟจากโป๊ะไม้

       วิ่งถลาไปตรงเงามืดริมน้ำจนล้มลง

       เขาวิ่งตะคุ่ม ๆ ไปปลายโป๊ะ  ขณะได้ยินเสียงอยู่ตรงโกดังที่คงตามมาติด ๆ

                  ชายในเรืองัวเงียร้องเอะอะ. กำลังลุกขึ้นหันมามอง   เขารีบกระโจนลงเรือพุ่งเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงเหนี่ยวคอ สะบัดไปมา พลางตะโกนว่าเขาหนีมา เขาหนีมา

แล้วยื่นเงินที่มีให้ทันที

               “พี่ชาย…เร็วเข้า ช่วยผมด้วย  มันกำลังตามมาฆ่า”

เรือหางยาวติดเครื่องยนต์ทันที  เสียงน้ำแตกกระเซ็นเมื่อหัวเรือแล่นออกจากฝั่ง

           เสียงปืนหลายนัดยิงไล่หลังมาตกใกล้ ๆ น้ำกระเด็นจนต้องหลบ

           เสียงเครื่องยนต์เร่งสุดกำลังแหวกน้ำตีโค้งออกไปได้อย่างน่าหวาดเสียว

           เขาโผล่ศีรษะจากพื้นท้องเรือหันไปมอง   มันคงตามมาเล่นงานแน่

           เขายังไม่รู้จะให้หลบหนีไปทางไหนของท้องน้ำ

           มองไปทางโป๊ะท่าเรือ ตกใจกับเงาคนชุดดำยืนอยู่ไกล ๆ ริมน้ำ กำลังลงเรือมาเหมือนที่คิดไว้  

                  ชีวิตเขา…คงจบที่ผืนน้ำ

                  หน้าซีด ใจระทึก   ยกสองมือเหนือศีรษะหันมาไหว้ขอบคุณ พร้อมทั้งยกมือและพยักหน้าให้เร่งเครื่องอีก

                          ชายขับเรือก้มรับ  บิดคันเร่งก้มหัวลู่ลมเสียงกระหึ่มแรงขึ้น

                 จากนั้นเร่งเครื่องเต็มที่จนกลบเสียงคลื่นกระจายเป็นทางขาว

                          เขาใจชื้น เหลือบเห็นปืนวางข้างกราบเรือ 

 รีบหยิบมาถือให้กระชับ ส่ายไปทางคนขับเรือท่าทางตกใจ

                         แล้วหันหลังกลับไปทางฝั่ง ยกจ้องเรือกำลังบึ่งตามมาแล้วเหนี่ยวไกทันที

                       ”แชะ…..แชะ ะ ะ!“

พลางหันมาทางคนขับเรืออีกครั้ง ที่ก้มหน้าพูดโทรศัพท์เบา ๆ

                     ”หมูอยู่ในเล้าแล้วครับนาย   กำลังต้อนกลับ !“

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม

เรื่องสั้น   “เรารักกัน…เพราะไม่รู้จักกัน !”

ในโลกที่ความรักถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงการรูดปลายนิ้วไปบนหน้าจอกระจกเย็นเฉียบ… “แมน” พบว่าตัวเองติดอยู่ในวังวนของแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนมาเกือบสามเดือนแล้ว เขาตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อ "มล” ผู้หญิงที่เขาไม่เคยได้ยินเสียงจริง ไม่เคยสัมผัสไออุ่นจากปลายนิ้ว และไม่เคยแม้แต่จะเห็นแววตาของเธอผ่านดวงตาคู่นี้จริงๆ

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”