หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงิน"นายกฯอนุทิน" นำทีม "รมต.เศรษฐกิจ" พบสภาหอฯ "พจน์" ชง 7 เสาหลักฟื้น ศก. ควบคู่มาตรการเร่งด่วน

“นายกฯอนุทิน” นำทีม “รมต.เศรษฐกิจ” พบสภาหอฯ “พจน์” ชง 7 เสาหลักฟื้น ศก. ควบคู่มาตรการเร่งด่วน

เผยแพร่

spot_img

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2568 รายงานข่าวแจ้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยว่าที่รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ว่าที่ รมว.พาณิชย์, นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.คลัง พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมายังสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหารือกับ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย และคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนในที่นี้ ถือเป็นคนคุ้นเคยกันดี มีความเคารพนับถือกันมาเป็นอย่างดี การที่ตนได้มาที่สภาหอการค้าฯ ในวันนี้ เป็นการพาว่าที่คณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจมาให้ได้รู้จัก และตั้งใจมารับฟังข้อเสนอแนะจากสภาหอการค้าฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคเอกชน 

หลังจากที่ได้ทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี และได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว จะเร่งจัดทำการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เพื่อเดินหน้าบริหารประเทศ โดยรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะเน้นเรื่องการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ต้องกระชับ และเข้มแข็ง ภายในระยะเวลาที่มีอยู่จำกัด

– สภาหอฯ ชง “7 เสาหลัก” ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ทางด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีที่นายอนุทิน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ให้เข้ามาบริหารบ้านเมืองและเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่เกิดการหยุดชะงัก และแสดงความยินดีล่วงหน้ากับว่าที่รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจทุกคน ซึ่งมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของประชาชน หลังจากนี้ สภาหอการค้าฯ ก็จะเดินทางไปพบหารือกับแต่ละกระทรวง

นายพจน์ กล่าวว่า หอการค้าไทย และสภาหอการค้าฯ ได้วางนโยบายขับเคลื่อนในส่วนของภาคเอกชน โดยข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ รวบรวมจากเครือข่ายหอการค้าไทยทั่วประเทศ ทั้งหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า ตลอดจนหอการค้าต่างประเทศ โดยมีข้อเสนอ 7 เสาหลักฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย เพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาใช้เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

1. การเสริมสร้างความเชื่อมั่นประเทศ และนักลงทุน ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัย

2. การเพิ่มสภาพคล่อง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของทั้งผู้ประกอบการ และภาคครัวเรือน

3. การลดภาระค่าครองชีพ และต้นทุนประชาชน

4. การส่งเสริมการค้าการลงทุน โลจิสติกส์ ค้าขายเป็นธรรม และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ SMEs

5. การยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด และภัยออนไลน์

6. การเตรียมแผนรับมือผลกระทบจากสงครามการค้า และความผันผวนของค่าเงิน

7. การกระตุ้นกำลังซื้อ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ

– ฝากมาตรการเร่งด่วนระยะ 4 เดือน

นายพจน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเสนอในระยะเร่งด่วน 4 เดือน หอการค้าไทย เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินมาตรการสำคัญหลายด้านอย่างทันที ได้แก่

1. การค้าระหว่างประเทศ ที่ควรเร่งรัดการเจรจากับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบ Reciprocal Tariff (RT) ควบคู่กับการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และการขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น จีน แอฟริกา และตะวันออกกลาง

2. ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ราว 34-35 บาท/ดอลลาร์ เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านการส่งออก

2. การกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น “คนละครึ่ง” และ “Easy E-Receipt” รวมถึงรณรงค์ “ใช้ของไทย ฟื้น SME” พร้อมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 เพื่อช่วยเพิ่มการจ้างงาน

3. ภาคการท่องเที่ยว รัฐบาลควรตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ และยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ควบคู่กับการลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์หมวดไลฟ์สไตล์ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

4. ด้านมาตรการสำหรับภาคธุรกิจ SMEs ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายจากหนี้เสีย (NPL) และเร่งผลักดันโครงการ THAI SME-GP

5. ด้านแรงงาน รัฐบาลควรกำหนดการปรับค่าจ้างตามมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยใช้กลไกไตรภาคี รวมถึงหาทางออกต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

6. ประชาชนควรได้รับการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ผ่านมาตรการลดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี และการปรับลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 50% เป็นเวลา 1 ปี

7. เดินหน้านโยบาย Zero Corruption และบูรณาการการปราบปรามปัญหาสังคม ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ กลโกงออนไลน์ และการพนันอย่างจริงจัง

ส่วนมาตรการในระยะกลาง 8 เดือน หอการค้าไทย เสนอให้รัฐบาลเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาออก ภายใน 7-14 วัน เพื่อช่วยลดต้นทุนและเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ส่งออก พร้อมกันนี้ ภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จัดตั้งกลไกการพัฒนาทักษะบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเน้นสาขาที่มีศักยภาพสูง เช่น เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์สมัยใหม่ และเกษตร-อาหารสมัยใหม่ อีกทั้งยังควรมีมาตรการสนับสนุนผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและคูปองฝึกอบรม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยใช้แนวทางปรับโครงสร้างหนี้ และขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ถูกกฎหมาย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบควรถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ด้วยการใช้มาตรการ Regulatory Guillotine เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดภาระที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ภาคธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ข้อเสนอเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่คือแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างความหวังและความเชื่อมั่น หากรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง หอการค้าฯ เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทย จะสามารถกลับมาแข็งแรง และพร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ และสังคมไทย” นายพจน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย